2008/Aug/14

 

It's a Love ...

 

Author: Lucreazia

Fan-Fiction: TVXQ (Pairing: YunJae)

Kind: Short-Fiction, Romantic

Author's Note: สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านที่รักทุกท่าน^^

แหะ ๆ เราแอบหายหัวไปเสียนานเลยสินะคะ?

ไม่ได้แอบอู้ไปไหนเหมือนทุกคราวที่ผ่านมานะคะ...

ครั้งนี้เราแอบห่างหายไปเพราะมัวแต่วุ่นกับการทำรวมเล่มน่ะค่ะ

ยอมรับเลยล่ะค่ะว่าการรวมเล่มครั้งนี้ทำเอาเราตื่นเต้นมากเลยล่ะค่ะเพราะเป็นการรวมเล่มครั้งแรกเลย

แล้วก็การรวมเล่มครั้งแรกนี้ทำให้เรามีประสบการณ์อะไรหลาย ๆ อย่างเพิ่มขึ้นมามากมายทีเดียวเชียวล่ะค่ะ^^

ยังไงก็ต้องขอขอบคุณทุกกำลังใจและขอบคุณสำหรับความสนใจที่ทุกคนมีให้มาโดยตลอดนะคะ

ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ

*โค้ง*

ส่วนใครที่ยังไม่ทราบรายละเอียดการรวมเล่ม Short-Fiction ของเรา

ที่มีชื่อว่า Everlasting Love & Never Ending Stories...

ถ้าสนใจก็สามารถจิ้มตามไปที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้เลยได้นะคะ^^

http://lucreazia.exteen.com/20080727/ot-edited

 

เอาล่ะค่ะ... กลับมาพูดเรื่องน้องฟิคเรื่องนี้ดีกว่านะคะ...

(แอบออกนอกเรื่องไปเสียนานเลยทีเดียวเชียว ==)

น้องฟิคเรื่องนี้ถือว่าเป็นช็อทฟิคที่เราอยากเขียนมานานมาก ๆ แล้วล่ะค่ะ

(แต่เราก็ได้ดองเค็มเอาไว้จนเพิ่งจะได้ฤกษ์ลืมตาดูโลกเอายามนี้นี่แหละค่ะ ฮ่า ๆ )

เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพลง 사랑인걸 (It's a love) ของ 모세น่ะค่ะ

ยังไงถ้าใครเคยฟังแล้วก็อย่าลืมเปิดคลอตามเวลาอ่านไปด้วยนะคะ

เพื่อจะได้เข้าถึงอารมณ์ในฟิคมากยิ่งขึ้นนะคะ

ส่วนใครที่ยังไม่เคยฟัง...

ลองจิ้มตามลิ้งค์ข้างล่างนี้ไป download มาฟังประกอบเผื่อว่าจะช่วยให้ได้อรรถรสในการอ่านมากขึ้นได้เลยค่ะ^^

http://www.mediafire.com/?sharekey=ecca948afbc781a6d2db6fb9a8902bda <<사랑인걸 (It's a love) - 모세

 

แล้วก็เราต้องขอฝากผลงานเรื่องนี้เอาไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ

ขอบคุณคนอ่านทุกคนทั้งที่เม้นท์และไม่เม้นท์เลยค่ะ

แล้วพบกันใหม่นะคะ^^

 

 

 

**ฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จริงแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน... และถ้าอ่านแล้วไม่ชอบใจหรือรับไม่ได้ กรุณาปิดหน้าเวบเพจนี้ลงอย่างสันติ ขอความกรุณาอย่าก่อกวนโดยการเม้นท์ต่อว่านะคะ ขอบคุณค่ะ**

 

 

It's a Love...

By: Lucreazia

 

.

.

.

 

รถเล็กซัสสีดำสนิทเป็นมันปลาบวิ่งฝ่าทะยานไปในความมืดมิดของถนนสายหลักยามค่ำคืนของกรุงโซล ลำแสงสีขาวสว่างจ้าจากไฟหน้าสาดเป็นแนวยาวไปตามทางที่รถนำเข้าจากยุโรปคันหรูกำลังขับเคลื่อนผ่านไป ร่างบอบบางในเสื้อกล้ามสีดำเข้ารูปที่นั่งอยู่ตรงที่คนขับนั้นขมวดหัวคิ้วเข้าหากันมุ่นด้วยความขัดใจเมื่อสัญญาณไฟจราจรเบื้องหน้านั้นอยู่ ๆ ก็กลับเปลี่ยนเป็นสีแดง

 

เท้าข้างขวาของคนตัวเล็กที่กำลังนั่งอยู่หลังพวงมาลัยเหยียบเบรกเต็มแรงก่อนที่เจ้าของของมันจะสบถออกมาเล็กน้อยด้วยความหัวเสีย แจจุงกัดริมฝีปากล่างแน่นตามนิสัยที่เคยชินยามเจ้าตัวกำลังรู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจกับอะไรสักอย่าง นัยน์ตาสีดำสนิทราวความมืดมิดของยามค่ำคืนกรอกไปมาก่อนเจ้าของของมันจะยกมือขึ้นเสยผมลวก ๆ ด้วยความขัดใจ

 

ตรู๊ด... ตรู๊ด...

