I Finally Found... You
Author: Lucreazia
Fan-Fiction: TVXQ (Paring: YunJae)
Kind: One Shot, Romantic
Rate: PG-17
Author's Note: วันช็อทเรื่องนี้เกิดจากอารมณ์คึกเป็นพิเศษน่ะค่ะ^^
จริง ๆ แล้วน้องฟิคเรื่องนี้มีที่มาจากการฟังเพลง(อีกแล้ว) ค่ะ
ง่า... จะว่าไป แรงบันดาลใจของเราในการแต่งฟิคมักจะเกิดจากการฟังเพลงเสียเป็นส่วนใหญ่น่ะค่ะ -_______-
เราจะเกิดพล็อตย่อย ๆ ขึ้นในหัวบ้างเป็นประปรายจากการอ่านการ์ตูน อ่านฟิคอ่านนิยาย หรือดูหนัง
แต่ส่วนมากแล้วฟิคทั้งหมดของเราจะเกิดขึ้นจากความประทับใจในเพลงจริง ๆ เสียด้วย...
(/me นี่แกเพิ่งจะค้นพบเรอะ?)
*พยักหน้าหงึกหงัก* 555+
อุอุ... ยอมรับจริง ๆ ค่ะว่าช่วงนี้ลงฟิคบ่อยเหลือเกิน ทั้งเอามารีโพสต์ใหม่ และลงเรื่องใหม่ปะปนกันไป
ขอความกรุณาคุณผู้อ่านอย่าเพิ่งเบื่อกันไปก่อนนะคะ T______________T
เพราะหลังจากนี้มีวี่แววว่าจะเราหายเงียบไปสักพักเหมือนกันค่ะ...
แต่ว่าอย่าเพิ่งเลิกอ่านนะคะ... ได้โปรดเถิดดดดดดดด TT^TT
*กรีดร้องโหยหวน*
เอาล่ะค่ะ... และแล้วเราก้อเผลอเม้าท์แตกอีกแล้วสินะคะเนี่ย? (ฮา)
ขอให้สนุกกับการอ่านเช่นเคยค่า^^
ขอบคุณคนอ่านทุกคนมาก ๆ เลยค่ะ ทั้งที่เม้นท์และไม่เม้นท์เลยนะคะ*0*
**ฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จริงแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน... และถ้าอ่านแล้วไม่ชอบใจหรือรับไม่ได้ กรุณาปิดหน้าเวบเพจนี้ลงอย่างสันติ ขอความกรุณาอย่าก่อกวนโดยการเม้นท์ต่อว่านะคะ ขอบคุณค่ะ**
I Finally Found... You
By: Lucreazia
.
.
.
มีใครสักคนเคยบอกเอาไว้ว่า...
พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้มีสองแขน... สองขา... สองมือ... สองเท้า...
และอวัยวะอื่น ๆ ในร่างกายให้ล้วนแล้วแต่เป็นคู่กัน...
แต่ไฉน... หัวใจนั้นจึงมีเพียงแค่ดวงเดียวเล่า?
ใครคนนั้นเผยรอยยิ้มบาง ๆ พลางตอบว่า...
เพราะพระเจ้าทรงต้องการให้มนุษย์ใช้ชีวิตอยู่เพื่อค้นหาหัวใจอีกดวงหนึ่งที่เป็นคู่กันให้พบ...
ใช่...
ให้ใช้ชีวิตอยู่เพื่อค้นหา...
หัวใจสองดวง... ที่เป็นคู่กันอย่างแท้จริง
หัวใจสองดวง... ซึ่งเต้นเป็นจังหวะเดียวกันตั้งแต่เริ่มแรก... และจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป...
.
.
.
ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเต็มยศสีเทาเข้มจนเกือบดำก้าวออกมาจากลิฟต์ทันทีที่มันเคลื่อนตัวถึงชั้นที่เป็นที่หมาย ดวงตาคมสีน้ำตาลคู่สวยกวาดมองไปยังบริเวณที่เป็นเคาน์เตอร์พยาบาลอย่างรีบร้อน เมื่อพบร่างบอบบางของหญิงสาวผู้เป็นพนักงานฝ่ายบุคคลที่ทำหน้าติดต่อกับผู้ป่วยภายนอกแล้วเท้าทั้งคู่ในรองเท้าหนังขัดมันเงาวับก็พาเจ้าของของมันเข้าไปหาในเวลาเพียงเสี้ยววินาที ริมฝีปากบางเฉียบได้รูปสวยถูกขยับขึ้นลงเพื่อเอ่ย
"ขอโทษนะครับ... แผนกผู้ป่วยนอกนี่ต้องแจ้งชื่อที่ตรงนี้รึเปล่าครับ?"
เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลเงยหน้าขึ้นมามองชายหนุ่มผู้มาใหม่ก่อนจะเป็นฝ่ายถามกลับบ้าง
"ไม่ทราบว่าคุณเป็นอะไรมาล่ะค่ะ?"
