Only You...
Author: Lucreazia
Fan-Fiction: TVXQ (Pairing: YunJae)
Kind: Short-Fiction
Rate: PG-17, Romantic
Author's Note: กลับมาแล้วค่ะ^^
กลับมาไทยแลนด์แดนสยามเมืองยิ้มแล้วล่ะค่ะ... แหะ ๆ หายหัวไปนานพอสมควร (เหรอ?)
ได้ข่าวว่าหายหัวไปนานมากกกกกก มากกกกกกกก.... ต้องขอโทษทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ T^T
ที่หายไปไม่ได้มีเจตนาจะอู้ใด ๆ ค่ะ (จริง ๆ นะค้า >____________________<)
แต่ว่าไม่มีเวลาจริง ๆ น่ะคะ
นี่เพิ่งจะกลับมาจากบ้านเกิดเมืองนอน(?)ได้เกือบจะครบอาทิตย์เองน่ะค่ะ^^
พอว่างปุ๊บ เราก็หนีมาปั่นฟิคทันทีเลยล่ะค่ะ... (แหะ ๆ นี่ขนาดรีบแล้วนะคะเนี่ย =0= )
เอาล่ะ... ไม่ขอพูดมากดีกว่าเนอะคะ... ไปอ่านกันเลยดีกว่าค่ะ!
ขอให้สนุกกับการอ่านเหมือนเคยนะค้า^^
แล้วก็... สุดท้ายนี้เราก็อยากจะบอกว่าคิดถึงคนอ่านทุกคนเลยนะคะ
ขอบคุณคนอ่านทุกคนทั้งที่เม้นท์และไม่เม้นท์เลยค่ะ
*กอดแนบแน่น*
**ฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จริงแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน... และถ้าอ่านแล้วไม่ชอบใจหรือรับไม่ได้ กรุณาปิดหน้าเวบเพจนี้ลงอย่างสันติ ขอความกรุณาอย่าก่อกวนโดยการเม้นท์ต่อว่านะคะ ขอบคุณค่ะ**
Only You...
By: Lucreazia
.
.
.
แสงแดดสีทองอบอุ่นรำไรที่ส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างทรงกลมของห้องนอนขนาดใหญ่เข้ามานั้นตกกระทบพื้นห้องซึ่งถูกปูด้วยหินอ่อนสีขาวปนชมพูอ่อนจางราวกับถูกสะบัดแต่งแต้มเอาไว้ด้วยปลายพู่กันของจิตรกรฝีมือเอกลากไล้เป็นแนวยาว ละอองฝุ่นปลิวคว้างลอยล่องกระจายตัวอยู่ในอากาศบางเบาก่อนจะค่อยเลือนหายลับไปคล้ายกับภาพลวงตา ในขณะที่สายลมอ่อน ๆ เย็นสบายนั้นพัดเอาม่านทำจากผ้าเนื้อดีสีน้ำตาลอ่อนสลับครีมให้ปลิวสะบัดไปตามแรงได้อย่างไม่ยากเย็น
เปลือกตาบางสีมุกซึ่งถูกล้อมรอบไปด้วยแพขนตายาวงอนสีน้ำตาลอ่อนสวยตรงปลายกระพริบถี่ ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ลืมขึ้นในที่สุด เจ้าของร่างบอบบางในชุดนอนตัวหลวมโคร่งค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นจากพื้นเตียงนอนสีขาวบริสุทธิ์ด้วยความเมื่อยล้า... หากบนใบหน้าเนียนละเอียดสวยงามราวตุ๊กตาสลักกลับเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มอิ่มเอมเปี่ยมไปด้วยความสุขลึก ๆ อย่างไรก็ไม่อาจจะทราบได้
เมื่อฝ่าเท้าเปล่าเปลือยได้สัมผัสกับความเย็นเฉียบของพื้นห้องก็พลันทำให้เจ้าของของมันต้องถึงกับสะดุ้งไปเล็กน้อยด้วยความตกใจ แจจุงหลุดคำอุทานออกมาเป็นวลีสั้น ๆ ที่ไร้ซึ่งความหมายก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดปากของตัวเองเอาไว้ได้ทัน เพราะเจ้าของร่างบอบบางนั้นกลัวว่าเสียงของตนจะเป็นตัวการซึ่งทำให้ใครอีกคนที่กำลังนอนอยู่บนเตียงกว้างด้วยกันจะต้องตื่นขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ
เจ้าของนัยน์ตาสีดำสนิทราวความมืดมิดของยามค่ำคืนเอื้อมมือข้างหนึ่งออกไปควานเปะปะอยู่ตรงโต๊ะเล็ก ๆ ข้างหัวเตียงอยู่ชั่วครู่ และในนาทีต่อมามือเรียวเล็กขาวจัดก็คว้าเอาโทรศัพท์สีขาวเครื่องเล็กบางดีไซน์แสนทันสมัยเข้ามาไว้ในมือได้ในที่สุด แจจุงลอบถอนหายใจหนักหน่วงก่อนจะเขยิบร่างของตนให้นั่งชิดติดขอบเตียงมากยิ่งขึ้นไปอีก
ริมฝีปากอิ่มชื้นสีสดถูกเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรงก่อนที่เจ้าของของมันจะใช้นิ้วดันฝาพับของโทรศัพท์มือถือให้เปิดขึ้นแล้วค่อยกดลงบนปุ่มโทรออกด้วยความคุ้นชิน... เหมือนทุกเมื่อเชื่อวัน
เสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังติดต่อกันอย่างต่อเนื่องอยู่สามสี่ครั้งก่อนที่จะมีคนยกหูขึ้นรับในวินาทีถัดมา
"ฮัลโหล... จุนซู นี่พี่เองนะ..."เสียงหวานใสปนแหบนิด ๆ กรอกลงไปตามสายทันทีที่ได้ยินเสียงของน้องชาย
แม้จะรู้ดีว่าคนที่กำลังคุยอยู่ด้วยนั้นไม่สามารถที่จะเห็นท่าทางประกอบการสนทนาของตัวเองได้เลยก็ตามที... หากแต่คิมแจจุงก็ยังคงพยักหน้าลงเล็กน้อยเป็นการตอบรับไปในตัวก่อนจะค่อยเริ่มพูดต่ออีกครั้ง
"เข้าใจแล้วล่ะ... ถ้าอย่างนั้นก็ให้คุณลุงมารับที่เดิมได้ไหม?"