 

เสียงเรียกเข้ากับแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องมือสื่อสารเครื่องเล็กบางที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงนั้นเป็นตัวเรียกความสนใจของคนหน้าสวยให้กลับมาได้หมดในเวลาเพียงชั่วเสี้ยววินาที มือเรียวขาวผ่องคว้าเอาโทรศัพท์มือถือที่กำลังแผดเสียงแข่งกับจังหวะเพลงหนัก ๆ ที่ถูกเปิดจนดังลั่นภายในห้องโดยสารของรถนำเข้าคันหรูขึ้นมาแนบหูก่อนจะกรอกเสียงลงไป

 

"ฮัลโหล"

 

/แจจุง... ตอนนี้นายอยู่ไหนแล้ว/

 

เสียงที่ดังจากปลายสายนั้นเป็นเสียงของยุนโฮอย่างไม่ต้องสงสัย คนที่เพิ่งจะหาทางปลีกตัวออกจากการติดตามของบรรดาเหล่าแฟนคลับจำนวนมากได้ภายในเวลาไม่ถึงห้านาทีขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นจนมันแทบจะพันกันยุ่งก่อนจะตอบ

 

"อยู่ใกล้ ๆ ที่ทำงานแหละ เพิ่งจะออกมาได้ไม่นานเอง"

 

/เหรอ? เจอกันตามที่ที่นัดเอาไว้นะ อย่าลืมล่ะ/

 

"รู้แล้วน่า ฉันไม่ได้เป็นเด็กสามขวบสักหน่อย... ทำไมถึงชอบย้ำอยู่เรื่อยนะ"ตอบด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ พลางเหยียบคันเร่งจนเต็มแรงเพื่อเร่งเครื่องยนต์ให้พุ่งทะยานตัวออกไปทันที่ที่ไฟสัญญาณจราจรนั้นได้เปลี่ยนเป็นสีเขียว และเสมือนกับว่าชองยุนโฮจะล่วงรู้ได้ถึงความผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงของคนรักได้เป็นอย่างดีจึงเอ่ยถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยว่า

 

/แจจุง... นายเป็นอะไรรึเปล่า?/

 

ทันทีที่ได้ยินกระแสเสียงทุ้ม ๆ สมเป็นชายถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใยระคนด้วยความอ่อนโยนอย่างเหลือเกิน อารมณ์หงุดหงิดและความขุ่นข้องหมองใจที่คนตัวเล็กบางได้รับมาจากการทำงานแสนเหน็ดเหนื่อยตลอดทั้งวันจึงคล้ายกับได้ระเหิดเหือดหายไปจนหมดสิ้นราวกับมีเวทมนตร์ประหลาด แจจุงผ่อนลมหายใจออกมาเป็นทางยาวก่อนจะค่อย ๆ ตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

 

"ขอโทษที... ฉันแค่หงุดหงิดนิดหน่อยน่ะ"

 

/เป็นอะไรมากรึเปล่า? เหนื่อยมากเหรอ?/

 

"ไม่เป็นไรมากหรอก... ขอบคุณนะ"ตอบพลางยกยิ้มบาง ๆ ขึ้นตรงมุมปากอิ่มสีชมพูระเรื่อเมื่อเจ้าตัวนั้นรับรู้ถึงความห่วงใยจากคนที่อยู่ปลายสายซึ่งมีให้มาโดยตลอดได้อย่างไม่ยากเย็น เจ้าของผมสีน้ำตาลแกมแดงจ้องมองฝ่าความมืดมิดของถนนเบื้องหน้าออกไปไกลพร้อมกับจินตนาการถึงใบหน้าหล่อเหลาคมคายของคู่สนทนาไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ค่อยแผ่ซ่านและเต็มตื้นขึ้นมาจากข้างในอก

 

"งั้นเดี๋ยวเจอกันตามที่นายนัดเอาไว้นั่นแหละ โอเคนะ?"

