[SF] My Dearest Uncle (Pairing: YuSoo)

posted on 29 May 2015 16:45 by lucreazia in Fiction

 

My Dearest Uncle

 

 

Author: Lucreazia

Fan-Fiction: TVXQ (Pairing: YuSoo)

Kind: Drama, Incest, Romantic(?) 

Rate: PG-17

Author’s Note: สวัสดีค่า ลคซ.เองค่า ^^ 

ก่อนอื่นกราบขออภัยมิตรรักแฟนฟิคทั้งหลายทุกท่านงาม ๆ เลยนะคะ TwT

หายไปเกือบจะเป็นปีแหน่ะค่ะ

ที่หายไป ไม่ใช่อะไรเลยค่ะ คือไม่มีแรงบันดาลใจในการเขียนน่ะค่ะ หมดไฟอะไรแบบนี้ 555

วันนี้เกิดคึกคัก ๆ อยากเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาตอนเย็น ๆ ก็เลยดั้นด้นเขียนจนจบเลยค่ะ

เพราะกลัวอารมณ์อยากเขียนจะหายไปเสียก่อนน่ะค่ะ แฮ่ ๆ

อ่านให้สนุกนะคะ ^^

 

 

**ฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จริงแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน... และถ้าอ่านแล้วไม่ชอบใจหรือรับไม่ได้ กรุณาปิดหน้าเวบเพจนี้ลงอย่างสันติ ขอความกรุณาอย่าก่อกวนโดยการเม้นท์ต่อว่านะคะ ขอบคุณค่ะ**

 

 

My Dearest Uncle

By: Lucreazia

 

.

.

.

 

"วันนี้จะกลับเย็นมากหรือเปล่า?"เสียงแหบเล็ก ๆ หากติดจะหวานหูอย่างน่าประหลาดยามได้ยินเอ่ยถามขึ้นเบา ๆ หลังจากที่ร่างสูงในชุดนักเรียนมัธยมปลายผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

 

คนถูกถามรวบเอาชาม ช้อนและตะเกียบบนโต๊ะทานข้าวขนาดกะทัดรัดขึ้นมาถือไว้ในมือทั้งสองข้าง ก่อนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงห้วนจัด

 

"ไม่รู้สิ"

 

ร่างเล็กบางในเสื้อยืดเนื้อนิ่มคลุมทับด้วยเสื้อคลุมสีสันสดใสแบบใช้ใส่ในบ้านลอบถอนหายใจออกมายาวด้วยความกังวลกับท่าทีในระยะหลังของคู่สนทนา เจ้าของใบหน้าหวานละมุนทอดสายตามองแผ่นหลังกว้างซึ่งเริ่มจะสมชายขึ้นในทุกวันของร่างสูง ๆ ในเครื่องแบบ ก่อนจะเอ่ยบอกอีกฝ่ายเป็นการย้ำเตือน

 

"ยูชอน อย่าลืมเอาเงินบนโต๊ะไปด้วยล่ะ นั่นน่ะเป็นส่วนของเดือนนี้นะ"

 

เจ้าของชื่อหันหน้ากลับมามองคนพูดด้วยสีหน้าเหมือนกึ่งจะรำคาญพลางตอบด้วยเสียงกระชาก

 

"รู้แล้วล่ะน่า"

 

เด็กหนุ่มคว้าเอาซองกระดาษค่อนข้างหนาซึ่งข้างในบรรจุเงินค่าขนมทั้งเดือนเอาไว้ แล้วรีบเดินดุ่ม ๆ ไปใส่รองเท้า ก่อนจะคว้ากระเป๋าเป้นักเรียนขึ้นมาสะพาย แล้วออกจากบ้านไปในทันที โดยที่ไม่ยอมแม้แต่จะร่ำลาคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าวเพียงลำพังเลยสักคำเดียว

 

คิมจุนซูได้แต่ถอนหายใจออกมายาวเหยียดอีกครั้งหนึ่ง... เพราะในระยะหลังมานี้ เด็กหนุ่มในปกครองของเขาเริ่มทำตัวมีปัญหามากขึ้นทุกที ท่าทางและการกระทำต่อต้านเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านั้น พอมันสะสมมาก ๆ เข้าก็ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยใจมากเช่นกัน เขาจึงได้แต่ทอดถอนใจวันละหลายสิบรอบโดยที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรให้มันดีไปกว่านี้ได้ เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าจะแก้ไขสถานการณ์น่าอึดอัดที่เป็นอยู่นี้ให้ดีขึ้นได้อย่างไร...