เสียงที่ดังลอดออกมาจากโทรศัพท์เครื่องเล็กบางเป็นจังหวะสูง ๆ ต่ำ ๆ นั้นฟังดูคล้ายกับการบ่น ในขณะที่คนที่เป็นพี่ชายทำได้เพียงแค่เม้มปากเข้าหากันให้แน่นมากยิ่งขึ้นไปอีกก่อนจะค่อย ๆ พูดต่อด้วยน้ำเสียงเบาหวิวซึ่งไม่ผิดแผกแตกต่างไปจากการกระซิบ
"อย่างนั้นเหรอ... ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว... พี่ควรจะทำยังไงดี จุนซู?"
เจ้าของใบหน้าหวานละมุนหลับตาแน่นก่อนจะกำเครื่องโทรศัพท์แน่นเสียจนข้อนิ้วขาวซีด ไหล่เล็กบางไหวสะท้านเนื่องจากเจ้าตัวนั้นต้องการที่จะกลั้นอาการสะอื้นลึกให้จมอยู่เพียงแต่ข้างในอกเอาไว้อย่างสุดความสามารถ
"จุนซู... พี่... พี่ไม่..."
ปลายประโยคนั้นขาดหาย... ทำเอาใจความสำคัญของประโยคที่คิมแจจุงกำลังตั้งใจจะพูดมลายหายวับไปในอากาศอย่างช่วยไม่ได้ เพราะอยู่ ๆ เสียงทุ้มต่ำแสนคุ้นเคยของใครบางคนกลับดังขึ้นในระยะประชิด...
"จะ.. แจ... แจจุง... แจจุง..."
คำเรียกขานคำแรกที่ดังลอดพ้นจากริมฝีปากบางเฉียบได้รูปสวยของชายหนุ่มที่เพิ่งจะตื่นนอนนั้นเป็นชื่อของเจ้าของใบหน้าหวานละมุนซึ่งจับจองอยู่เต็มทุกอณูพื้นที่ของหัวใจ...
พยางค์สั้น ๆ เพียงแค่สองพยางค์ที่ร่างสูงเอ่ยออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจนั้นทำให้คนฟังถึงกับต้องยิ้มกว้างออกมาได้โดยไม่รู้ตัวเลยสักนิด... ในขณะที่หัวใจดวงเล็กของคิมแจจุงกำลังพองฟูและรู้สึกเต็มตื้นขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาด...
"จุนซู... เอาไว้เดี๋ยวพี่โทรไปใหม่อีกทีก็แล้วกันนะ"คนตัวเล็กบางกรอกเสียงลงในโทรศัพท์อย่างรวดเร็วก่อนจะพับฝาโทรศัพท์เครื่องเล็กให้ปิดลงทันทีโดยไม่รอฟังคำตอบจากปลายสายแต่อย่างใด แจจุงวางเจ้าเครื่องมือสื่อสารขนาดกะทัดรัดลงบนพื้นที่ว่างข้างตัวแล้วจึงค่อย ๆ หันหน้าไปยังทิศทางของต้นกำเนิดเสียงด้วยสัญชาตญาณแล้วถามเสียงเบา
"ขอโทษนะ... ฉันทำให้ตื่นเหรอ ยุนโฮ?"
ชายหนุ่มเจ้าของชื่อนั้นส่ายศีรษะแรง ๆ จนผมยุ่งก่อนจะตอบคำถามนั้นกลับมาแทบจะในทันที
"เปล่าเลยครับ แจจุงไม่เห็นต้องขอโทษเลย"
คนตัวโตที่เพิ่งจะลืมตาตื่นได้ไม่ถึงสองนาทีขยับกายเข้ามาใกล้ ๆ เจ้าของร่างเล็กซึ่งกรุ่นไปด้วยกลิ่นหอมกำจายเป็นเอกลักษณ์อย่างรวดเร็ว วงแขนแข็งแรงถูกยื่นออกไปโอบล้อมเอวเล็กบางแนบแน่นก่อนที่เจ้าของวงแขนแสนอบอุ่นนั้นจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและแฝงไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใยคนตรงหน้าอย่างที่สุด
"ว่าแต่ว่ากำลังโทรหาใครอยู่เหรอครับ? เสียงฟังดูไม่ค่อยดีเลย"
ริมฝีปากอิ่มเต็มตึงสีชมพูเรื่อคลี่ยิ้มงดงามจับตาก่อนจะแนบแก้มของตนกับแก้มสากระคายด้วยหนวดที่ยังโกนไม่หมดของคนที่เพิ่งจะเลื่อนตัวมานั่งซ้อนอยู่ทางด้านหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบด้วยอาการออดอ้อนอ่อนหวานพลางบอก
"แค่โทรหาจุนซูน่ะ... ไม่มีอะไรหรอก"
ร่างสูงขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นจนมันเกือบจะเป็นปมพลางใช้คางเกยลงบนไหล่เล็กลาดแล้วทำเสียงขึ้นจมูกเป็นทำนองว่าไม่ค่อยจะเชื่อสิ่งที่คนรักพูดสักเท่าไรนัก
"ไม่มีอะไรจริง ๆ เหรอครับ? เสียงตอนคุณคุยน่ะไม่ใช่แบบนั้นเลยนี่นา"
"ยุนโฮ..."ครางออกมาเสียงอ่อนพลางจับมือของร่างสูงที่ประสานอยู่ตรงบั้นเอวของตัวเองขึ้นมาข้างหนึ่งจากนั้นจึงค่อยยกขึ้นมาแนบแก้มของตนก่อนจะเอียงคอน้อย ๆ แล้วพูดต่อ
"มันไม่มีอะไรจริง ๆ นะ... ไม่เชื่อฉันแล้วเหรอ?"
ชายหนุ่มเจ้าของผมสีน้ำตาลแกมแดงอึ้งไปชั่วขณะกับคำพ้อนั้นของร่างบาง ๆ ในอ้อมแขน ดวงตาเรียวรีคู่สวยหลุบต่ำมองพื้นก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนขึ้นมาพิศเสี้ยวหน้าหวาน ๆ ของคนรักอย่างรักใคร่ใหลหลงโดยไม่คิดปิดบัง ชายหนุ่มลอบถอนหายใจแรงพลางรั้งเอวบางให้เข้ามาแนบชิดมากยิ่งขึ้นก่อนจะซุกซบใบหน้าลงตรงซอกคอขาวหอมกรุ่นแล้วอธิบาย
"ไม่ใช่ไม่เชื่อนะครับ... ยังไงผมก็เชื่อแจจุงอยู่แล้ว... แต่ที่ถามน่ะเพราะว่าผมเป็นห่วงคุณมากต่างหาก"
เจ้าของริมฝีปากอิ่มชื้นสีชมพูระเรื่อวาดรอยยิ้มให้ปรากฏเป็นแนวโค้งสวยอยู่บนใบหน้าก่อนจะผงกศีรษะลงเล็กน้อยแล้วพึมพำออกมาเสียงเบา
"อืม... ฉันรู้..."