 

/อื้อ... อย่าขับรถเร็วนักล่ะ มันอันตรายรู้รึเปล่า?/

 

แจจุงเบะปากล่างให้ยื่นออกมาด้วยความไม่พอใจเล็ก ๆ เมื่อรู้สึกว่าคนรักของเขานั้นช่างรู้ทันไปเสียทุกเรื่องก่อนจะตอบรับด้วยน้ำเสียงสะบัดแล้วจึงค่อยหยอกเย้าชายหนุ่มด้วยคำเรียกขานที่มีไว้เพื่อเรียกยามอยู่ด้วยกันเพียงลำพังแค่สองคนเท่านั้น

 

"รู้แล้วล่ะน่า เจ้าหมีอ้วน"

 

คู่สนทนาที่อยู่ทางปลายสายนั้นหัวเราะเสียงดังลั่นก่อนจะบอกด้วยน้ำเสียงออดอ้อนอ่อนหวานมากเสียจนคนฟังถึงกับต้องเผลอยิ้มออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

/อื้อ แล้วฉันจะรออยู่ที่นี่นะ.../

 

.

.

.

 

บานประตูเหล็กหนาหนักซึ่งเก่าจนเห็นสนิมสีน้ำตาลปนแดงเกาะติดเป็นวงกว้างถูกเปิดออกช้า ๆ จนมันส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดในความเงียบสงัดของสรรพสิ่งรายรอบด้าน เพียงแค่ไม่กี่อึดใจต่อมาวงหน้าขาว ๆ ของแจจุงจึงค่อย ๆ โผล่พ้นจากกรอบของประตูบานนั้นออกมา ขาคู่เรียวยาวภายใต้กางเกงขาเดฟสีน้ำเงินเข้มจัดจนเกือบดำพาเจ้าของร่างบอบบางเดินออกไปสู่บริเวณลานกว้างของดาดฟ้าตึกด้วยความรวดเร็ว

 

"ยุนโฮ... ยุนโฮ... นายอยู่ไหนน่ะ?"ร่างบอบบางตะโกนถามขึ้นเมื่อเจ้าตัวนั้นได้ใช้สายตามองกวาดไปทั่วบริเวณอยู่พักหนึ่งแล้วก็กลับไม่พบกับร่างของคนที่เรียกให้เขาออกมาเจอที่นี่แม้เพียงแต่เงา

 

เจ้าของใบหน้าหวานละมุนเดาะลิ้นเบา ๆ พลางหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กบางออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วพรมนิ้วกดลงบนปุ่มเบอร์โทรออกด้วยความคุ้นเคย เสียงเมโลดี้เรียกเข้าของโทรศัพท์ของใครคนนั้นที่ร่างเล็กเป็นฝ่ายโทรไปหานั้นดังขึ้นเบา ๆ มาจากทางด้านหลัง วินาทีถัดมาขาคู่เรียวยาวจึงหมุนส้นเท้าเพื่อหันหลังกลับก่อนจะถูกเจ้าของของมันบังคับให้เคลื่อนเข้าไปหาต้นกำเนิดของเสียงนั้นโดยไม่รอช้า

 

ดวงจันทร์ซึ่งกำลังส่องลำแสงสีเหลืองนวลตาอยู่ทางด้านหลังทำให้เสี้ยวหน้าของชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนพิงขอบรั้วตะแกรงเหล็กอยู่นั้นตกอยู่ในเงามืดไปอย่างช่วยไม่ได้ เจ้าของกลิ่นกายหอมกรุ่นเป็นเอกลักษณ์สาวเท้าเข้าไปใกล้ก่อนจะหรี่ตาเพื่อปรับโฟกัสให้อยู่ในระยะที่เหมาะสมพลางเอียงคอน้อย ๆ ด้วยความสงสัยใคร่รู้เมื่อเห็นเงาร่างของชายหนุ่มคนรักก้มลงเพื่อหยิบอะไรบางอย่างที่อยู่ตรงปลายเท้าขึ้นมา

 

ยุนโฮ... นายกำลังจะทำอะไรกันนะ?

 

ช่อดอกไม้ขนาดใหญ่พร้อมริบบิ้นสีเขียวสดใสพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของเจ้าตัวคนถือนั้นอยู่ ๆ ก็กลับมาปรากฏอยู่ตรงหน้า บรรยากาศและทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รายรอบตัวนั้นแลดูช่างเหมาะเจาะลงตัวได้อย่างพอดิบพอดีราวกับถูกคำนวณเอาไว้ก่อนล่วงหน้าแล้วเป็นสิบ ๆ ครั้ง รอยยิ้มกว้างแสนอบอุ่นที่ยุนโฮกำลังส่งมาให้อยู่นั้นช่างรับกับโครงหน้าหล่อเหลาคมคายได้เป็นอย่างดี...  ดีมากเสียจนคนมองถึงกับต้องกลั้นลมหายใจไปนิดหนึ่งก่อนจะเปิดปากถาม

 

"ยุนโฮ นี่มันอะไรกันเหรอ?"