"คือ... ผมรู้สึกว่าข้อมือจะซ้นน่ะครับ"เสียงทุ้มบอกเรียบเรื่อยราวกับตัวเองไม่ได้เป็นคนเจ็บเสียอย่างนั้นก่อนจะยกข้อมือข้างขวาที่ตอนนี้บวมแดงเล็กน้อยขึ้นมาให้หญิงสาวตรงหน้าดูเป็นการประกอบ
"อย่างนั้นรบกวนคุณแจ้งชื่อด้วยค่ะ"
"ชองยุนโฮครับ"
"ดิฉันจะติดต่อกับเคาน์เตอร์พยาบาลให้ทันทีเลยค่ะ"ว่าพลางหยิบโทรศัพท์ที่ใช้ติดต่อภายในขึ้นมาแนบหูก่อนจะกดเบอร์ลงไปโดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาคิดก่อนหรือต้องเปิดสมุดดูหมายเลขที่ต้องการด้วยซ้ำไป
"ฮัลโหล... ค่ะเคาน์เตอร์พยาบาลเหรอคะ ตอนนี้มีผู้ป่วยนอกได้รับบาดเจ็บที่ข้อมือมาน่ะค่ะ ไม่ทราบว่าจะให้เข้าไปยังห้องตรวจได้ทันทีเลยรึเปล่าคะ? คะ?... ชองยุนโฮค่ะ... งั้นเหรอคะ? งั้นรอสักครู่นะคะ"
ร่างบอบบางของหญิงในเครื่องแบบพนักงานหันหน้ากลับมามองยังร่างสูงในชุดสูทเต็มยศที่ยืนรออยู่ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ
"ตอนนี้คลีนิคของเราเหลือคุณหมออยู่เพียงท่านเดียวค่ะ เพราะตอนนี้คุณหมอท่านอื่นออกไปรับประทานอาหารกลางวันกันหมดแล้ว ไม่ทราบว่าคุณชองยุนโฮจะสะดวกรอสักสิบนาทีได้ไหมคะ?"
"ได้สิครับ ไม่มีปัญหาครับ"คนตัวสูงพูดพลางยิ้มบาง ๆ ให้ แม้เจ้าตัวจะรู้สึกปวดหนึบ ๆ ที่ข้อมืออยู่ไม่น้อยเช่นกัน แต่เขาก็รู้ดีว่าการที่เขาต้องทนเจ็บอยู่นี่ก็ไม่ได้เป็นความผิดของหญิงสาวเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลคนนี้แต่อย่างใด... สิ่งที่เขาควรจะทำก็มีเพียงแค่รอเท่านั้น
"ขอบคุณมากค่ะ งั้นเชิญคุณนั่งรอตรงด้านโน้นนะคะ อีกสักครู่คุณพยาบาลจะมาเรียกคุณไปยังห้องตรวจเองค่ะ"หญิงสาวพูดพลางผายมือไปยังเก้าอี้รับแขกตัวยาวที่ตั้งอยู่ด้านซ้ายมือก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูอีกครั้ง
ยุนโฮก้มหัวเป็นเชิงขอบคุณให้เจ้าหล่อนครั้งหนึ่งก่อนจะลากขายาว ๆ เพื่อไปนั่งตรงบริเวณริมสุดของโซฟาตัวหนานุ่มนั้น มือเรียวแข็งแรงข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บถูกเจ้าตัวหยิบนิตยสารเกี่ยวกับธุรกิจการจัดการขึ้นมาพลิกอ่านอย่างสนอกสนใจอยู่ไม่น้อย นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มสวยไล่ไปตามตัวอักษรที่เรียงกันเป็นพรืดด้วยความรวดเร็ว และในขณะที่ชายหนุ่มกำลังเพลิดเพลินในการอ่านอยู่นั้นก็มีเสียงเรียกดังขึ้นเบา ๆ
"คุณชองยุนโฮคะ... เชิญทางด้านนี้ค่ะ"
เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นจากหนังสือก่อนจะวางมันลงบนโซฟาอย่างนุ่มนวลแล้วค่อยขยับกายลุกขึ้นเพื่อออกเดินตามนางพยาบาลคนหนึ่งที่มาเรียกเขาไป
ทางเดินแคบ ๆ หากตกแต่งด้วยสไตล์โพสต์โมเดิร์นของคลีนิคแห่งนี้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกทึ่งในความคิดสร้างสรรค์ของคนที่เป็นเจ้าของอย่างประหลาด ริมฝีปากได้รูปสวยอดเหยียดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อเห็นภาพจำลองงานเขียนของปิกัสโซ่หลายภาพถูกแขวนเรียงรายตามผนังของระเบียงที่ทอดยาวราวกับไม่มีที่สิ้นสุด
คลีนิคอะไร... อย่างกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะก็ไม่ปาน!!
เมื่อนางพยาบาลร่างเล็กข้างหน้าหยุดเดิน ชายหนุ่มจึงหยุดการก้าวเท้าตามไปด้วยโดยปริยาย ร่างเพรียวในเครื่องแบบสีขาวยกมือเพื่อเคาะประตูไม้เนื้อดีสีน้ำตาลแก่ ๆ สองสามครั้งก่อนจะเปิดเข้าไป
"ขออนุญาตค่ะคุณหมอ..."หล่อนพูดตามมารยาทก่อนจะเอี้ยวตัวหลบให้ชายหนุ่มซึ่งเป็นคนไข้ได้เดินผ่านบานประตูนั้นเข้าไปยังภายในห้องตรวจ ก่อนที่จะถอยหลังออกไปแล้วค่อยงับบานประตูให้ปิดสนิทลงดังเดิม
ชองยุนโฮสาวเท้าเข้าไปยังภายในห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่คลุ้งไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจนฉุนแสบจมูก ร่างสูงมาหยุดลงตรงข้างหน้าของเก้าอี้นั่งแบบมีพนักพิง และยังไม่ทันที่เจ้าของผมสีน้ำตาลแกมแดงสวยจะได้เอ่ยอะไรออกไป เสียงแหบนิด ๆ ของคุณหมอก็เป็นฝ่ายดังขึ้นเสียก่อน
"เชิญนั่งครับ..."