ยุนโฮกระชับวงแขนของตนให้แน่นมากยิ่งขึ้นไปอีก... แน่นมากเสียจนคนตัวเล็กบางต้องแกล้งร้องประท้วงโอดโอยเป็นทำนองว่าเจ็บออกมาให้ได้ยิน... ชายหนุ่มถึงได้ยอมคลายอ้อมแขนออกอย่างสุดแสนเสียดาย แต่ในวินาทีถัดมาร่างสูงเจ้าของใบหน้าคมคายราวรูปสลักชั้นดีก็ใช้มือข้างหนึ่งสอดเข้าใต้เข่าและใช้มืออีกข้างประคองแนวไหล่ลาดเล็กของแจจุงเอาไว้ก่อนจะอุ้มร่างบอบบางจนตัวลอยหวือ
ร่างเล็กผวาเฮือกด้วยความตกใจก่อนจะใช้สองแขนโอบรอบคอของคนชอบแกล้งเอาไว้แน่นเพราะกลัวตก อาการแสนน่ารักน่าชังนั้นสามารถเรียกรอยยิ้มน้อย ๆ ให้ปรากฏอยู่บนมุมปากของยุนโฮได้เป็นอย่างดี
"เราไปอาบน้ำกันนะครับ... คนดีของผม"
.
.
.
ควันสีขาวจากผิวหน้าของซุปร้อน ๆ และอาหารที่ถูกวางอยู่บนโต๊ะม้วนตัวลอยละล่องก่อนจะหายวับไปในอากาศ กลิ่นหอมฟุ้งชวนให้น้ำลายสอลอยเตะจมูกจนคนตัวเล็กที่เพิ่งจะถูกอาบน้ำให้จนเสร็จต้องทำจมูกฟุดฟิดพลางเปรยออกมา
"หอมจังเลย..."
"หอมก็ต้องทานเยอะ ๆ นะครับ แต่ว่าตอนนี้มาให้ผมเช็ดผมให้แห้งเสียก่อน..."คนตัวสูงกว่าว่าพลางขยับตัวเข้ามาใกล้คนที่กำลังนั่งยิ้มเผล่อยู่บนโซฟาตัวเดี่ยวอย่างสบายอารมณ์ มือเรียวแข็งแรงกระชับผ้าขนหนูเนื้อนิ่มสีชมพูอ่อนให้แน่นขึ้นก่อนจะค่อย ๆ บรรจงลงมือเช็ดกลุ่มผมนุ่มนิ่มสีน้ำตาลเข้มสวยราวเส้นไหมชั้นดีซึ่งปกคลุมศีรษะเล็ก ๆ เอาไว้ให้อย่างเบามือ
แจจุงแหงนเงยหน้าไปทางด้านหลังเพื่อให้ชายหนุ่มเช็ดผมให้ตนเองได้ถนัดมากยิ่งขึ้นไปอีก ร่างสูงเห็นอาการนั้นของคนรักจึงอดไม่ได้ที่จะประทับจูบแผ่ว ๆ ลงตรงหน้าผากเนียน ๆ นั้นให้หายหมั่นเขี้ยว
เจ้าของนัยน์ตาสีดำสนิทราวนิลชั้นดีปล่อยเสียงหัวเราะคิกคักออกมาเมื่อไรหนวดแข็ง ๆ ของคนตัวโตกว่าทิ่มโดนผิวเนื้อทำให้รู้สึกจั๊กกะจี้ปนคันยุกยิกอย่างไรก็บอกไม่ถูก
"เจ็บเหรอครับ?"
"ไม่นี่... แค่จั๊กกะจี้น่ะ"เสียงใสแผ่วพริ้วตอบกลับมาแทบในทันทีที่ร่างสูงถามจบ
นัยน์ตาเรียวรีสีน้ำตาลเข้มสวยทอดมองเสี้ยวหน้าหวานละมุนของคนตัวเล็กที่กำลังนั่งชันเข่าพลางฮัมเพลงเป็นทำนองคุ้นหูไปด้วยความสนอกสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะหัวกลม ๆ ของแจจุงนั้นจะขยับไปตามจังหวะของเพลงที่เจ้าตัวกำลังร้องอยู่ทุกครั้งไป... เมื่อสังเกตเห็นดังนั้นแล้วเจ้าของผมสีน้ำตาลแกมแดงก็ถึงกับกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่อยู่ในขณะที่ประกายแห่งความรักความหลงใหลทั้งหลายทั้งมวลนั้นถูกถ่ายทอดออกมาผ่านทั้งทางแววตา สีหน้าและท่าทางของชายหนุ่มจนหมดสิ้น
ทำไมถึงน่ารักได้ขนาดนี้นะ... คิมแจจุง...
ไม่กี่อึดใจต่อมาชองยุนโฮจึงค่อยละมือจากผ้าขนหนูที่ตอนนี้กำลังเปียกหมาด ๆ ก่อนจะย้ายตัวเองมายืนอยู่ตรงหน้าคนตัวเล็กบางที่อยู่ในเสื้อยืดตัวใหญ่ที่ส่วนไหล่ตกลงมาเกือบจะถึงข้อศอก ร่างสูงคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นพรมในขณะที่ริมฝีปากบางเฉียบนั้นถูกเจ้าของของมันขยับขึ้นลงเพื่อเอ่ย
"เสร็จแล้วล่ะครับ... ทีนี้เราไปทานข้าวกันนะ"
คนที่ถูกชวนไปทานอาหารยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากพลางพยักหน้าลงเป็นการตอบรับ เมื่อเห็นอาการนั้นของคนรักแล้วชายหนุ่มจึงค่อย ๆ อุ้มร่างบอบบางขึ้นมาเอาไว้ทั้งตัวแล้วพาออกเดินไปยังโต๊ะทานอาหารด้วยกัน
.
.
.
"แจจุง... คุณทานยาแล้วใช่ไหมครับ?"