 

คนถูกถามไม่ตอบว่ากระไรหากยังคงยื่นเจ้าช่อดอกไม้ที่ประกอบไปด้วยดอกลิลลี่สีขาวขนาดใหญ่หลายดอกและที่เหลือนั้นถูกตกแต่งด้วยดอกไม้สวยงามอีกหลายชนิดให้ดูเข้ากันได้อย่างกลมกลืนอยู่ภายในห่อกระดาษสีครีมสลับน้ำตาลมาให้อยู่อย่างนั้น แจจุงแสดงสีหน้าแปลกใจก่อนจะเขยิบร่างให้เข้าไปใกล้ร่างของชายหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจัดจนเกือบดำมากขึ้นไปอีกหนึ่งก้าว ริมฝีปากอิ่มชื้นสีชมพูระเรื่อบิดโค้งขึ้นแย้มยิ้มงดงามจับตาก่อนเจ้าของของมันจะยื่นมืออกไปรับช่อดอกไม้สุดโปรดเข้ามากอดเอาไว้ในอ้อมแขนพลางพึมพำคำขอบคุณออกมาเบา ๆ ให้ได้ยินกันเพียงแค่สองคน

 

ชองยุนโฮเอื้อมมือข้างหนึ่งขึ้นมาโยกศีรษะที่ถูกปกคลุมไปด้วยกลุ่มผมนุ่มนิ่มไปมาเบา ๆ พลางบอกด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยไม่แสดงอารมณ์ไม่พอใจหรือว่าความโกรธเคืองออกมาเลยสักนิด

 

"ลืมแล้วล่ะสิ... วันนี้น่ะวันครบรอบของเรานะแจจุง"

 

"เอ๊ะ!!?"ดวงตาสีดำสนิทคู่สวยเบิกโตขึ้นเป็นเท่าตัวด้วยความตกใจก่อนที่เจ้าของของมันจะหยุดนิ่งเพื่อคิดทบทวนอยู่เพียงแค่อึดใจเดียวเท่านั้น... ริมฝีปากสีชมพูสวยสั่นระริกในขณะที่แจจุงช้อนสายตาขึ้นมามองหน้าของชายหนุ่มคนรักด้วยสีหน้าที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าเจ้าตัวนั้นกำลังรู้สึกผิดอย่างเหลือเกิน

 

"ขอโทษนะยุนโฮ... ฉันขอโทษ... ขอโทษจริง ๆ"

 

"ไม่เป็นไรหรอกน่า เด็กโง่เอ๊ย... เรื่องแค่นี้เอง ทำไมต้องขอโทษด้วย"ยุนโฮว่าพลางเอื้อมมือข้างขวาไปรั้งเอาเอวเล็กบางของเจ้าของกลิ่นกายหอมกรุ่นเป็นเอกลักษณ์ให้เข้ามาแนบชิดก่อนจะจรดปลายจมูกลงบนศีรษะเล็ก ๆ ได้รูปซึ่งปกคลุมไปด้วยกลุ่มผมสีน้ำตาลแดงนุ่มนิ่มราวเส้นไหมชั้นดี

 

คนที่กำลังรู้สึกผิดเสียจนเจ็บไปถึงขั้วหัวใจก้มหน้านิ่งพลางจ้องมองปลายเท้าของตัวเองอย่างไม่รู้ว่าจะทำอะไรที่ดีไปกว่านี้ได้ก่อนจะค่อย ๆ พูดเสียงอ่อยออกมาว่า

 

"ก็... ก็ฉันลืมนี่ แต่ว่านายจำได้"

 

ชองยุนโฮลอบถอนหายใจยาวก่อนจะใช้ข้อนิ้วชี้เชยคางของคนตัวเล็กกว่าที่กำลังตกอยู่ในปราการอ้อมกอดให้เงยหน้าขึ้นมาสบตาแล้วจึงค่อย ๆ พูดด้วยถ้อยคำที่แสดงถึงการปลอบโยน... ปลอบโยนไปถึงข้างในหัวใจของคนที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าได้เป็นอย่างดี

 

"ก็ไม่เห็นเป็นอะไรนี่ ยังไงนายก็ไม่ได้ตั้งใจจะลืมนี่นา จริงไหม?"