น้ำเสียงของเจ้าตัวคนพูดประโยคนั้นส่งผลให้ดวงตาคม ๆ สีน้ำตาลที่มีประกายวิบวับวาววามอยู่ภายในเสมอตวัดขึ้นไปมองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามในทันที
ร่างบอบบางเจ้าของดวงหน้าหวานละมุนในเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดบริสุทธิ์กำลังจ้องมองกลับมาด้วยสายตาที่แสดงความสงสัยและระคนไปด้วยความหลากใจไม่น้อยไปกว่ากัน เจ้าของผมสีดำสนิทราวเส้นไหมชั้นดีขมวดคิ้วเข้าหากันมุ่นพร้อมกับเอียงคอน้อย ๆ มองชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาเข้มอย่างนึกแปลกใจ ความรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาปรากฏขึ้นอยู่ภายในใจและถูกถ่ายทอดออกมาผ่านทางแววตาจนหมดสิ้น
ดวงตาสองคู่จดจ้องกันนิ่งเนิ่นนานอย่างเหลือเกินในความรู้สึก...
สายตาที่แลสบกันนั้นปลุกความทรงจำในอดีตให้ตื่นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้...
ความทรงจำที่คนสองคนเก็บกักเอาไว้ให้เป็นอดีตอันแสนน่าประทับใจกลับย้อนขึ้นมาเป็นฉาก ๆ
ภาพแห่งความทรงจำลอยวนเวียนอยู่เบื้องหน้าคนทั้งสองราวกับเป็นภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำฉายซากหลายสิบหลายร้อยรอบ...
.
.
.
แสงแดดรำไรสีทองอบอุ่นที่ทอดตัวเป็นแนวยาวลงบนทางเดินโรยกรวดหยาบ ๆ ซึ่งในตอนนี้กลับถูกแทนที่ด้วยบรรดาใบไม้แห้งกรอบที่หลุดร่วงปลิดปลิวลงจากกิ่งก้านตกกระจัดกระจายอยู่เกลื่อนจนละลานตานั้นทำให้คนที่เพิ่งจะเดินออกมานอกเขตใต้ร่มเงาไม้ต้องหรี่ตาลงนิดหนึ่งเพื่อปรับแสง
คนตัวเล็กในเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่กำลังหอบเอกสารเกี่ยวกับวิวัฒนาการของวงการแพทย์ในปัจจุบันอยู่เต็มอ้อมแขนนั้นตกเป็นเป้าสายตาของกลุ่มคนมากมายทั้งชายและหญิงที่อยู่ในบริเวณรายรอบได้เป็นอย่างดี
คิมแจจุงกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นเพราะกลัวว่าเอกสารมากมายที่ตนเองหอบมานั้นจะร่วงลงไปกองอยู่บนพื้นเสียก่อนที่จะถึงที่หมาย มือเรียวเล็กขาวผ่องข้างหนึ่งถูกเจ้าตัวยกขึ้นมาปาดเหงื่อชื้น ๆ แถวขมับออกอย่างไม่ใคร่ใส่ใจนักก่อนจะเลื่อนลงไปปาดเหงื่อบริเวณใต้คางเป็นลำดับต่อไป ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อสวยพรูลมหายใจออกมาเป็นทางยาวด้วยความเหน็ดเหนื่อย
ร้อนก็ร้อน... แถมยังต้องมาเเบกของหนัก ๆ อย่างนี้อีก...
เป็นใคร... ใครก็เหนื่อยด้วยกันทั้งนั้น...
นัยน์ตาสีดำสนิทราวกับความมืดมิดของยามค่ำคืนกวาดมองไปยังร้านค้าริมทางที่ถูกรัฐบาลกำหนดพื้นที่และจัดการควบคุมให้เป็นสัดเป็นส่วนในบริเวณสวนสาธารณะ เมื่อสายตาไปพบกับร้านขายเครื่องดื่มและของกินจุบจิบร้านเล็ก ๆ ร้านหนึ่งแจจุงก็รีบสาวเท้าเข้าไปโดยไม่รอช้า
ข้อเท้าคู่เล็กมาหยุดลงตรงหน้าร้านขายของชำซึ่งออกแบบเป็นกล่องสี่เหลี่ยมทรงสูงแคบ ๆ สร้างจากอะลูมิเนียมประกอบกับกระจกแบบบานเลื่อนเพียงแค่สองสามแผ่นเท่านั้น ดวงตาสีดำสนิทคู่สวยไล่ไปตามแผงขายของที่อัดแน่นไปด้วยหนังสือพิมพ์ บุหรี่หลากยี่ห้อ หมากฝรั่ง และขนมขบเคี้ยวอื่น ๆ ก่อนจะไปจบลงตรงตู้แช่เย็นที่มีน้ำเปล่า น้ำอัดลม และน้ำผลไม้หลากชนิดซึ่งถูกวางเรียงอยู่จนเต็มเอี๊ยดทุกชั้น
มือเรียวเล็กเอื้อมไปเปิดฝาประตูของตู้เย็นก่อนจะคว้าเอาน้ำผลไม้ผสมโซดายี่ห้อโปรดออกมาหนึ่งกระป๋อง ร่างบอบบางมองผ่านกระจกแบบบานเลื่อนอันเล็ก ๆ ก่อนจะเคาะมันเบา ๆ พลางร้องบอกหญิงวัยกลางคนที่กำลังนั่งดูโทรทัศน์เครื่องเล็กที่สามารถพกพาไปไหนต่อไหนได้อยู่อย่างเพลิดเพลิน
"โทษนะครับ... กระป๋องนี้เท่าไรครับ?"ถามพลางวางกระป๋องเซมิโซดากลิ่นแอ๊ปเปิ้ลลงบนแผงขายของอย่างเบามือก่อนจะล้วงมือลงในกระเป๋ากางเกงเพื่อควานหาเศษเหรียญ