คนถูกถามไม่ตอบกว่ากระไรหากทำแค่ผงกศีรษะลงนิดหนึ่งเป็นการตอบรับอย่างเงียบ ๆ เท่านั้น ยุนโฮเห็นอาการว่าง่ายมากเสียจนผิดปกตินั้นก็นึกสงสัยขึ้นมาครามครัน คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันก่อนที่เจ้าของของมันจะออกเดินไปยังด้านหลังของโซฟาตัวโปรดของคนตัวเล็กแทบจะในทันที
มือเรียวแข็งแรงคร่อมลงบนที่ท้าวแขนทั้งสองข้างของโซฟาตัวนั้นอย่างตั้งใจในขณะที่ใช้แก้มของตนแนบชิดกับวงหน้าหวานละมุนของคนรักไปด้วย ชายหนุ่มยกยิ้มอ่อนโยนที่มุมปากก่อนจะถามเสียงหวาน
"แน่ใจนะครับว่าทานยาแล้วจริง ๆ ?"
"อื้อ... ทานแล้วสิ"แจจุงตอบพลางทำจมูกย่นเป็นทำนองว่าไม่พอใจใส่คนที่กำลังซุกไซ้ไปตามไรผมของตนอยู่
คนตัวโตกว่าหัวเราะออกมาเบา ๆ กับท่าทางแสนน่ารักน่าชังนั้น มือเรียวข้างหนึ่งถูกเจ้าของของมันยื่นออกไปบีบปลายจมูกเล็กโด่งรั้นของคนที่นั่งอยู่ด้านหน้าด้วยความหมั่นเขี้ยวในขณะที่ใช้มือข้างที่เหลือล้วงลงไปในกระเป๋าตรงอกเสื้อเชิ้ตตัวหลวมโคร่งที่ติดกายเล็กบางอย่างรู้ทัน
ปลายนิ้วของร่างสูงพลันสัมผัสถูกอะไรแข็ง ๆ บางอย่างที่ก้นกระเป๋า... วินาทีถัดมายาเม็ดเล็กสีขาวบริสุทธิ์เม็ดหนึ่งก็ถูกนิ้วชี้และนิ้วกลางของเจ้าของวงหน้าหล่อเหลาคมคายหนีบขึ้นมา
"โอ้โห... นี่น่ะถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญเลยครับ... ไหน... ใครที่ไหนกันครับที่บอกผมว่าทานยาแล้ว?"
แจจุงก้มศีรษะลงจนคางแทบชิดกับหน้าอกก่อนจะขมุบขมิบปากบ่นพึมพำออกมาเบา ๆ ราวกับต้องการจะพูดกับตัวเองเสียมากกว่าจะพูดกับร่างสูงที่ซ้อนอยู่ทางด้านหลัง
"ทำไมถึงรู้นะ อุตส่าห์ซ่อนแล้วเชียว..."
ชายหนุ่มระบายยิ้มกว้างออกมาเต็มที่ก่อนจะเอื้อมมือข้างหนึ่งออกไปขยี้กลุ่มผมนุ่มนิ่มสีน้ำตาลเข้มสวยด้วยความเอ็นดูแกมขำขัน เอ็นดู... แม้จะรู้และตระหนักดีอยู่แล้วว่าเจ้าของใบหน้าหวานงดงามตรงหน้านั้นมีอายุมากกว่าตนเองก็ตามที
"รู้สิครับ อะไร ๆ ที่เกี่ยวกับแจจุงของผมน่ะ... ผมรู้ทั้งหมดนั่นแหละ"
คำพูดที่แฝงความนัยบางอย่างลึก ๆ ของคนตัวโตนั้นสามารถเรียกรอยสีเลือดฝาดให้ขึ้นมาปรากฏอยู่บนแก้มใสได้อย่างไม่ยากเย็น ริมฝีปากอิ่มเต็มตึงสีระเรื่อถูกเจ้าของของมันขยับขึ้นลงเพื่อพึมพำประโยคอะไรบางอย่างออกมาเบา ๆ ด้วยความเขินอาย
"บ้า... พูดอะไรก็ไม่รู้ น่าอายจริงเชียว..."
ยุนโฮได้ยินประโยคนั้นชัดเจนจึงหัวเราะลงคอเบา ๆ พลางสาวเท้ายาว ๆ เพียงไม่กี่ก้าวก็สามารถมาหยุดอยู่ตรงหน้าของร่างเล็กบางได้อย่างพอดิบพอดีราวกับถูกจับวางอย่างไรอย่างนั้น ชายหนุ่มเอื้อมมือออกไปแตะผิวแก้มนวลสีชมพูเปล่งปลั่งของร่างตรงหน้าแผ่วเบาก่อนจะใช้ข้อนิ้วลากไล้ไปตามโครงหน้าสวยนั้นอย่างอดใจเอาไว้ไม่อยู่ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจัดจนเกือบดำจ้องมองดวงหน้าหวานละมุนของคนรักอย่างรักใคร่ใหลหลงโดยไม่วางตาก่อนจะเอ่ยปากขอร้องด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"แจจุง... ช่วยเข้าใจผมหน่อยเถอะนะครับ"
"..."
"แจจุง... ผมน่ะเป็นห่วงคุณมากแค่ไหน... คุณเองก็รู้ใช่ไหมครับ?"
ศีรษะเล็ก ๆ ซึ่งปกคลุมไปด้วยกลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มสวยผงกลงเล็กน้อยเป็นการตอบรับในขณะที่ริมฝีปากอิ่มชื้นกลับปิดสนิทไร้ซึ่งเสียงใด ๆ เล็ดลอดผ่านออกมาทั้งสิ้น ยุนโฮเลื่อนมือข้างขวาลงมากระชับมือเรียวเล็กขาวผ่องทั้งสองข้างที่วางอยู่ตรงหน้าตักของเจ้าตัวเอาไว้แน่นก่อนจะค่อย ๆบรรจงวางยาเม็ดเล็กสีขาวเม็ดเดิมลงตรงกลางฝ่ามือของร่างบอบบางแล้วพูด
"ถ้าอย่างนั้นแจจุงก็ช่วยทานยาให้ผมสบายใจหน่อยได้ไหมครับ... นะ... นะครับ คนดี"
คนที่เกลียดยาเข้าไส้เม้มปากแน่นเมื่อได้ยินประโยคแฝงความออดอ้อนอย่างเหลือเกินนั้นจนจบ คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันจนแทบจะเป็นปมในขณะที่เจ้าของของมันกลับเอ่ยตอบออกไปไวกว่าความคิดว่า
"ก็ได้... เข้าใจแล้ว"
คนตัวเล็กยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาแตะริมฝีปากราวกับเพิ่งจะระลึกได้ว่าตนเองนั้นพูดอะไรออกไป ไม่กี่วินาทีถัดมาแจจุงจึงผ่อนลมหายใจออกมาเป็นจังหวะสั้น ๆ ก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อยแล้วค่อย ๆ พูดต่อ
"ถึงฉันจะไม่ชอบแต่ฉันจะพยายาม..."