 

"แต่ว่า..."

 

"ไม่เอาน่า... ไม่ต้องคิดมากนะ แจจุง"ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาราวงานประติมากรรมชั้นดีชิงพูดตัดบทขึ้นก่อนจะจับจูงมือเล็ก ๆ ขาวจัดข้างที่ว่างของแจจุงเอาไว้หลวม ๆ แล้วค่อย ๆ ก้าวเท้าพาออกเดินเป็นจังหวะสั้น ๆ ไปพร้อม ๆ กัน

 

ร่างบอบบางในเสื้อกล้ามสีดำเข้ารูปประคองช่อดอกลิลลี่สีขาวขนาดใหญ่เอาไว้ในอ้อมแขนข้างซ้ายพลางสาวเท้าออกเดินตามคนตัวสูงกว่าไปด้วยความเต็มอกเต็มใจทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวเองก็ไม่ทราบว่าคนข้างกายนั้นจะพาเขาไปยังที่แห่งใด... เพราะเขารู้เพียงแต่ว่า...

 

ไม่ว่าที่แห่งไหน...

 

ไม่ว่าสถานที่ใด...

 

ขอแค่มียุนโฮอยู่เคียงข้างกาย... เขาเองก็พร้อมที่จะไป...

 

คิมแจจุงคนนี้... พร้อมที่จะก้าวเดินไปยังทุกหนทุกแห่งร่วมกับชองยุนโฮ...

 

เจ้าของนัยน์ตาสีดำสนิทคู่สวยเหลือบมองเสี้ยวหน้าของคนรักเพียงหนึ่งเดียวชั่วนิรันดร์ในความมืดด้วยอาการสังเกตสังกาก่อนจะค่อยขยับริมฝีปากสีชมพูระเรื่อขึ้นลงเพื่อเรียกชื่อของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

 

"ยุนโฮ..."

 

"ไม่ต้องขอโทษแล้วล่ะนะ แจจุง..."

 

ประโยคของคนช่างรู้ทันที่เพิ่งจะจบลงนั้นทำเอาคนที่กำลังอ้าปากจะพูดคำขอโทษถึงกับต้องหุบปากลงดังฉับก่อนจะอมลมจนแก้มใส ๆ นวลเนียนนั้นพองออกด้วยความไม่พอใจ แจจุงบิดมือออกจากการเกาะกุมของร่างสูงด้วยความรวดเร็วก่อนจะฟาดแรง ๆ ลงตรงต้นแขนซึ่งล่ำไปด้วยกล้ามเนื้ออย่างคนออกกำลังกายเป็นประจำไปแรง ๆ สองสามที

 

คนตัวโตกว่าที่ถูกประทุษร้ายอย่างกะทันหันกลั้นหัวเราะจนตัวโยนก่อนจะเผยรอยยิ้มกว้างขวางจนเห็นแนวฟันขาวสะอาดเรียงเป็นระเบียบชัดเจน ร่างสูงเจ้าของผมสีน้ำตาลเข้มสวยแบมือยื่นออกไปในอากาศว่าง ๆ ตรงหน้าก่อนจะยกมันให้อยู่ตรงกับระดับสายตาของเจ้าของใบหน้าหวานละมุนได้อย่างพอดิบพอดีแล้วค่อย  ๆ พูดออกมาว่า

 

 "ไหน ๆ ก็มีโอกาสได้อยู่กันสองต่อสองสักที... แจจุง... พวกเราเต้นรำกันสักหน่อยดีไหม"

 

"เต้นรำเหรอ?"คนที่อยู่ ๆ ก็ถูกขอเต้นรำอย่างไม่ทันตั้งตัวทำหน้าเหวอก่อนจะย้อนถามเสียงสูงด้วยความประหลาดใจถึงขีดสุด

 

เจ้าของนัยน์ตาน้ำตาลเข้มจัดยกยิ้มที่มุมปากพลางพยักหน้าลงน้อย ๆ ก่อนจะตอบรับโดยให้เสียงอยู่แค่ในลำคอ

 

"อืม..."

 

"แล้วเพลงล่ะ?"เสียงแหบนิด ๆ หากฟังดี ๆ แล้วกลับให้ความรู้สึกไพเราะเสนาะหูอยู่ไม่น้อยถามขึ้นอีกด้วยความสงสัยที่ดูเหมือนจะไม่มีวันจบสิ้น... หากคนถูกถามนั้นกลับตอบด้วยท่าทางสบาย ๆ พลางยักไหล่อย่างไม่คิดมาก

 

"ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องมีเลยนี่..."