หญิงผู้เป็นเจ้าของร้านละสายตาจากรายการโทรทัศน์เบื้องหน้าก่อนจะหันมาเลื่อนกระจกบานเล็กให้เปิดออกพร้อมกับบอกราคาของด้วยเสียงดังฟังชัด
"เจ็ดร้อยห้าสิบวอน"
แจจุงชะงักไปนิดหนึ่งกับราคาที่แพงกว่าปกตินั่นแต่ก็ต้องจำใจควักธนบัตรใบละหนึ่งหมื่นวอนออกมาเมื่อเจ้าตัวนั้นหาเศษเหรียญที่ควรจะมีอยู่ในกระเป๋ากางเกงไม่พบเลยแม้แต่เหรียญเดียว ร่างเพรียวบางถอนหายใจยาวก่อนจะส่งธนบัตรพิมพ์ลายสีเขียวเข้มให้คนขาย เพราะคิดดูดี ๆ แล้วก็จะพบว่าร้านค้าปลีกแบบนี้มักจะคิดราคาสินค้าแพงกว่าร้านมินิมาร์ททั่วไปจนกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปเสียแล้ว
หญิงวัยกลางคนรับเงินจากมือของร่างบางไปก่อนจะทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอนิดหน่อยเพราะเธอได้รับแบงค์ใหญ่มากกว่าจะเป็นแบงค์ย่อยซึ่งสะดวกในการทอน หล่อนเอื้อมมือลงไปหยิบเศษเหรียญที่ใส่อยู่ในถ้วยพลาสติกก่อนจะนับเงินทอนอย่างคล่องแคล่วแล้วจึงส่งให้ชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่ยืนรออยู่ตรงหน้าร้านก่อนจะงึมงำคำขอบคุณอยู่แค่ในลำคอ
แจจุงรับเงินทอนทั้งหมดนั้นโดยไม่ได้นับตรวจดูอีกรอบให้ดีเสียก่อนเพราะเอกสารที่ถือมาทั้งหมดนั้นดูท่าจะไม่เป็นใจกับเจ้าของอ้อมแขนที่กำลังประคองพวกมันอยู่อย่างทะนุถนอมเลยสักนิด คนตัวเล็กพยายามจะดึงเอกสารที่เริ่มเลื่อนลงไปตามแรงโน้มถ่วงของโลกให้กลับขึ้นมาอยู่ในอ้อมแขนของตนอย่างเอาเป็นเอาตาย
และในทันใดนั้นก็มีลมพัดมาแรง ๆ วูบหนึ่ง...
"โอ๊ะ!!!"
เสียงอุทานหลุดรอดจากริมฝีปากอิ่มชื้นสีสดในขณะที่เอกสารวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่เจ้าของเสียงนั้นอุตส่าห์อดทนแบกมาจากหอสมุดเป็นระยะทางตั้งไกลกำลังพร้อมใจกันทิ้งตัวลงไปตามแรงลมอย่างง่ายดาย กระดาษสีขาวที่มีแต่ตัวอักษรทางวิชาการยาก ๆ เรียงกันเป็นพรืดนับร้อยใบปลิวว่อนกระจัดกระจายเกลื่อนลานกว้างในบริเวณนั้น
คิมแจจุงได้แต่ยืนนิ่งเพราะช็อคจนทำอะไรไม่ถูก!!
มือเรียวแข็งแรงของใครคนหนึ่งเอื้อมลงไปเก็บกระดาษนับร้อยที่ปลิวว่อนไปทั่วนั่นให้ทั้ง ๆ ที่คนรอบข้างอื่น ๆ ไม่ให้ความสนใจหรือแม้แต่จะปรายหางตามามองเลยด้วยซ้ำ ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทแบบดับเบิ้ลสีดำลายทางย่อตัวลงเพื่อเก็บเอกสารเหล่านั้นอย่างตั้งอกตั้งใจก่อนจะตะโกนเรียกสติของคนตัวเล็กบางที่ยังคงยืนนิ่งเป็นหุ่นไม้ให้กลับมาคืนมาได้ในเวลาเพียงชั่วเสี้ยววินาที
"คุณครับ... พวกนี้น่ะของคุณใช่ไหมครับ?"
"ครับ... ใช่..."แจจุงตอบเสียงตะกุกตะกักเมื่อสบตากับนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำที่น่าหลงใหลของชายหนุ่มแปลกหน้าก่อนจะรีบย่อตัวลงเพื่อรวบรวมเอกสารที่กระจัดกระจายบ้าง
ร่างบอบบางในเชิ้ตสีฟ้าอ่อนตามเก็บเอกสารที่ตอนนี้เปื้อนคราบดินและฝุ่นไปเล็กน้อยจนเกือบจะครบ คนตัวเล็กเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นสุดท้ายที่อยู่ใกล้มือเพียงแค่เอื้อมจึงยื่นมือออกไปหมายจะหยิบมันขึ้นมา
แทนที่มือขาว ๆ จะแตะโดนกระดาษ...
หากมันกลับไปสัมผัสถูกมือเรียวแข็งแรงของใครอีกคนหนึ่งแทน!
ดวงหน้าหวานละมุนแหงนเงยขึ้นเพื่อมองหน้าของใครคนนั้นแทบจะในทันที นัยน์ตาสองคู่แลสบกันนิ่งเนิ่นนานราวกับโลกทั้งใบได้หยุดหมุนลงไปชั่วขณะ... และมีเพียงแค่เขาสองคนเท่านั้นที่คงอยู่
ราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ ไหลผ่านปลายนิ้วที่แตะกันอยู่อย่างแผ่วเบา... ความรู้สึกวูบวาบแปลกประหลาดกำลังก่อตัวขึ้นก่อนจะทำเอาชายหนุ่มทั้งสองรู้สึกอึดอัดกับความร้อนรุ่มภายในอกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายของคนทั้งคู่กำลังเต้นรัวเร็วและแรงจนคล้ายกับจะทะลุออกมา อาการทั้งหลายเหล่านั้นเกิดขึ้นภายในเวลาเพียงชั่วเสี้ยววินาทีที่ปลายนิ้วแตะถูกกัน...