"จริงนะครับ?"ถามย้ำขึ้นเพราะต้องการขอความมั่นใจจากคนหน้าสวยที่นั่งอยู่ตรงหน้า
"อื้ม... ฉันจะไม่ทำให้ยุนโฮต้องเป็นห่วง เพราะฉะนั้นฉันจะพยายาม... จะพยายามทุก ๆ อย่างเพื่อยุนโฮ..."
ประโยคสั้น ๆ เพียงสองสามประโยคติดกันที่ลอดพ้นจากริมฝีปากสีชมพูระเรื่อสวยนั้นสามารถเรียกรอยยิ้มกว้างขวางเสียจนเห็นฟันขาวเรียงเป็นระเบียบชัดเจนจากคนตัวโตกว่าได้เป็นอย่างดี
.
.
.
RRR... RRR...
เสียงสัญญาณของโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กบางที่ดังขึ้นในระยะไม่ใกล้ไม่ไกลนั้นกลับกลายเป็นเสียงปลุกชายหนุ่มที่เผลอนอนหลับไปอยู่บนโซฟาตัวยาวในห้องนั่งเล่นไปอย่างช่วยไม่ได้ ชองยุนโฮลุกขึ้นพลางยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาเพื่อปิดปากหาวนอนก่อนจะมองหาต้นกำเนิดของเสียงด้วยความรวดเร็ว
ดวงตาสีดำเข้มจัดจนเกือบดำใช้เวลาเพียงชั่วเสี้ยววินาทีสำหรับการกวาดมองไปทั่วบริเวณก่อนจะพบโทรศัพท์แสนล้ำสมัยของคนรักตัวเล็กที่ตกอยู่ตรงใต้โต๊ะกระจกทรงกลมสีชาที่มีไว้สำหรับใช้รับแขก มือเรียวยาวเอื้อมออกไปสุดแขนเพื่อฉวยเอาเจ้าเครื่องมือสื่อสารขนาดเล็กกะทัดรัดเอาไว้มั่นก่อนจะใช้นิ้วดันฝาพับให้เปิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย
"ฮัลโหล"
/พี่ครับ... ตกลงว่าพี่จะเอาอย่างนั้นจริง ๆ เหรอครับ? พี่แจจุงครับ... ตอนนี้ที่บ้านกำลังวุ่นวายกันยกใหญ่เลย... ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าจะทำยังไงดีแล้วนะครับพี่... /
วินาทีที่ยุนโฮได้ยินเสียงแหลมหากแหบแห้งเล็กน้อยที่ดังขึ้นจากปลายสายก็ตระหนักได้ทันทีว่าคนที่โทรเข้ามานั้นคือใคร... น้ำเสียงของคิมจุนซูน้องชายคนเดียวของคนรักของเขาในยามนี้นั้นกลับฟังดูร้อนรนอย่างไรก็บอกไม่ถูก คิ้วเข้มสวยขมวดเข้ากันมากขึ้นโดยที่เจ้าตัวไม่ทันที่จะได้รู้สึกเลยแม้แต่น้อย
/พี่แจจุง... ตกลงว่าพี่จะไม่ยอมทำตามที่คุณพ่อบอกแน่ ๆ แล้วใช่ไหมครับ?/
"...."
/พี่ครับ... ผมรู้... และผมก็เข้าใจว่าพี่รู้สึกยังไง ถ้าพี่จะเลือกอย่างนั้นผมเองก็ไม่ว่าอะไรอยู่แล้วล่ะครับ แต่ผมแค่อยากจะบอกว่าตอนนี้คุณพ่อกำลังโกรธมากเลยนะครับ... โกรธ... เรื่องที่พี่ไม่ยอมไปดูตัว.../
"จุนซู... นี่พี่เองนะ... ตอนนี้แจจุงกำลังหลับอยู่น่ะ"ชายหนุ่มกรอกเสียงลงไปโดยพยายามบังคับไม่ให้น้ำเสียงกระด้างอย่างสุดความสามารถทั้ง ๆ ที่ประโยคเมื่อครู่ของคนที่อยู่ปลายสายทำเอาคนฟังถึงกับต้องขบกรามแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธจนเป็นสันนูน
/อ้าว! พี่ยุนโฮหรอกเหรอครับ? ขอโทษทีนะครับ/
"ไม่เป็นไรหรอก... ว่าแต่นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันเหรอ?"ถามพลางผินหน้ากลับไปทางโซฟาตัวยาวที่เพิ่งจะลุกเดินห่างออกมาเมื่อครู่ ภาพของร่างบอบบางราวกับจะแตกสลายได้ทุกวินาทีที่พ้นผ่านของคนรักของเขากำลังนอนหลับสบายอยู่ในผ้าห่มอุ่น ๆ ผืนใหญ่นั้นปรากฏชัดเจนอยู่ในกรอบของสายตา... และช่างชัดเจนอย่างเหลือเกินในความรู้สึกนึกคิด...
/คือ... จริง ๆ แล้วเรื่องมันก็.../ เสียงเล็ก ๆ อ้อมแอ้มตอบกลับมาอย่างไม่ค่อยเต็มเสียงสักเท่าไรนัก... ชายหนุ่มหลับตาแน่นพลางถอนหายใจยาวก่อนจะถามคำถามซึ่งตรงประเด็นที่เจ้าตัวอยากรู้ออกไปในที่สุด
"จุนซู... ทำไมแจจุงถึงต้องไปดูตัวด้วยล่ะ?"
/คือ... คุณพ่อเป็นคนจัดการทุกอย่างเองคนเดียวเลยน่ะครับ/
"งั้นเหรอ? แล้วทำไมอยู่ ๆ คุณพ่อถึงอยากจะให้แจจุงไปดูตัวนักล่ะ?"
