Master 'n Servant...
Author: Lucreazia
Fan-Fiction: TVXQ (Pairing: YuSoo, YunJae ‘n Minmin)
Kind: Short-Fiction (2 ตอนจบ), Romantic
Rate: PG-17
Author's Note: แง้... ขอโทษนะคะ คราวนี้เราก็ยังคงแอบหายหัวไปซะนานเลยทีเดียวเชียวค่ะ T^T
จะเกือบเดือนแล้วสินะคะ แหะ ๆ =w=
*หัวเราะแห้ง ๆ แล้วยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ขมับ*
เอ้อ.. ตอนนี้อากาศที่นี่เริ่มอุ่นขึ้นแล้วล่ะค่ะ ^^
ค่อยยังชั่วหน่อยเน้อ... เพราะอาทิตย์ก่อนนี้หนาวสั่นงันงกจนฟันเราแทบกระทบกันดังกึก ๆ เลยทีเดียวเชียวค่ะ
แล้วตอนนี้แฟนฟิคและคุณผู้อ่านทุกท่านเป็นยังไงกันบ้างคะ?
ได้ข่าวว่าอากาศร้อนมาก ๆ เลย...
ยังไงก็ระวังเป็นไข้หวัดหน้าร้อนกันด้วยนะคะ เราเป็นห่วงมากมายเลยค่ะ^^
อ๊ะ... แอบนอกเรื่องไปไกลเลยทีเดียวกลับมาพูดเรื่องน้องฟิคเรื่องนี้กันดีกว่าเนอะคะ?
แหม... เราเองก็ออกตัวไปตั้งแต่พาร์ทที่แล้วว่า เรื่องนี้เป็นฟิคชั่นแบบไร้พล็อตอ่ะนะคะ ="=
เราก็เลยพยายามสุดฤทธิ์ที่จะปั่นให้มันออกมาเนียน ๆ น่ะค่ะ
(ง่า... พยายามสุดความสามารถแล้วจริง ๆ นะคะ >o<)
ถ้ายังไงอ่านแล้วรู้สึกแปลก ๆ ล่ะก็เราต้องขอโทษเอาไว้ ณ ตรงนี้ด้วยค่ะ
ครั้งหน้าจะไม่ทำแล้วค่ะ T^T
เพราะฟิคแบบไร้พล็อตเนี่ย... ช่างทรมานมากมายจริง ๆ ค่ะ โฮ ๆๆๆ
T_______________________________T
อ่า... แล้วเรื่องของนายท่านและคนรับใช้แสนน่ารักจะเป็นยังไงต่อไปนั้น...
เชิญอ่านได้เลยล่ะค่ะ^^
ขอให้สนุกกับการอ่านเหมือนเคยนะค้า
ขอบคุณคนอ่านทุก ๆ คนและแฟนฟิคทุกท่านทั้งที่เม้นท์และไม่เม้นท์มาก ๆ เลยนะคะ
*กอดแน่น ๆ เพื่อจะได้หายหนาว*
แล้วพบกันใหม่นะคะ... ^^bb
**ฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จริงแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน... และถ้าอ่านแล้วไม่ชอบใจหรือรับไม่ได้ กรุณาปิดหน้าเวบเพจนี้ลงอย่างสันติ ขอความกรุณาอย่าก่อกวนโดยการเม้นท์ต่อว่านะคะ ขอบคุณค่ะ**
Master ' n Servant...(Chapter: 02/02)-END-
By: Lucreazia
.
.
.