หากอาการแปลก ๆ นั้นกลับไร้ซึ่งสาเหตุใด ๆ ทั้งสิ้นมารองรับ!!!
นัยน์ตาสีดำสนิทคู่สวยมีแววระยิบระยับภายในช้อนขึ้นมองวงหน้าของคนตัวโตกว่าอย่างหวาด ๆ ดวงหน้าคมคายรับกับแนวจมูกโด่งเป็นสันของคนตรงหน้าทำเอาร่างบาง ๆ ยอมรับในเสน่ห์ที่มีมากอย่างเหลือร้ายของชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทไปโดยปริยาย ริมฝีปากอิ่มชื้นสีระเรื่อถูกเจ้าของของมันขยับขึ้นลงเป็นการทำลายความเงียบที่กำลังห่อหุ้มบรรยากาศรอบตัวของเขาทั้งสองให้ขาดจากโลกภายนอกอยู่ลง
"เอ้อ... ขอบคุณมากครับที่ช่วยเก็บเอกสารพวกนี้ให้"พูดพลางชักมือกลับอย่างรวดเร็วก่อนจะฉวยเอาแผ่นกระดาษต้นเหตุขึ้นมารวมกับเอกสารที่เหลือซึ่งตอนนี้ได้กลับอยู่ในอ้อมกอดอีกครา
"ไม่เป็นไรครับ"ยุนโฮตอบก่อนจะส่งยิ้มให้อีกฝ่ายหลังจากชะงักไปนานกับดวงหน้าใสกระจ่างของร่างบอบบางในเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน ๆ นัยน์ตาสีดำสนิทคู่โตสวย ๆ คู่นั้นสะกดลมหายใจของเขาได้อย่างชะงัด แล้วยังไม่นับจมูกเล็กโด่งรั้นได้รูปสวยที่รับกับริมฝีปากอิ่ม ๆ สีชมพูเรื่อนั่นอีก...
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนตัวเล็กบางตรงหน้านี่เป็นผู้ชายเหมือนกันกับเขา!!!
แจจุงลุกขึ้นพลางใข้มืออีกข้างปัดแข้งปัดขาก่อนจะกระชับเอกสารปึกใหญ่ให้แน่นขึ้นเหมือนกับกลัวว่ามันจะหล่นลงไปอีกรอบอย่างไรอย่างนั้นโดยไม่ลืมคว้าเอากระป๋องเครื่องดื่มที่ตนเองได้วางแหมะอยู่บนแผงขายของมาได้สักพักใหญ่ ๆ ขึ้นมาถือเอาไว้ในมือข้างที่ว่างด้วย
มือเรียวแข็งแรงของชายหนุ่มอีกคนยื่นเอกสารที่เหลือส่งให้คนตัวเล็กกว่า นัยน์ตาสีดำสนิทราวความมืดมิดของยามค่ำคืนจ้องมองกลับด้วยความประหลาดใจเล็กน้อยก่อนที่สมองจะประมวลผลได้ในวินาทีต่อมา มือเรียวขาวผ่องจึงยื่นออกไปรับของที่อีกฝ่ายส่งมาให้พร้อมกับคลี่รอยยิ้มงดงามบริสุทธิ์ตามเเบบฉบับ
"ขอบคุณมากนะครับ"เสียงแหบนิด ๆ อ้อมแอ้มบอกพลางค้อมศีรษะลงนิดหนึ่งเป็นการประกอบไปด้วย
"ไม่เป็นไรครับ"ชายหนุ่มตอบพลางคิดในใจเงียบ ๆ ว่าเสียงของคนตรงหน้าช่างเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์น่าหลงใหลอย่างไรตัวเขาเองก็บอกไม่ถูกเช่นกัน และในขณะที่ร่างบอบบางยืนละล้าละลังอยู่ชั่วครู่เพราะไม่รู้ว่าจะทำตัวเช่นไรต่อไปดี ยุนโฮก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากขึ้นมาก่อน
"คุณกำลังจะไปไหนล่ะครับ ผมช่วยถือไปส่งให้เอาไหมครับ?"
นัยน์ตาคู่สวยเบิกโตขึ้นนิดหนึ่งก่อนที่เจ้าของของมันจะตอบปฏิเสธ
"ไม่เป็นไรครับ... ผมถือเองได้"
สิ้นคำพูดนั้นร่างสูงก็อดยิ้มกว้างอวดแนวฟันขาวเรียงเป็นระเบียบชัดเจนออกมาไม่ได้ก่อนจะถามย้ำ
"คุณแน่ใจนะครับ?"
"แน่สิครับ"คนตัวเล็กบางส่งยิ้มมั่นอกมั่นใจให้ก่อนจะโค้งศีรษะลงต่ำอีกครั้งแทนคำขอบคุณ
ร่างสูงล้วงมือทั้งสองข้างลงในกระเป๋ากางเกงเนื้อดีในขณะที่ริมฝีปากบางเฉียบบิดโค้งขึ้นแย้มยิ้มให้คู่สนทนา
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม...