 

 

ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นที่รักของเด็กคนนั้นมากแท้ ๆ

 

 

ร่างบางเผลอคิดขึ้นมาด้วยความน้อยใจ ก่อนที่สองขาคู่เพรียวสวยจะพาเจ้าของร่างเคลื่อนย้ายมวลสารไปนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาตัวโปรดที่ตั้งอยู่ชิดริมหน้าต่างด้านหลังของบ้าน แล้วจึงปล่อยให้ความคิดฟุ้งซ่านอื่น ๆ ล่องลอยเข้ามาจนเต็มพื้นที่สมอง

 

.

.

.

 

คิมจุนซูมีศักดิ์เป็นน้าชายแท้ ๆ ของปาร์คยูชอน

 

พี่สาวของเขา คิมจุนฮี อายุห่างจากเขาสิบสองปี ด้วยความห่างหนึ่งรอบนี้ จึงทำให้ตัวจุนซูเองมีสถานะเป็นลูกหลงของครอบครัวคิมไปโดยปริยาย ในขณะที่พี่สาวเรียนจบมหาวิทยาลัยสตรีล้วนได้สองปี เธอก็ตัดสินใจแต่งงานกับคู่ดูตัวซึ่งเป็นชายหนุ่มรูปงามชื่อปาร์คยูวอน ที่พ่อแม่เป็นคนเลือกมาให้ หลังจากนั้นเพียงแค่ไม่นาน เธอก็ได้ให้กำเนิดลูกชายตัวน้อย หน้าตาน่ารัก น่าเอ็นดูชื่อยูชอนออกมาลืมตาดูโลก

 

หลังจากนั้นช่วงเวลาแห่งความสุขก็ดำเนินผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับความฝันที่ติดปีกโผบินไปในท้องฟ้าสีคราม...

 

แปดปีต่อมา พี่สาวกับพี่เขยประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ขณะเดินทางออกไปดูงานที่ต่างจังหวัด สาเหตุของความสูญเสียอันน่าเศร้าในครั้งนี้คือถนนลูกรังที่เปียกลื่นบวกกับความรุนแรงของพายุที่พัดเข้ามาในช่วงเวลานั้นนั่นเอง แล้วจู่ ๆ เด็กชายตัวน้อยซึ่งเพิ่งจะอยู่ชั้นประถมปีที่หนึ่งของโรงเรียนมีชื่อเสียงต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าทั้งพ่อและแม่ในเวลาแค่เพียงชั่วข้ามคืน

 

บรรยากาศของงานศพผ่านไปด้วยความเศร้าสร้อย เด็กชายตัวเล็กในเครื่องแบบไว้ทุกข์สีดำสนิทนั่งคุกเข่าอยู่หน้าโลงศพคู่ด้วยอาการเงื่องหงอยเศร้าซึม ดวงตาทั้งคู่ของเขาไว้วี่แววของความมีชีวิตชีวา มันว่างเปล่า แห้งแล้งและช่างน่าเวทนาจับใจ กลิ่นไอของความเศร้าโศกจากการสูญเสียผู้ซึ่งเป็นที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับนั้น ได้แผ่ขยายครอบคลุมไปจนทั่วร่างเล็ก ๆ ร่างนั้น เด็กชายดูเปราะบางราวกับจะแตกสลายกลายเป็นผุยผงได้ในทุกเมื่อ...