ร่างบอบบางในชุดนอนตัวโคร่งเดินลากเท้าอย่างเอื่อยเฉื่อยมาตามทางระเบียงยาว ๆ พลางยกมือขึ้นมาปิดปากหาวด้วยความง่วงงุนเมื่อเจ้าตัวนั้นถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาในเวลากลางดึกกำลังค่อนจะเป็นวันใหม่เช่นนี้ คิมจุนซูใช้มือข้างหนึ่งขยี้ตาแรง ๆ เพื่อหวังจะให้มันช่วยขจัดความง่วงที่ดูจะครอบงำร่างกายและสมองในยามนี้ให้หมดไปได้บ้าง
เท้าคู่เล็กมาหยุดลงตรงหน้าประตูห้องนอนของคุณชายใหญ่ของตระกูลก่อนที่เจ้าของของมันจะยกหลังมือขึ้นเพื่อเคาะประตูเบา ๆ ด้วยความมีมารยาท
"คุณชายใหญ่ครับ ผมมาตามที่เรียกแล้วครับ"
เจ้าของห้องโผล่วงหน้าขาว ๆ ออกมาจากรอยแง้มของบานประตูสลักเสลาด้วยลวดลายงดงามก่อนจะค่อย ๆ กวักมือเป็นทำนองชักชวนให้คนตัวเล็กกว่าก้าวเท้าเข้าไปยังภายในห้อง
จุนซูสาวเท้าเข้าไปยังภายในห้องนอนซึ่งกรุ่นไปด้วยกลิ่นหอมอวลติดปลายจมูกเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าของดวงตาโต ๆ สีดำสนิทคู่สวยอย่างนึกงุนงงอยู่ไม่น้อย ร่างเล็กบางยืนอยู่กลางห้องพลางหันรีหันขวางพร้อมกับเหลียวมองไปรอบตัวเมื่อกำลังรู้สึกว่าตนเองนั้นได้มาอยู่ผิดที่ผิดทางอย่างไรก็ไม่อาจจะทราบได้
"นั่งลงสิ จุนซู"เสียงหวาน ๆ หากแหบแห้งบอกเป็นเชิงสั่งเล็กน้อย
คนถูกสั่งแบบกลาย ๆ ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้โซฟาตัวเล็กบุด้วยผ้าชั้นดีสีสวยที่ถูกวางอยู่ตรงปลายเตียงอย่างว่าง่าย
แจจุงจ้องหน้านวลเนียนไร้รอยตำหนิใด ๆ อย่างเอ็นดูก่อนจะเริ่มพูดช้า ๆ ให้ร่างเล็กในชุดนอนตัวหลวมโพลกได้ยินชัด ๆ ถนัดถนี่
"ที่ฉันเรียกเธอมาที่นี่เวลานี้น่ะนะ... มันเป็นเพราะยูชอนกำลังไม่สบาย... ไม่สบายมากด้วยสิ"เว้นจังหวะพูดก่อนจะถอนหายใจออกมายาวคล้ายเจ้าตัวนั้นกับกำลังหนักอกหนักใจเป็นอย่างยิ่ง
"เฮ้อ... ก็อย่างที่รู้กันน่ะนะว่าเขาดื้อแค่ไหน ไม่สบายก็ไม่ยอมให้หมอตรวจ แถมยาก็ไม่ยอมทานด้วยสิ ฉันไม่รู้จะทำยังไงดีแล้วล่ะ... ก็เลยเรียกเธอมาเพื่อปรึกษา ต้องขอโทษด้วยที่รบกวนเวลานอนหลับพักผ่อนของเธอนะ... จุนซู"
คนตัวเล็กบางตกใจกับข่าวที่ได้รับเสียจนหายง่วงเป็นปลิดทิ้งในบันดล มือเรียวขาวผ่องบีบเข้าหากันแน่นเสียจนน่ากลัวว่าจะมีรอยเล็บปรากฏหลงเหลืออยู่กลางฝ่ามือเล็ก ๆ คู่นั้น เจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลสวยเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นพลางกลั้นลมหายใจก่อนจะเป็นฝ่ายถามขึ้นบ้าง
"นายท่านไม่สบายมากเลยเหรอครับ? แล้วนายท่านไม่สบายเพราะอะไรพอจะทราบไหมครับ คุณชายใหญ่? เพราะเมื่อตอนกลางวันนี้ผมยังเห็นนายท่านแข็งแรงดีอยู่เลยนี่ครับ"
คุณชายใหญ่ของคิมจุนซูลอบถอนหายใจยาวก่อนจะบอกด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเสียจนคู่สนทนารับรู้และสัมผัสได้
"ฉันคิดว่าอาจจะเป็นเพราะเขาเครียดน่ะ... ทั้งเรื่องงานที่บริษัทด้วย แล้วก็ยังมีเรื่องพินัยกรรมจากคุณพ่อด้วย"
"พินัยกรรมจากนายใหญ่เหรอครับ?"ถามพร้อมกับเบิกตาโตขึ้นอีกเท่าหนึ่งด้วยความตกใจระคนแปลกใจอย่างที่สุด
แจจุงหันมายิ้มน้อย ๆ ซึ่งแฝงไปด้วยความขมขื่นให้ก่อนจะพยักหน้ารับแล้วอธิบายต่อด้วยเสียงแหบแห้งที่เจ้าตัวพยายามเค้นมันให้ลอดพ้นจากลำคอออกมาอย่างยากลำบาก
"เพราะพินัยกรรมนั่น... เลยทำให้ยูชอนต้องไปดูตัว ฉันและยุนโฮจำเป็นต้องให้เขาทำตามพินัยกรรมนั้นให้ได้... เพราะฉะนั้นการที่ยูชอนเครียดจนล้มป่วยแบบนี้... มันเป็นเพราะความไม่ดีของฉันเอง ทั้งหมดเป็นเพราะฉันเอง..."