 

แจจุงเอียงคอพลางขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นด้วยความงงระคนไปกับความสงสัยก่อนจะส่งสายตาแสดงคำถามไปให้คนตัวโตกว่าอย่างที่เจ้าตัวชอบทำอยู่บ่อย ๆ

 

"ฉันแค่อยากเต้นรำกับนายมันจำเป็นต้องมีเพลงด้วยหรือไง หือ?"คนตัวโตกว่าอธิบายก่อนจะจบประโยคด้วยคำถามสั้น ๆ ที่ดูจะสั่นคลอนความสงสัยที่มีมากล้นของร่างบอบบางให้กลับมลายหายไปจนหมดสิ้น

 

"อืม... นั่นสิเนอะ ไม่เห็นจำเป็นเลยนี่นา"

 

"ใช่มั้ยล่ะ?"

 

"อืม..."ร่างเล็กอมยิ้มน้อย ๆ พลางย่อกายลงนั่งยอง ๆ เพื่อวางช่อดอกไม้ที่ชายหนุ่มคนรักได้ซื้อมาให้เป็นของขวัญวันครบรอบลงบนพื้นคอนกรีตอย่างนุ่มนวลก่อนจะยืดกายขึ้นสุดจนแผ่นหลังบาง ๆ ของตนเองนั้นเหยียดตรง แจจุงยกมือขึ้นเพื่อเสยผมบางส่วนที่ตกลงมาปรกตรงหน้าผากออกแล้วค่อย ๆ วางมือข้างขวาของตนลงตรงกลางอุ้งมือใหญ่ ๆ แสนอบอุ่นของใครอีกคนที่ยังคงยื่นรออยู่ตรงหน้าอย่างต้องการจะฝากฝัง...

 

ฝากฝังทั้งความรักจากหัวใจดวงเล็กดวงนี้ให้จนหมดสิ้น...

 

และฝากฝังทั้งชีวิตและอนาคตที่กำลังจะมาถึงในภายภาคหน้า...

 

คิมแจจุง... ได้ฝากทุกสิ่งทุกอย่างทั้งหมดเอาไว้ที่ชองยุนโฮแต่เพียงผู้เดียว...

 

"นี่... ยุนโฮ"

 

นับเป็นอีกครั้งที่เสียงแหบนิด ๆ ดังขึ้นทำลายความเงียบสงัดของสรรพสิ่งรายรอบกายด้วยคำเรียกขานชื่อของคนที่ได้เข้ามาจับจองอยู่เต็มทุกพื้นที่ของหัวใจ เจ้าของชื่อยุนโฮนั้นครางตอบรับในลำคอสั้น ๆ เป็นเชิงถามก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆ ด้วยความสนใจ

 

"หือ?"

 

"จำเพลงนั้นได้ไหม... เพลงของเราน่ะ"ร่างบอบบางเอ่ยถามด้วยเสียงเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลมในฤดูหนาว

 

อาการนั้นสามารถบ่งบอกให้คนที่กำลังจ้องมองและสังเกตทุกอากัปกิริยาของเจ้าของใบหน้าสวยรับรู้ได้ในทันทีว่าเจ้าของคำถามนั้นถามขึ้นด้วยความมั่นใจที่ไม่เกินไปกว่าครึ่งหนึ่ง ยุนโฮเผยรอยยิ้มกว้างก่อนจะผงกศีรษะลงนิดหนึ่งเป็นการตอบรับแล้วตอบด้วยความมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง

 

"จำได้สิ... ทำไมจะจำไม่ได้"

 

ร่างบอบบางเงยหน้าขึ้นมาสบตาของอีกฝ่ายแทบจะในทันทีที่ร่างสูงพูดจบ ภายในนัยน์ตาสีดำสนิทคู่สวยส่องประกายระยิบระยับงดงามจับตาราวกับเจ้าของของมันได้กลับกลายเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ ที่ได้ของเล่นซึ่งถูกอกถูกใจเป็นอย่างยิ่ง

 

"งั้นร้องกันนะ..."

 

"นายก็เริ่มสิ"ร่างสูงบอกในขณะที่นัยน์ตาสีเข้มจัดจนเกือบดำนั้นกลับทอประกายแห่งความรักและความหลงใหลออกมาเสียจนหมดสิ้น

 

และแล้วเท้าของคนทั้งสองก็ค่อย ๆ ก้าวไปตามจังหวะที่กำหนดเอาตามแต่ใจสองดวงจะปรารถนา... มือข้างหนึ่งของแจจุงแตะอยู่ตรงแนวบ่าแข็งแรงของคนตัวโตกว่าในขณะที่มืออีกข้างนั้นกำลังสอดประสานแนบแน่นกับเรียวนิ้วของอีกฝ่ายจนแทบจะกลืนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน  ริมฝีปากอิ่มเต็มตึงสีชมพูเรื่อถูกเจ้าของของมันขยับขึ้นลงเพื่อขับขานบทเพลงซึ่งเปี่ยมไปด้วยความหมายให้ลอยคว้างอ้อยอิ่งอยู่ในบรรยากาศรอบกาย...