 

 

คิมจุนซูเห็นแบบนั้นแล้ว จึงตัดสินใจรับตัวหลานชายแท้ ๆ มาอยู่ด้วยกันในวันนั้นเอง

 

 

ถ้าจะว่ากันตามตรง พ่อและแม่ของเขาก็อายุมากแล้ว พวกท่านคงไม่สามารถเลี้ยงดูเด็กชายวัยประถมได้อย่างคล่องแคล่วสักเท่าไรนัก จุนซูจึงตัดสินใจรับหลานมาเลี้ยงดูเอาไว้เอง ทั้ง ๆ ที่ในตอนนั้นตัวเขาก็ยังเรียนมหาวิทยาลัยชั้นปีทีสามอยู่ก็ตาม แต่ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่อาจจะทราบได้แน่ชัด เด็กหนุ่มกลับยินยอมตกลงเป็นผู้ปกครองของเด็กชายปาร์คยูชอนอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ หลังจากวันนั้น ด้วยความเอาใจใส่เป็นอย่างดี เด็กชายตัวน้อยก็ค่อย ๆ ยอมเปิดใจให้เขาในที่สุด คิมจุนซูกลายเป็นคนที่ยูชอนติดแจมากกว่าใคร ๆ คิมจุนซูทำทั้งหน้าที่ของผู้ปกครองและเพื่อนสนิทได้ดีมากกว่าที่ใครหลายคนเคยสบประมาทเขาในตอนแรก น้าและหลานทั้งสองคนผ่านช่วงเวลาหลากหลายความรู้สึกมาด้วยกันมากมาย

 

จนถึงวันนี้ก็ผ่านมาเป็นสิบปีแล้ว... เด็กชายตัวเล็ก ๆ ในวันนั้นกลับกลายเป็นเด็กหนุ่มร่างสูงใหญ่และดูจะสมเป็นชายมากกว่าตัวคนเลี้ยงมาเองกับมือหลายเท่าไปเสียอีก

 

 

และเด็กชายในวันนั้นกลับกำลังทำท่ารำคาญการมีตัวตนอยู่ของเขาในวันนี้ไปเสียอย่างนั้น

 

 

เมื่อคิดมาจนถึงตรงนี้แล้ว คิมจุนซูก็ไม่อาจจะทานทนความอึดอัดเจ็บปวดที่แล่นริ้วขึ้นมาตรงอกข้างซ้ายได้อีกต่อไป เขาหลับตาลงพลางยกสองมือผอมบางขึ้นมากุมตรงหน้าอกแน่น... ราวกับว่าทำเช่นนั้นแล้วมันจะช่วยลดความเจ็บปวดทรมานนั้นลงไปได้บ้าง

 

.

.

.

 

"กลับมาแล้ว"

 

เสียงทุ้มนุ่มเป็นเอกลักษณ์ของคนที่เขากำลังคิดถึงอยู่ดังขึ้นแหวกผ่านความเงียบงันรายรอบ แล้วจึงตามมาด้วยเสียงกุญแจดังกรุ๊งกริ๊ง ตบท้ายด้วยเสียงของบานประตูหน้าบ้านที่ถูกเปิดเข้ามา

 

จุนซูเดินลากรองเท้าแตะที่ใช้ใส่ในบ้านออกมาต้อนรับเด็กหนุ่มที่เพิ่งกลับจากโรงเรียน ก่อนจะชะงักไปนิดหนึ่ง เมื่อพบว่าร่างสูงไม่ได้กลับมาบ้านเพียงคนเดียวเหมือนเช่นทุกวัน

 

เด็กสาวในชุดเครื่องแบบมัธยมปลายหน้าตาสะสวยกับหุ่นสะโอดสะองราวกับนางแบบยอดนิยมกำลังยืนเกาะท่อนแขนกำยำของหลานชายแท้ ๆ อยู่ตรงหน้า!

 

ร่างเล็กบอบบางที่อยู่ในเสื้อคลุมตัวเดิมตัวเดียวกันกับเมื่อตอนเช้าถึงกับชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยพูดตะกุกตะกักราวกับเจ้าตัวเพิ่งจะหาปากของตัวเองเจออย่างไรอย่างนั้น

 

"ยินดีต้อนรับกลับนะ ยูชอน วันนี้พาเพื่อนมาเที่ยวบ้านด้วยเหรอ?"

 

คนถูกถามไม่ยอมปริปากตอบว่าอะไรทั้งสิ้น ทว่าเด็กสาวข้าง ๆ กายกลับยิ้มกว้างพลางโค้งตัวลงทักทายเจ้าของบ้านด้วยน้ำเสียงร่าเริงสดใส