วินาทีที่ฟังประโยคนั้นจบ... คิมจุนซูรู้สึกเหมือนศีรษะของตนเองนั้นกำลังถูกค้อนหนาหนักขนาดใหญ่ขว้างมากระทบ... คนตัวเล็กบางในชุดนอนตัวใหญ่ไม่อาจขยับได้แม้เพียงปลายนิ้วราวกับก้านสมองนั้นได้เป็นเหน็บชาไปเสียแล้ว ความรู้สึกทั้งหลายทั้งมวลนั้นกลับหยุดคว้างนิ่งเฉย... ความคิดและการประมวลผลต่าง ๆ ดูจะกลับกลายเป็นอัมพาตไปเสียสิ้น
เจ็บเหลือเกิน...
เจ็บที่หน้าอกข้างซ้ายราวกับมันกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ...
เจ้าของเสียงหัวเราะสดใสเป็นเอกลักษณ์เม้มปากแน่นจนมันกลายเป็นเส้นตรงในขณะที่หยาดน้ำอุ่น ๆ กำลังเริ่มมาคลอคลองอยู่ตรงหัวตา ปลายนิ้วเล็ก ๆ ทั้งสิบสั่นระริกและเย็นเฉียบราวกับเลือดในกายนั้นสามารถไหลย้อนกลับได้ ไหล่ลาดบางกำลังสั่นเทิ้มไปตามอาการกลั้นสะอื้นลึกเสียจนร่างเล็กไม่อาจจะควบคุมเอาไว้ได้ไหว... ทว่าเจ้าของของมันนั้นกลับเอ่ยเสียงเบาหวิวแทบไม่พ้นจากลำคอออกไปว่า
"ไม่ใช่ความผิดของคุณชายใหญ่หรอกครับ ไม่ใช่ความผิดของใครเลย..."
"จุนซู... ฉันขอร้องล่ะช่วยไปดูแลยูชอนทีเถอะนะ... ฉันในตอนนี้คงไม่มีหน้าไปพบยูชอนได้หรอก"แจจุงเดินมาทรุดกายลงนั่งข้าง ๆ ของคนรับใช้ร่างเล็กกว่าพลางบอกด้วยน้ำเสียงขอร้อง
เจ้าของริมฝีปากเชิด ๆ แสนน่ารักจ้องมองดวงหน้าสวยของเจ้านายด้วยความสงสารจับใจพลางครางออกมาเสียงแผ่ว
"คุณชายใหญ่..."
แจจุงเลื่อนมือทั้งสองข้างมากอบกุมมือเล็ก ๆ ขาวผ่องของคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เอาไว้พลางบอกด้วยน้ำเสียงที่สั่นมากเสียจนแทบจะเป็นการสะอื้น
"จุนซู... ฉันขอร้องล่ะ... ได้โปรดเถอะ..."
.
.
.
แสงจันทร์สีเงินยวงให้ความรู้สึกเย็นตาที่ลอดผ่านมาตามกระจกใสแจ๋วของหน้าต่างซึ่งติดเอาไว้เรียงรายตามระเบียงทางเดินที่ทอดยาวนั้นทำให้เห็นดวงหน้าใส ๆ ของคนที่กำลังเดินผ่านมาได้เป็นอย่างดี คิมจุนซูในชุดนอนตัวหลวมโคร่งสบายกำลังสาวเท้าเดินไปยังห้องนอนใหญ่ของ ‘นายท่าน' ด้วยอาการร้อนรนอย่างไรก็บอกไม่ถูก
ร่างเล็กเจ้าของนัยน์ตาเรียวรีสีน้ำตาลสวยเดินวนไปวนมาเป็นวงกลมอยู่บริเวณหน้าห้องนอนของคุณชายคนรองของตระกูลเป็นเวลาเกือบจะสิบนาทีเพราะเจ้าตัวนั้นกำลังรู้สึกลังเลในการยกมือขึ้นเคาะประตูในยามวิกาลเช่นนี้อยู่ไม่น้อย เมื่อคิดคำนวณเปรียบเทียบระหว่างกาลเทศะกับความเป็นห่วงเป็นใยที่มีต่อร่างสูงเพรียวได้เรียบร้อยแล้วจุนซูจึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เพื่อเรียกกำลังใจที่ปลิดปลิวเหือดหายไปหมดให้กลับคืนมาดังเดิมก่อนจะตัดสินใจรัวหลังมือลงบนบานประตูขนาดใหญ่เป็นจังหวะสั้น ๆ
ก๊อก ๆ ...