 

ชองยุนโฮขยับมือเล็กน้อยเพื่อกระชับเอาเอวเล็กแบบบางของคนในอ้อมแขนให้เข้ามาแนบชิดติดกับตัวเขามากกว่าเดิมก่อนจะเป็นฝ่ายขับร้องบทเพลงแสนพิเศษสำหรับเขาสองคนเพลงนั้นบ้าง... เสียงทุ้มลึกและห้าวในแบบของผู้ชายทำเอาคนฟังถึงกับเคลิบเคลิ้มมากเสียจนต้องซุกใบหน้าลงกับอกแกร่งซึ่งกรุ่นไปด้วยกลิ่นไอแดดแสนคุ้นเคยพลางหลับตาพริ้มเพื่อฟังเสียงของคนรักที่กำลังร้องเพลงให้ฟังด้วยความรู้สึกเต็มตื้น... เต็มตื้นเสียจนความสุขที่ได้รับนั้นแทบจะเอ่อล้นออกมานอกอก

 

และแล้วบนดาดฟ้าของตึกที่ไร้ซึ่งแสงไฟใด ๆ ... มีเพียงแค่แสงจันทร์สีเหลืองนวลตา แสงดาวริบหรี่และแสงไฟจากตึกอื่น ๆ ส่องกระทบมาเพียงแค่เลือนรางนั้นได้กลับกลายเป็นสถานที่สุดแสนพิเศษของใครสองคน...

 

ใครสองคน... ที่ใช้ลมหายใจร่วมกัน...

 

ใครสองคน... ที่ใช้หัวใจดวงเดียวกัน...

 

ใครสองคน... ที่เกิดมาเพื่อกันและกัน...

 

ใครสองคน... ที่ถูกฟ้ากำหนดมาให้เป็นคู่แท้ของกันและกัน... ตั้งแต่แรกเริ่ม จากนี้และตลอดไป...

 

.

.

.

 

*FIN*

 

 

 

**แถมท้าย**

 

.
 

.


.

"สุขสันต์วันครบรอบของเราสองคน..."

 

เสียงทุ้ม ๆ ของยุนโฮดังขึ้นชิดติดริมหูของคนตัวเล็กกว่าที่ในยามนี้ได้ตกอยู่ในอ้อมกอดแข็งแรงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจจะทราบได้ ชายหนุ่มใช้คางเกยลงบนแนวไหล่เล็กลาดของเจ้าของใบหน้าหวานละมุนซึ่งยืนหันหลังให้เขาอยู่อย่างต้องการจะออดอ้อนอ่อนหวานก่อนจะแนบแก้มของตนให้ชิดกับแก้มเนียนละเอียดของคนรักพลางกระชับวงแขนให้แน่นมากยิ่งไปอีก

 

ทว่ากลับไร้เสียงตอบรับจากร่างเล็กกว่าที่กำลังยืนเหม่อมองภาพทิวทัศน์ยามกลางคืนของกรุงโซลแต่อย่างใด มีเพียงแค่สัมผัสเบา ๆ จากมือเรียวเล็กขาวผุดผ่องที่แตะลงตรงหลังมือของเจ้าของอ้อมแขนอุ่น ๆ เท่านั้นที่บ่งบอกให้คนตัวโตรับรู้ได้ว่าแจจุงนั้นยังคงรับฟังทุก ๆ คำพูดที่ลอดพ้นจากริมฝีปากของเขาอยู่... ไม่ได้ปล่อยปละความคิดจินตนาการให้ล่องลอยไปไกลแสนไกลหรือว่าเหม่อลอยอย่างที่เห็น

 

ยุนโฮจุดรอยยิ้มน้อย ๆ ขึ้นที่มุมปากก่อนจะฝังจมูกโด่ง ๆ ของตนลงบนต้นคอขาวเนียนกรุ่นไปด้วยกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ซึ่งแลดูกระจ่างตาเพราะแสงจันทร์ได้อาบไล้ลงมาอย่างอดใจเอาไว้ไม่อยู่ ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาคมคายแนบประทับรอยจูบลงตรงซอกคอก่อนจะพึมพำเหนือรอยช้ำสีแดงปนม่วงนั้นอย่างเผลอไผลไปกับเสน่ห์ที่มีมากล้นของคนตัวเล็ก

 

"เป็นของฉันตลอดไปนะ แจจุง"

 

สิ้นประโยคนั้นแจจุงค่อย ๆ หมุนกายหันหลังกลับมาเผชิญหน้าก่อนจะสอดแขนทั้งสองข้างขึ้นไปโอบรอบคอของร่างสูงกว่าแล้วโน้มใบหน้าให้เข้าไปใกล้เสียจนจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจพร้อมกับบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเสียจนหัวใจของคนฟังนั้นเต้นแรง

 

"ก็เป็นมาตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่หรือไง?"