แต่พออยู่ต่อหน้าคนคนนี้แล้ว เขาก็อดที่จะยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกเป็นสุขลึก ๆ ในใจไม่ได้
แจจุงส่งยิ้มกลับไปให้ร่างสูงหนาของชายหนุ่มที่ตนเองยังไม่รู้จักแม้แต่ชื่ออีกครั้งก่อนจะหมุนส้นเท้าหันหลังกลับแล้วค่อย ๆ เดินออกไปจากบริเวณนั้นในที่สุด... ทิ้งเอาไว้เพียงร่างสูงใหญ่ของเจ้าของผมสีน้ำตาลแกมแดงสวยในชุดสูทแบบดับเบิ้ลลายทางที่ได้แต่มองตามแผ่นหลังบอบบางนั้นค่อย ๆ หายลับไปจากสายตา...
.
.
.
"คุณหมอคะ ดิฉันนำคูลฮ็อทแพคเจลมาให้แล้วค่ะ"
เสียงใส ๆ ของนางพยาบาลคนหนึ่งดังขึ้นเป็นการฉุดดึงเอาสติของคนสองคนที่ได้หลุดเข้าไปอยู่ในห้วงแห่งความทรงจำที่มีร่วมกันอยู่นานสองนานให้กลับคืนมายังปัจจุบันกาล
แจจุงหันหน้าไปตามต้นเสียงเรียกนั้นก่อนจะพูดตะกุกตะกัก
"เอ่อ... คือ... คุณพยาบาลช่วยเอามาวางตรงนี้ด้วยครับ"
ร่างสูงหนาของผู้ป่วยภายนอกที่กำลังนั่งนิ่งราวกับเป็นหุ่นไม้จึงค่อยขยับตัวและใช้สายตามองตามคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามไปบ้าง คูลฮ็อทแพคเจลถุงเล็ก ๆ ถูกพยาบาลสาวร่างเล็กนำมาวางลงบนโต๊ะตรวจ มือเรียวสวยเกินกว่าจะเป็นมือของผู้ชายเอื้อมไปจับมันก่อนจะนำมาวางลงตรงหน้าของยุนโฮ ริมฝีปากอิ่มชื้นสีสดขยับขึ้นลงได้ใจความว่า
"เอ่อ... คุณช่วยส่งมือข้างที่ซ้นมาให้ผมดูหน่อยสิครับ"
"ครับ"ร่างสูงตอบพร้อมกับยื่นมือข้างขวาที่ตอนนี้บวมแดงขึ้นมาให้คุณหมอหน้าสวยดูด้วยความรวดเร็ว
ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงตรงบริเวณข้อมือที่บวมอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าจะทำให้คนป่วยรู้สึกเจ็บปวดมากไปกว่าที่เป็นอยู่อย่างไรอย่างนั้น คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันมุ่นก่อนเจ้าของของมันจะเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรงอย่างไม่ค่อยจะพอใจสักเท่าไรนักกับสภาพการบาดเจ็บภายนอกที่เห็น
"คุณไปทำอะไรมาหรือครับ?"
"คือ... ผมลื่นล้ม..."
นัยน์ตาสีดำคู่สวยตวัดกลับมามองอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่คนตัวโตพูดเลยแม้แต่น้อยก่อนจะจ้องลงลึกในดวงตาสีน้ำตาลเข้มของอีกฝ่ายแบบขู่ ๆ จนร่างสูงต้องค่อย ๆ ยอมละล่ำละลักบอกความจริงออกมาในที่สุด
"อ่า... ครับ... คือ เลขาฯของผมวันนี้เธอเกือบจะตกบันไดน่ะครับ"
"แล้วคุณก็ไปช่วยไว้ได้ทัน?"ถามเสียงสูง
"ครับ...ใช่ ผมเอื้อมมือออกไปคว้าต้นแขนเธอเอาไว้ได้ทันน่ะครับ แต่ว่ามือข้างนี้ผมจับราวบันไดเอาไว้เป็นหลักยึด... ทีนี้มันก็เลยเป็นอย่างที่เห็นนี่แหละครับ"
"แล้วคุณไปสร้างวีรกรรมที่ว่านี่ตอนกี่โมงครับ?"
"ครับ?"ย้อนถามเสียงสูงพลางทำหน้าเป็นเครื่องหมายคำถามไปด้วย
"คุณไม่ได้มาที่นี่ทันทีใช่มั้ยล่ะครับ เพราะคุณคิดว่าแค่นี้น่ะเล็กน้อย ไม่น่าจะเป็นอะไร"ร่างบอบบางในเสื้อกาวน์สีขาวดักคอเข้าให้ด้วยความรู้ทัน
"อ่า... ใช่ครับ"ยุนโฮพยักหน้าลงหงึกหงักก่อนจะรับคำด้วยความทึ่งอยู่ไม่น้อย
ไม่รู้ว่าทำไมคนตรงหน้านี่ถึงรู้ทันเขาไปเสียหมดอย่างนี้นะ!!!
"งั้นผมจะเขียนใบสั่งยาแก้ปวดแล้วก็ยาแก้อักเสบให้คุณนะครับ อ้อ... แล้วอย่าลืมใช้คูลฮ็อทแพคเจลประคบเอาไว้ด้วยนะครับ"
"ข้างล่างนี่มีร้านขายยาใช่ไหมครับ?"ถามพลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อมือเรียวสวยของคุณหมอยังจับมือของเขาเอาไว้มั่น
แม้จะเป็นแค่การตรวจก็เถอะ!!