"ใครน่ะ?"เสียงทุ้มนุ่มเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นแหวกผ่านความเงียบสงัดของยามค่ำคืนพร้อม ๆ กับบานประตูหนาหนักที่ถูกเปิดออกภายในไม่กี่วินาทีถัดมา
เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาราวรูปปั้นประติมากรรมชั้นดีเบิกตาโตขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่กำลังยืนอยู่หน้าห้องชัด ๆ เต็มสองตา... คิมจุนซูคือคนที่ชายหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนสวยแฝงแวววิบวับวาววามไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าจะได้พบหน้าในยามวิกาลเช่นนี้
คิมจุนซู... ช่างมาได้ผิดจังหวะและผิดเวลาดีเสียจริง!
คุณชายรองตระกูลคิดในใจพลางเลื่อนมือข้างซ้ายที่สั่นน้อย ๆ ของตนขึ้นมายันกำแพงห้องซึ่งถูกทาด้วยสีเบจอ่อน ๆ ดูแล้วสบายตาเพื่อช่วยพยุงขาทั้งสองข้างที่กำลังอ่อนแรงเอาไว้ไม่ให้เสียหลักในการทรงตัว
"นายท่าน... อาการดีขึ้นบ้างหรือยังครับ?"เสียงแหบ ๆ หากฟังแล้วกลับแหลมสูงเล็กน้อยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงจนสังเกตได้อย่างชัดเจน
นายท่านของคนตัวเล็กซึ่งเดินกะโผลกกะเผลกออกมาจากด้านในห้องนอนเมื่อครู่กลืนน้ำลายลงคอได้อย่างยากเย็นเมื่อสายตานั้นเหลือบไปเห็นช่วงลำคอขาวนวลเรียวระหงที่โผล่พ้นออกมาจากคอเสื้อนอนตัวใหญ่ของร่างตรงหน้าโดยไม่ได้ตั้งใจ ร่างสูงกว่าใช้มือข้างขวาขยุ้มชายเสื้อของตัวเองแรงขึ้นเพื่อข่มกลั้นอารมณ์และความรู้สึกบางอย่างที่แล่นปราดขึ้นมาตามหน้าขาพลางทำสีหน้าปั้นยากก่อนจะบอกด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
"ฉันไม่เป็นไรแล้วล่ะ เธอกลับห้องไปเถอะ"
"ตะ... แต่ว่านายท่านยังดูอาการไม่ค่อยดีเลยนะครับ"จุนซูเอื้อมมือออกไปคว้าเอาแขนของอีกฝ่ายเอาไว้มั่นเมื่อคนตัวโตกว่าทำท่าจะปิดประตูทันทีที่พูดจบ
ปาร์คยูชอนหลับตาแน่นพร้อมกับกลั้นลมหายใจอยู่ชั่วครู่ก่อนจะแกะมือเล็ก ๆ ของอีกฝ่ายออกอย่างนุ่มนวลพลางค่อย ๆ บอกอีกครั้งด้วยเสียงเรียบ... เรียบมากเสียจนน่าใจหาย
"ฉันไม่เป็นไรแล้วจริง ๆ จุนซู... กลับห้องไปซะ"
คนที่ถูกไล่อย่างไม่ไยดีถึงกับนิ่งไปด้วยความช็อกสุดขีดเมื่อความหวังดีและความห่วงใยที่หยิบยื่นให้นั้นกลับถูกปฏิเสธอย่างไร้ซึ่งเยื่อใยใด ๆ ริมฝีปากเชิด ๆ แสนน่ารักถูกเม้มเข้าหากันแน่นจนกลายเป็นเส้นตรงก่อนเจ้าของของมันจะก้มหน้าลงต่ำเพื่อซ่อนรอยน้ำตาที่ดูเหมือนกำลังจะเอ่อล้นออกมาไม่ช้านี้เอาไว้อย่างสุดความสามารถ
ไหล่ลาดบางภายใต้เสื้อนอนตัวหลวมสั่นสะท้านเป็นจังหวะจากการกลั้นสะอื้นลึกในขณะที่มือเรียวเล็กขาวผ่องทั้งสองข้างนั้นบีบเข้าหากันแน่น... แน่นมากเสียจนเจ้าตัวไม่รู้สึกเจ็บแต่อย่างใด... หลงเหลือเพียงแค่ความรู้สึกชาและรสขมแปร่งปร่าของความผิดหวังให้ได้สัมผัสเท่านั้น
คิมจุนซูก้าวเท้าถอยหลังเพื่อให้ห่างออกจากหน้าประตูห้องนอนของคุณชายคนรองของตระกูลสองสามก้าวก่อนจะบอกด้วยน้ำเสียงเครือเกือบจะเป็นการสะอื้นให้ลอดพ้นลำคอออกมาว่า
"ถ้าอย่างงั้นผมขอตัวนะครับ นายท่าน..."