 

ร่างสูงในเสื้อยืดคอโปโลสีฟ้าอ่อนยิ้มพรายทั้งปากและนัยน์ตาเมื่อได้ฟังประโยคแสนน่ารักนั้นจนจบ ยุนโฮใช้มือข้างหนึ่งลากไล้ไปตามใบหน้าหวานละมุนอย่างทะนุถนอมในขณะที่ใช้มืออีกข้างกระหวัดรัดเอวเล็กเอาไว้แน่นพลางแนบหน้าผากของตนให้ชิดติดกับหน้าผากของอีกฝ่ายก่อนจะกระซิบตอบ

 

"อืม... นั่นสินะ"

 

.

.

.

*FIN*จริง ๆ ค่ะ^^

 

อา... จบไปอีกหนึ่งเรื่องแล้วสินะคะเนี่ย

เป็นยังไงกันบ้างคะ? แอบห่างหายจากการเขียนฟิคซึ้ง ๆ โรแมนติคมานานพอสมควรเลยล่ะค่ะ

ถ้าอ่านแล้วขัด ๆ ไปบ้างต้องขออภัยเอาไว้ด้วยนะคะ

อย่างที่บอกไปแล้วล่ะค่ะว่าชอบเพลง사랑인걸 (It's a love) ของ 모세ที่เรานำมาใช้ประกอบการแต่งมาก

เพราะงั้นเพลงโรแมนติคเลยทำให้เราจิ้นอะไรแบบนี้ออกมาน่ะค่ะ... แล้วก็เลยเอามาทำเป็นชื่อเรื่องซะเลยล่ะค่ะ^^

อ่านจบแล้วเราก็หวังว่าคุณผู้อ่านทั้งหลายจะสามารถยิ้มตามยุนแจในเรื่องไปได้แม้เพียงสักนิดก็ยังดีนะคะ

ขอบคุณคนอ่านทุกคนทั้งที่เม้นท์และไม่เม้นท์มาก ๆ เลยนะคะ

แฟนฟิคทุกคนคะ... ขอขอบคุณจากใจเลยล่ะค่ะ

อยากให้รู้ว่าเรารักพวกคุณมาก ๆ เลยนะค้า

^_______________________________________^

 

อ๊ะ... มีอีกเรื่องค่ะที่อยากจะแจ้งเอาไว้ให้ทราบ...

คือน้องช็อทฟิคยุนแจเรื่องต่อไปของเราน่ะค่ะ (ตอนนี้สำเร็จไปราว ๆ 15% แล้วล่ะค่ะ)

มันค่อนข้างจะเป็นเรื่องที่ต่างออกไปจากแนวเดิมสักหน่อยนะคะ...

ไม่รู้ว่าคนอ่านจะรับได้รึเปล่าเนี่ยสิคะ?

แต่ยังไงก็จะพยายามลองแต่งน้องฟิคหลากหลายแนวมาให้อ่านกันดูนะคะ^^(แล้วแกจะพูดทำไมล่ะเนี่ย?)

ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะที่อุตส่าห์สละเวลาอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้กันนะคะ

แล้วพบกันใหม่เร็ว ๆ นี้(?)ค่ะ!

 

 

ปล. ขอแอบมาบอกอีกครั้งค่ะว่าเรามีโครงการรวมเล่มช็อทฟิค

เรื่อง Everlasting Love & Never Ending Stories...

ซึ่งเป็นหนังสือที่รวมช็อทฟิคของเราทั้งเรื่องเก่าและเรื่องใหม่(ที่เป็นเซอร์วิสคนอ่านในเล่ม)นะคะ

ยังไงถ้าสนใจคลิกตามลิ้งค์ข้างล่างนี้ไปเยี่ยมชมรายละเอียดได้เลยนะคะ

http://lucreazia.exteen.com/20080727/ot-edited

 

ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ

อย่าลืมรักษาสุขภาพกันด้วยนะค้า

บ๋ายบาย^^bb