แต่ชองยุนโฮยังอดอารมณ์ดีที่ได้สัมผัสมือเล็ก ๆ นุ่มนิ่มราวกับไม่เคยได้ทำงานหนักของอีกฝ่ายไม่ได้อยู่ดี
"มีอยู่ตรงหัวมุมใกล้ ๆ กับสี่แยกน่ะครับ คุณเอาใบสั่งยาจากที่นี่ไปให้เภสัชกร จ่ายเงินแล้วก็รอรับยาได้เลยครับ อ้อ... ใช่อีกอย่าง ห้ามคุณออกแรงที่ข้อมือหนัก ๆ ไปสักสองอาทิตย์ด้วยนะครับ เดี๋ยวอาการจะแย่ลงไปอีก"
ชองยุนโฮเหม่อมองริมฝีปากอิ่มชื้นสีชมพูระเรื่อของคนตัวเล็กบางในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตาขยับขึ้นลงอย่างเพลิดเพลิน หาก... สิ่งที่คุณหมอหน้าสวยพร่ำพูดออกมานั้นแทบจะไม่ซึมซาบเข้าสู่สมองเลยสักนิดเดียว!!!
มือเรียวเล็กขยับเพื่อเขียนใบสั่งยาและจดบันทึกการรักษาลงในแฟ้มประวัติคนไข้ยุกยิกก่อนจะส่งมันให้นางพยาบาลที่ยืนรอรับมันอยู่ข้าง ๆ และในทันทีที่ร่างของนางพยาบาลสาวลับออกไปจากประตูห้องตรวจ คนตัวเล็กบางในเสื้อกาวน์ก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้พลางขยับหูฟังให้เข้าที่เข้าทางพร้อมกับเอ่ยเสียงเบา... เบามากจนเสียงแทบจะไม่ลอดพ้นลำคอออกมาเลยด้วยซ้ำ หากชายหนุ่มร่างสูงกลับได้ยินมันชัดเจนทุกถ้อยคำ!!
"เรื่องวันนั้น... ขอบคุณมากนะครับ" พอแจจุงพูดออกไปเช่นนั้นแล้วเจ้าตัวก็นึกอยากตีอกชกหัวตัวเองยิ่งนัก
พูดอะไรออกไปนะเรา...
ถ้าเขาเกิดจำไม่ได้จะทำยังไง?
ไม่หน้าแตกยับเยินหรอกเหรอเนี่ย...
หากในความเป็นจริงแล้วคนตัวสูงในสูทสีเข้มกลับเผยรอยยิ้มกว้างขวางอวดแนวฟันขาวเรียงเป็นระเบียบชัดเจนเฉกเช่นเดียวกันกับคราวแรกเจออย่างไม่มีผิดเพี้ยนพร้อมกับตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมั่นคงเป็นอย่างยิ่ง
"ไม่เป็นไรครับ... ผมยินดีเสมอ"
ร่างบอบบางเงยหน้าขึ้นมาด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ ชายหนุ่มจึงยิ้มที่มุมปากให้นิดหนึ่งก่อนจะพูดต่อ
"เอ้อ... คุณหมอ ผมชื่อ..."
"ชองยุนโฮ!!"
ปลายประโยคของชายหนุ่มร่างสูงขาดหายไปเพราะคนตัวเล็กกว่าต่อให้ทันทีทำเอาเจ้าของชื่อนั้นงงเป็นไก่ตาแตก เจ้าของเส้นผมสีดำสนิทราวเส้นไหมชั้นดีหัวเราะออกมาเบา ๆ เมื่อเห็นอาการนั้นของคู่สนทนาก่อนจะเฉลย
"ชื่อของคุณมันอยู่ในประวัติคนไข้เมื่อกี๊น่ะครับ"
คราวนี้ยุนโฮถึงกับต้องใช้มือเกาศีรษะตัวเองแรง ๆ สองสามทีจนผมยุ่งเป็นกระเซิงเพื่อแก้เก้อพร้อมกับส่งยิ้มเขิน ๆ ให้ไปด้วย และในเวลาต่อมานัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มสวยจะเหลือบไปสังเกตเห็นอะไรบางอย่างเข้า... คนตัวโตเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ซุกซนก่อนจะเอ่ย
"คุณหมอคิมแจจุงนี่ฉลาดจริง ๆ นะครับ!!"
คราวนี้นัยน์ตาสีดำสนิทของคุณหมอหน้าหวานเป็นฝ่ายต้องเบิกโตขึ้นบ้าง ร่างบอบบางแสดงสีหน้าและท่าทางที่บอกว่าเจ้าตัวนั้นประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง ชองยุนโฮยกมุมปากขึ้นยิ้มนิดหนึ่งก่อนจะใช้นิ้วชี้เรียวยาวของตนชี้ไปยังแผ่นป้ายพลาสติกแข็งที่ถูกติดอยู่ตรงอกเสื้อกาวน์ของร่างเล็กกว่าพร้อมกับบอกด้วยประโยคแทบจะเป็นแบบเดียวกันเป๊ะ ๆ กับประโยคของแจจุงเมื่อครู่ก่อนนี้
"ชื่อของคุณหมอมันติดอยู่บนป้ายตรงหน้าอกน่ะครับ!"
คนที่ถูกย้อนในเวลาไม่ถึงเสี้ยวนาทียิ้มเขินจนแก้มใสเรื่อด้วยสีของเลือดที่ถูกสูบฉีดก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ ให้กับความเจ้าเล่ห์แสนกลและความฉลาดของคนตัวโตกว่า ร่างเล็กหัวเราะไปพลางใช้มือข้างหนึ่งปิดปากไปด้วย
มือเรียวแข็งแรงได้รูปสวยถูกยื่นมาตรงหน้าก่อนที่เจ้าของของมันจะเอ่ย
"ชองยุนโฮครับ ยินดีที่ได้รู้จัก... อย่างเป็นทางการ"
ประโยคนั้นสามารถเรียกรอยยิ้มกว้างแสนสวยงามบริสุทธิ์เหนือใครบนโลกใบนี้ให้ปรากฏอยู่บนใบหน้าหวานละมุนได้เป็นอย่างดี คนตัวเล็กยื่นมือของตัวเองออกไปสัมผัสกับมือของอีกฝ่ายที่ถูกยื่นออกมารออยู่ก่อนแล้วก่อนจะพูดบ้าง
"คิมแจจุงครับ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน"
มือเรียวแข็งแรงกระชับมือเล็กขาวผ่องเอาไว้แนบแน่นราวกับเป็นคำสัญญา... คำสัญญาที่ผูกมัดความสัมพันธ์ของเขาทั้งสองคนทั้งจากนี้และตลอดไป...