"เดี๋ยว!"ห้ามเสียงดังลั่นพลางเอื้อมมือออกไปคว้าเอาไหล่กลมกลึงเอาไว้ด้วยสัญชาตญาณ
"ครับ?"คนที่ถูกรั้งกายให้เข้ามาใกล้ย้อนถามเสียงสูงพร้อมกับชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวเดินอย่างกะทันหัน ความหวังบางประการเป็นประกายเรืองรองอยู่ในแววตาคู่สวยซึ่งกำลังเอ่อคลอคลองไปด้วยหยาดน้ำตาอุ่น ๆ ทั้งสองข้าง
ร่างสูงเพรียวหลบสายตาของคนรับใช้แสนน่ารักน่าทะนุถนอมไปอีกทางหนึ่งเพราะต้องการข่มใจก่อนจะถอนหายใจยาวพลางบอก
"เฮ้อ... เอาล่ะ ๆ ... เข้ามาข้างในก่อนสิ"
นัยน์ตาคู่โตสีน้ำตาลปนดำอ่อนจางเบิกโตขึ้นกว่าเดิมในขณะที่เจ้าของของมันนั้นเงยหน้าขึ้นพลางทำหน้าเหรอหราเพราะตกใจกับประโยคเมื่อครู่ของชายหนุ่มผู้เป็นเจ้านายเป็นอย่างยิ่ง
ยูชอนปล่อยมือจากหัวไหล่เล็ก ๆ ก่อนจะออกแรงดันบานประตูห้องนอนให้เปิดกว้างมากขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย
"เป็นแบบนี้แล้วดูไม่ดีเลย เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าจะหาว่าฉันรังแกเด็ก"พูดจบก็หันหลังให้แล้วเป็นฝ่ายเดินลากเท้าเข้าไปข้างในห้องก่อน... ปล่อยให้คนตัวเล็กกว่าต้องค่อย ๆ เดินตามเข้าไปอย่างเสียไม่ได้ เพราะถึงอย่างไรคิมจุนซูก็ถือว่าเป็นคำสั่งที่มาจากนายท่านที่เขาแสนเคารพรักอย่างเหลือเกิน
เท้าเปล่าเปลือยคู่เล็กพาเจ้าของของมันเข้ามาข้างในห้องนอนใหญ่ที่ถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีเรียบ ๆ หากเข้าชุดกันได้อย่างเหมาะเจาะกลมกลืน... มองเพียงแค่ปราดเดียวก็รับรู้ได้ว่ารสนิยมของเจ้าของห้องนั้นมีระดับมากขนาดไหน จุนซูเหลียวมองไปรอบห้องด้วยสายตาระแวดระวังเพราะบรรยากาศอึมครึมกำลังลอยคว้างอ้อยอิ่งครอบคลุมจิตใจของเขาให้เกิดความรู้สึกแปลกแยก... ทั้งแปลก ทั้งประหลาดราวกับตนเองนั้นได้ล่วงล้ำเข้ามาสู่อาณาเขตของคนที่เขาไม่สมควรคิดจะเอื้อมมือขึ้นไปคว้าหรือพาเอาตัวเองเข้าไปข้องเกี่ยวด้วยเลยในชีวิต...
มือเล็ก ๆ พันกันเล่นไปมาเมื่อเจ้าตัวไม่รู้ว่าจะทำอะไรที่ดีไปกว่านี้ได้ ร่างบอบบางเจ้าของผมสีน้ำตาลเข้มยืนตัวเล็กลีบอยู่ตรงชุดรับแขกขนาดย่อมภายในห้องนอนกว้างพลางซ่อนลมหายใจเข้าออกเอาไว้ราวกับไม่ปรารถนาจะให้ใครทั้งสิ้นได้สัมผัสถึงการมีตัวตนอยู่...