/เห็นคุณพ่อเคยเปรยขึ้นมาลอย ๆ ว่าทางฝ่ายผู้หญิงมีข้อแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับเรื่องการผ่าตัดกระจกตาของพี่แจจุงน่ะครับ.../
"เพราะอย่างนี้สินะ... เพราะอย่างนี้นี่เอง..."พึมพำเสียงเบาราวกับคนไมได้สติพร้อมกันกับกำหมัดแน่นเสียจนน่ากลัวว่ากลางฝ่ามือใหญ่ ๆ ข้างนั้นจะปรากฏเป็นรอยเล็บหลงเหลืออยู่เมื่อยามคลายออก ชายหนุ่มกัดฟันกรอดเมื่อหาคิดคำนวณหาหนทางทุกอย่างแล้วก็ไม่เห็นว่าจะมีทางออกอื่นที่ดีไปกว่าการให้แจจุงผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาไปได้
ในขณะที่ร่างสูงกำลังจมจ่อมอยู่กับความคิดด้านลบของตนเองอยู่นั้นเอง... เสียงแหบนิด ๆ ของจุนซูก็ดังขึ้นราวกับเป็นระฆังช่วยชีวิตของนักสู้ที่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงใด ๆ อีกต่อไป
/แต่ผมน่ะ... ไม่เห็นจะอยากให้พี่แจจุงต้องผ่าตัดอะไรเลย ถ้าการที่พี่แจจุงจะมองเห็นได้นั้นต้องแลกกับอิสรภาพทั้งชีวิตที่เหลือให้กับผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้... ผมก็ไม่เห็นอยากจะให้พี่แจจุงเข้ารับการผ่าตัดเลยครับ.../
"จุนซู..."
/อีกอย่าง... พี่แจจุงน่ะ... ไม่ว่าคุณพ่อจะพูดยังไง ไม่ว่าคุณพ่อจะให้อดอาหารเท่าไร ไม่ว่าคุณพ่อจะทำอะไรร้าย ๆ ก็ตาม.... แต่พี่แจจุงก็ยังคงยืนกรานว่าไม่มีทางไปดูตัวอยู่ท่าเดียว.../
"อย่างนั้นเหรอ?"ยุนโฮครางเสียงผะแผ่วให้ลอดพ้นริมฝีปากบาง ๆ ของตนเองออกมาด้วยความรู้สึกเต็มตื้นข้างในอกอย่างน่าประหลาด
แจจุงรักตัวเขามากมายขนาดไหน...
เรื่องนั้นเขาเองก็รู้ดี...
รู้... และรู้สึกได้ถึงความรักมากมายที่แจจุงมีให้ตลอดมาโดยไม่จำเป็นจะต้องพูดหรือบอกออกไป...
หากแต่... วันนี้เองที่เขาเพิ่งจะได้รับรู้และตระหนักดีถึงความรักอันแสนยิ่งใหญ่ที่ใครคนหนึ่งจะมอบให้ใครอีกคนได้ในชีวิต...
ใครคนนั้นที่แจจุงเลือกจะมอบความรักแสนล้ำค่านั้นให้ก็คือตัวของเขาเอง...
ชองยุนโฮ...
ชองยุนโฮผู้ชายธรรมดา ๆ คนหนึ่ง...
ชองยุนโฮผู้ไม่มีอะไรดีเด่นไปกว่าคนอื่นเลยแม้แต่น้อย...
/พี่ยุนโฮครับ... /
เสียงแหบแห้งหากแหลมสูงเล็กน้อยที่ดังขึ้นผ่านจากโทรศัพท์เครื่องเล็กบางนั้นสามารถเรียกเอาสติสัมปชัญญะที่กำลังล่องลอยไปไกลแสนไกลของคนตัวโตให้กลับคืนมาได้จนหมดสิ้น ชายหนุ่มกระพริบตาปริบ ๆ เพื่อปรับอารมณ์ก่อนจะส่งเสียงตอบรับดังให้ดังอยู่แค่ในลำคอ
"หือ?"
/ต่อจากนี้ไปผมฝากดูแลพี่แจจุงด้วยนะครับ.../
น้ำเสียงของจุนซูนั้นฟังแล้วแฝงแววแห่งความจริงจังเอาไว้อย่างไรก็ไม่อาจจะทราบได้ ชายหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีเข้มสวยยกยิ้มอ่อนโยนที่มุมปากนิดหนึ่งก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคงหนักแน่นมากยิ่งกว่าคราวไหน
"เรื่องนี้ไม่ต้องบอกพี่ก็รู้อยู่แล้วล่ะ... แต่ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกนะ พี่สัญญา... จุนซู... พี่จะไม่ทำให้แจจุงต้องลำบากหรือว่าต้องเสียใจอย่างแน่นอน"
/ขอบคุณมากครับ พี่ยุนโฮ.../
แล้วหนุ่มน้อยเจ้าของชื่อคิมจุนซูก็วางสายไปในที่สุด... เหลือเอาไว้เพียงแค่เสียงสัญญาณขาด ๆ ให้ร่างสูงใหญ่เจ้าของผมสีน้ำตาลแกมแดงฟังเท่านั้น
.
.
.
มือเรียวเล็กสวยเกินกว่าจะเป็นมือของผู้ชายแตะลงบนแนวรังดุมของเสื้อเชิ้ตสีขาวบริสุทธิ์ที่ตนเองยังสวมใส่ไม่เสร็จอย่างแผ่วเบา แจจุงค่อย ๆ ไล่ติดกระดุมชุดของเมื่อวานที่เขาใส่มาจากบ้านก่อนที่จะมานอนค้างที่อพาร์ทเมนท์ของชายหนุ่มคนรักอย่างยากลำบาก
"แจจุง... จะไปแล้วเหรอครับ? ผมยังไม่อยากให้คุณไปเลย..."เสียงทุ้มแสนคุ้นเคยกล่าวอ้อนอยู่ชิดริมหูของคนตัวเล็กกว่าที่ตอนนี้ได้ตกอยู่ในปราการอ้อมกอดของร่างสูงไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่อาจจะทราบได้
เจ้าของใบหน้าหวานละมุนยิ้มบาง ๆ ก่อนจะปล่อยให้คนรักเป็นฝ่ายติดกระดุมที่เหลือแทนอย่างเต็มอกเต็มใจเสียเหลือเกิน มือเรียวขาวแตะลงตรงหลังมือของคนรักก่อนจะขยับริมฝีปากอิ่มชื้นสีสดขึ้นลงเพื่อเอ่ยอย่างไม่ค่อยจะมั่นใจสักเท่าไรนัก
"ยุนโฮ... คือว่า..."