และก่อนที่แจจุงจะได้พูดอะไรออกไป เสียงทุ้มนุ่มของชายหนุ่มก็กลับเป็นฝ่ายดังขึ้นมาเสียก่อน
"คราวหน้าผมขอแวะมาหาอีก... โดยไม่ต้องเจ็บตัวได้ไหมครับ คุณหมอ?"
.
.
.
มีใครสักคนเคยบอกเอาไว้ว่า...
พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้มีสองแขน... สองขา... สองมือ... สองเท้า...
และอวัยวะอื่น ๆ ในร่างกายให้ล้วนแล้วแต่เป็นคู่กัน...
แต่ไฉน... หัวใจนั้นจึงมีเพียงแค่ดวงเดียวเล่า?
ใครคนนั้นเผยรอยยิ้มบาง ๆ พลางตอบว่า...
เพราะพระเจ้าทรงต้องการให้มนุษย์ใช้ชีวิตอยู่เพื่อค้นหาหัวใจอีกดวงหนึ่งที่เป็นคู่กันให้พบ...
ใช่...
ให้ใช้ชีวิตอยู่เพื่อค้นหา...
หัวใจสองดวง... ที่เป็นคู่กันอย่างแท้จริง
หัวใจสองดวง... ซึ่งเต้นเป็นจังหวะเดียวกันตั้งแต่เริ่มแรก... และจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป...
แล้ววันนี้... คุณพบหัวใจอีกดวงหนึ่งที่เป็นคู่กันกับหัวใจของคุณแล้วหรือยัง?
.
.
.
-Fin-
ง่า... กว่าจะเขียนจนเสร็จได้นี่ก็ลากเลือดมาก ๆ เลยค่ะ
T_______________T
อา.. ช่างเป็นวันช็อทที่ทำเอาเราบ้าคลั่งไปหลายอาทิตย์
แต่ในที่สุดก็จบลงด้วยดี(?)สินะคะ^^
ขอความกรุณาคุณผู้อ่านได้โปรดอย่าโกรธเลยค่ะที่เราเขียนให้จบเยี่ยงนี้...
พล็อตมันมาอย่างนี้น่ะค่ะ^^
สองคนนี้เจอหัวใจอีกดวงที่เป็นคู่กันกับของตัวเองแล้ว...
เรื่องก็จบไปตามระเบียบและยังเข้ากับชื่อเรื่องเด๊ะ ๆ ด้วยเน้~
จะว่าไปก็นับว่าเป็นอีกเรื่องที่เรารักมาก ๆ เลยล่ะค่ะ *0*
เพราะแอบเอาประสบการณ์จริงของตัวเองและเพื่อนมาใส่ไว้ในวันช็อทเรื่องนี้ประปราย... (เหรอ?)
จริง ๆ แล้วไม่มีอะไรหรอกค่ะ...
นอกจากแค่ต้องการจะบอกคุณผู้อ่านทุกคนว่าค่าวิชาชีพของหมอที่เกาหลีน่ะมันแพงโฮกกกกกกกกกก T_________T
ค่าตรวจแพงก็แพง... แถมยังต้องถ่อไปซื้อยาเองอีกต่างหาก
ไม่พอ... ค่ายาก็แพงไม่แพ้กันเลยด้วย! ชิ ๆๆๆๆ
(/me เฮ้ย! นอกเรื่องไปไกลแล้ว... 555+)
ง่า... งั้นกลับมาต่อกันค่ะ อิยะฮ่า ๆๆๆ~
เราหวังว่าคนอ่านจะชอบน้องฟิคเรื่องนี้ไม่น้อยไปกว่าเรื่องก่อน ๆ นะคะ... (น้า *0*)
(หลังจาก A Glass In Pieces นั้นมีหลายคนบอกว่าเศร้าเหลือหลายน่ะค่ะ^^
ว่าแล้วก็ขอดองเรื่องข้างต้นเอาไว้สักพักนะคะ...
แบบยอมรับเลยค่ะว่าเขียนยากจริง ๆ - -" )
และอย่างที่บอกไปแล้วล่ะค่ะ
ว่าเดี๋ยวเราจะต้องหายหัวไปสักระยะหนึ่ง...
แต่อย่าเพิ่งเลิกอ่านนะคะ... ได้โปรดเถอะค่า*0*
ว่าแล้วก็ต้องขอบคุณคนอ่านทุกคนค่ะ!! ^__________^
ขอบคุณทุกคนทั้งที่เม้นท์และไม่เม้นท์เลยนะคะ
แค่เข้ามาอ่านแล้วยิ้มได้สักนิด... เราก็ยินดีเป็นอย่างมากแล้วล่ะค่ะ^^
แล้วพบกันใหม่นะคะ...
ปล. คราวนี้เราไม่ได้บอกเพลงที่ทำให้เกิดแรงบันดาลใจของน้องช็อทฟิคเรื่องนี้เอาไว้นะคะ
ใครอ่านแล้วพอจะทายได้บ้างเอ่ย? ลองทายดูนะคะ^^
(ไม่มีรางวัลหรอกนะคะ ทายสนุก ๆ เท่านั้นล่ะค่า 555+)