"อะไรเหรอครับ?"ถามขึ้นพลางปล่อยปลายนิ้วออกจากกระดุมเม็ดสุดท้ายที่เพิ่งจะติดเสร็จแล้วค่อย ๆ เลื่อนมือทั้งสองข้างขึ้นมากอดกระหวัดรัดเอวเล็กบางเอาไว้แนบแน่นราวกับกลัวว่าคนในอ้อมแขนนี้จะอันตรธานหายไปได้ในทุกเมื่อ... ไม่เว้นแม้แต่ช่วงเวลาของการกระพริบตา...
เจ้าของผมสีน้ำตาลเข้มสวยราวกับเส้นไหมชั้นดีก้มหน้าลงเล็กน้อยก่อนจะอ้อมแอ้มถามออกมาด้วยเสียงเบาราวเสียงกระซิบของสายลมในฤดูหนาว
"ถ้าฉันจะบอกว่าจะอยู่ที่นี่กับยุนโฮตลอดไปล่ะ? ยุนโฮจะโกรธไหม?"
"แจจุง!!!"อุทานเสียงดังก่อนจะดึงไหล่บอบบางทั้งสองข้างเพื่อให้แจจุงหันมาเผชิญหน้ากับตัวเองอย่างนุ่มนวล
ร่างบางเลื่อนมือข้างขวาขึ้นมาในอากาศว่าง ๆ ตรงหน้าก่อนจะใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามโครงหน้าคมคายของชายหนุ่มอย่างต้องการจะสำรวจตรวจตรา... แม้จะรู้ดีว่าทั้งหมดและทุก ๆ สิ่งที่ประกอบขึ้นมาเป็นผู้ชายที่ชื่อชองยุนโฮคนนี้นั้นเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียวก็ตามที ริมฝีปากอิ่มชื้นสีสดถูกเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรงก่อนที่วินาทีถัดมาเจ้าของของมันจะเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่กลั่นมาจากส่วนลึกที่สุดของข้างในจิตใจ
"ต่อไปในอนาคตยุนโฮจะบอกว่าฉันว่าเป็นภาระไหม?"
"แจจุง..."ครางเสียงอ่อนเป็นชื่อของคนที่รักสุดหัวใจก่อนจะทาบมือของตนเองลงกับหลังมือเล็ก ๆ ข้างนั้นแล้วค่อย ๆ ดึงออกมาเพื่อมอบประทับจูบตรงกลางฝ่ามือนั้นพลางบอกด้วยน้ำเสียงมั่นคง
"ผมไม่มีวันพูดอย่างนั้นเด็ดขาด... ไม่มีวันแม้แต่จะคิดด้วยครับ..."
คนตัวเล็กบางยิ้มหวานหยดทั้ง ๆ ที่หยาดน้ำอุ่น ๆ กำลังเอ่อคลอคลองอยู่เต็มทั้งสองตา... น้ำตาแห่งความตื้นตันและยินดีนั้นแทบจะไหลหยดลงมาตามร่องแก้มขาวเนียนอยู่รอมร่อ ชายหนุ่มเจ้าของผมสีน้ำตาลแกมแดงสวยเป็นประกายตามต้องแสงสังเกตเห็นอาการนั้นจึงใช้ข้อนิ้วเช็ดให้อย่างอ่อนโยนที่สุดเท่าที่ใครคนหนึ่งจะทำให้ได้...
แจจุงกลั้นอาการสะอื้นจนไหล่สะท้านก่อนจะเริ่มพูดต่อ
"เมื่อคืนฉันทะเลาะกับคุณพ่อ... จริง ๆ แล้วความสัมพันธ์ของเราก็ไม่ค่อยดีมาแต่ไหนแต่ไรแล้วล่ะนะ... แต่ว่าเมื่อคืนเราทะเลาะกันรุนแรงมาก... รุนแรงจนฉันทนไม่ไหว ฉันก็เลยขอร้องจุนซูให้ไปบอกคุณลุงคนขับรถว่าให้พาฉันหนีออกมาหายุนโฮ..."
"แจจุง..."ชายหนุ่มเรียกชื่อของคนรักที่กำลังกลั้นน้ำตาอยู่อย่างสุดความสามารถด้วยความเห็นอกเห็นใจเป็นอย่างยิ่ง มือเรียวแข็งแรงเลื่อนไปจับศีรษะเล็ก ๆ ซึ่งปกคลุมไปด้วยกลุ่มผมนุ่มนิ่มราวเส้นไหมชั้นดีให้แนบซบลงกับแนวบ่าแข็งแรงของตนก่อนจะค่อย ๆ ลูบผมให้ด้วยอาการปลอบประโลม
"วันนี้ตอนเช้าฉันเลยโทรไปหาจุนซู... จุนซูบอกว่าคุณพ่อโกรธมาก... โกรธจนถึงกับพูดออกมาว่าไม่ต้องกลับไปให้ท่านเห็นหน้าอีกแล้วนับต่อไปจากนี้..."มือเรียวเล็กจิกชายเสื้อเชิ้ตของคนตัวสูงกว่าแน่นพลางกลั้นก้อนสะอื้นที่แล่นริ้วขึ้นมาจุกลำคอให้ลงไปได้อย่างยากลำบาก ลมหายใจของร่างบอบบางเริ่มขาดเป็นห้วง ๆ ในขณะที่เจ้าตัวยังคงพยายามที่จะเล่าทุกสิ่งทุกอย่างให้ชายหนุ่มคนรักได้ฟัง
ชองยุนโฮแนบแก้มของตนเข้ากับแก้มเนียนละเอียดของร่างที่กำลังสั่นเทาอยู่ในอ้อมกอดก่อนจะลูบหลังลูบไหล่พร้อมกับกระซิบปลอบ
"แจจุง... ไม่เป็นไรนะครับ... ไม่เป็นไรนะ..."
"ฉันคิดว่าฉันนี่ช่างเป็นลูกที่ไม่รักดีจริง ๆ นะ... แต่จะให้ฉันทำยังไงล่ะยุนโฮ..."ร่างบอบบางเว้นจังหวะเพื่อสูดลมหายใจสั้น ๆ เข้าปอดก่อนจะขยับให้ตัวเองถอยห่างออกมาจากอ้อมแขนของร่างสูงนิดหนึ่งแล้วพูดต่อด้วยเสียงสั่นเครือ
"แต่การให้ฉันมีชีวิตอยู่ต่อไปในโลกที่ไม่มียุนโฮ... ฉันคิดไม่ออกจริง ๆ"
ชายหนุ่มเจ้าของผมสีน้ำตาลแกมแดงถึงกับอึ้งไปเมื่อได้ฟังประโยคที่บอกเล่าถึงความในใจนั้นของคนตัวเล็กกว่า ถึงสมองจะลัดวงจรทางความคิดไปชั่วขณะและไม่ทันจะได้สั่งการอะไรออกมาก็ตาม... หากแต่สัญชาตญาณกลับสั่งให้ชายหนุ่มเอื้อมสองแขนออกไปคว้าเอาร่างบอบบางนุ่มนิ่มของคนรักมากอดรัดแนบแน่นราวกับต้องการที่จะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันทั้งจากนี้และตลอดไป
ร่างบอบบางเจ้าของนัยน์ตาสีดำสนิทราวความมืดมิดของยามค่ำคืนสะอื้นฮักก่อนจะพร่ำคำพูดที่ติดค้างอยู่ในใจออกมาจนหมดสิ้น
"ฉันน่ะ... ถึงจะมองอะไรไม่เห็นอย่างนี้ตลอดไป... แต่แค่มียุนโฮอยู่ข้าง ๆ ด้วยกันแบบนี้... ฉันก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว... ไม่ต้องการอะไรแล้วจริง ๆ ..."
ใช่...
ถึงโลกนี้จะต้องมืดบอด...
ถึงโลกนี้จะต้องมืดมิด ไร้แสงสว่างและมองไม่เห็นใคร...
แต่โลกของแจจุงจะยังมียุนโฮเสมอ...
และยังคงจะมีแต่ยุนโฮเพียงคนเดียวนับจากนี้และตลอดไป...
"แจจุง... เป็นผมจะดีจริง ๆ เหรอครับ?"ถามขึ้นพลางเกลี่ยปลายนิ้วโป้งทั้งสองข้างตรงหัวตาเพื่อเช็ดน้ำตาที่ไม่รู้ว่าไหลอาบร่องแก้มเนียน ๆ ทั้งสองข้างตั้งแต่เมื่อไรให้หมดไปอย่างทะนุถนอมอ่อนโยนอย่างที่สุด
คนตัวเล็กบางพยักหน้าแรง ๆ พร้อมกับใช้หน้าผากของตนแนบชิดกับหน้าผากของอีกฝ่ายด้วยอาการออดอ้อนอ่อนหวาน สองแขนเรียวเล็กถูกเจ้าตัวยกขึ้นไปโอบรอบลำคอของร่างสูงเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจัดจนเกือบดำในขณะที่ร่างบอบบางเอ่ยย้ำซ้ำไปซ้ำมาอย่างไม่รู้จักเบื่อ
"อืม... ต้องเป็นยุนโฮเท่านั้น... ยุนโฮเท่านั้น..."
"แจจุง... ผมรักคุณ... รัก... รักมากกว่าใคร ๆ"กระซิบชิดติดริมฝีปากอิ่มชื้นสีชมพูระเรื่ออย่างรักใคร่ใหลหลง... ทั้งรักทั้งหลงเจ้าของใบหน้าหวานละมุนตรงหน้าเสียจนไม่อาจจะถอนตัวขึ้นได้อีกต่อไป
คนถูกบอกรักจนเต็มตื้นค่อย ๆ หลับตาลงจนเห็นแพขนตายาวพริ้มทาทาบลงกับแก้มขาวนวลเปล่งปลั่งก่อนจะกระซิบตอบเบา ๆ ด้วยความรู้สึกที่ไมได้แตกต่างไปจากกันเลยแม้แต่น้อย
"ฉันก็เหมือนกัน... เราสองคนรักกันนะยุนโฮ... เรารักกัน..."
.
.
.
*FIN*
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ขอสครีมก่อนเลยนะคะ
ว่าเรื่องนี้ยากมากกกก ยากมาก ๆ เลยล่ะค่ะ
สำหรับเราที่หายหัวไปเกือบจะสามเดือนแล้วนั้นการแต่งฟิคสั้นที่รวมเอาความรู้สึกหลากหลายแบบของแจจ๋าและยุนนี่มารวมกันนั้น...
ก็เลยรู้สึกยากอย่างบอกไม่ถูกน่ะค่ะ
อีกอย่าง... ตอนนี้ภาษาในการเขียนของเรานั้นไม่ค่อยคงที่เท่าที่ควรด้วยค่ะ
จริง ๆ แล้วเราอยากจะดองเอาไว้ปรับภาษาสักพักน่ะค่ะ...
แต่กลัวคนอ่านแสนน่ารักทุกคนขว้างปาข้าวของด้วยความรักใส่ก่อนน่ะสิคะ (แหะ ๆ =o= )
ดังนั้นถ้าหากมีข้อผิดพลาดหรือถ้าเกิดอ่านแล้วทะแม่ง ๆ ประการใดก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ T^T
เรื่องนี้อ่านมาจนใกล้จะจบและตอนจบแล้ว... จะรู้ว่าแจจ๋าตาบอด...
(รู้ใช่มั้ยคะ? แหะๆ )
ก็ไม่มีอะไรมากนะคะ ไม่มีปมอะไร... คืออยากเขียนสื่อว่าไม่ว่ายังไงแจจ๋าก็เลือกพ่อหมีน่ะค่ะ^^
เอาเป็นว่าถ้าอ่านแล้วชอบหรือยิ้มได้แม้เพียงสักนิด... เราก็ยินดีจากใจแล้วค่ะ
ขอบคุณและต้องขอโทษคนอ่านทุกคนทั้งทีเม้นท์และไม่เม้นท์ด้วยนะคะ
ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ^^
ยังไงก็ขอฝากผลงานเรื่องต่อ ๆ ไปด้วยนะคะ (<<<<แกยังจะกล้าฝากอีกนะ -*- )
ปล. ตอนนี้เราคัมแบ็คทูไทยแลนด์แล้วนะคะ
เพราะฉะนั้นเราขอสัญญาค่ะว่าจะไม่หายหัวไปนานอย่างคราวที่แล้วอีกแล้วค่ะ!
จะหน้าฝนแล้ว... ทุกคนอย่าลืมรักษาสุขภาพด้วยนะค้า
ตอนนี้ต้องไปก่อนนะคะ บ๋ายบายยยยย ^^bb
*กอด*