"เธอมาที่นี่ทำไม?"เสียงทุ้มนุ่มเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นทำลายความเงียบแสนน่าอึดอัดที่กางกั้นบรรยากาศระหว่างคนทั้งสองอยู่ให้หมดสิ้นไป
คำถามที่อยู่ ๆ ก็โพล่งขึ้นมากะทันหันทำเอาคนตัวเล็กบางที่กำลังยืนใช้ความคิดอยู่ถึงกับสะดุ้งจนไหล่สะเทือน นัยน์ตาสีน้ำตาลปนดำอ่อนจางกรอกไปมาอยู่ชั่วครู่ก่อนเจ้าของของมันจะเอ่ยตอบตะกุกตะกัก
"เอ่อ... คือ..."
"จุนซู ฉันบอกกี่ทีแล้วว่าเวลาตอบให้มองหน้าคนที่คุยด้วย"ขัดขึ้นพร้อมกับขมวดคิ้วเป็นทำนองว่ากำลังไม่ค่อยจะพอใจสักเท่าไรนัก
คนถูกตำหนิเงยหน้าขึ้นให้มากกว่าเดิมเล็กน้อยก่อนจะประสานสายตากับร่างสูงเพรียวที่นั่งอยู่บนปลายเตียงนอนขนาดคิงไซส์ด้วยท่าทีกล้า ๆ กลัว ๆ
"ครับ... คะ... คือ... คือผมได้ยินมาว่า..."
ฝ่ามือหนายกขึ้นห้ามในขณะที่เจ้าของของมันจะบอกด้วยน้ำเสียงที่ติดจะรำคาญ... ซึ่งทำเอาคู่สนทนาถึงกับใจเสียอยู่ไม่น้อย
"จุนซู... เลิกติดอ่างสักที คิดแล้วเรียบเรียงคำพูดให้ดีก่อนจะพูด เข้าใจไหม?"
"เข้าใจครับ... นายท่าน"รับคำพลางบีบมือเข้าหากันแน่นขึ้นจนข้อนิ้วขาวซีดพร้อมกับฝืนกลั้นน้ำตาที่ดูเหมือนกำลังจะไหลออกมาได้อย่างง่ายดายเอาไว้สุดความสามารถ
ร่างสูงเพรียวในชุดนอนสีน้ำเงินเข้มถอนหายใจยาวพลางยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาบีบนวดขมับราวกับต้องการจะอดกลั้นต่ออะไรบางอย่างที่กำลังถาโถมเข้ามาแล้วบอกด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
"เอ้า... ทีนี้ก็ตอบคำถามเมื่อกี๊มาว่าตกลงเธอมาทำอะไรที่นี่... ในเวลาแบบนี้"
"คือ... ผมได้ยินมาจากคุณชายใหญ่ว่านายท่านไม่สบายมากแล้วตอนนี้ก็ยังอาการไม่ค่อยดี... ผมก็เลยอาสาคุณชายใหญ่มาคอยดูแลอาการนายท่านเองน่ะครับ"
"พี่แจจุงน่ะเหรอ? พี่แจจุงเป็นคนบอกเธองั้นเหรอ?"ย้อนถามเสียงสูงก่อนจะลุกพรวดขึ้นยืนด้วยความประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง
อาการแปลก ๆ ของชายหนุ่มผู้เป็นเจ้านายทำเอาคู่สนทนาถึงกับงุนงงไปอยู่ไม่น้อย ร่างเล็กกว่าในชุดนอนตัวหลวมโคร่งสบายพยักหน้ารับก่อนจะเอียงศีรษะน้อย ๆ เป็นทำนองสงสัยแล้วตอบ
"ครับ... คุณชายใหญ่เป็นคนบอกผมเองครับ"
เจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลสวยยกมือขึ้นกุมขมับทันทีที่ได้ยินคำตอบอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง ขายาว ๆ ภายใต้กางเกงนอนสีน้ำเงินเข้มจัดพาเจ้าตัวมาหยุดอยู่ตรงหน้าของร่างบอบบางด้วยความรวดเร็วในขณะที่ปากอิ่มก็พร่ำพูดออกมาไม่หยุด... ราวกับตั้งใจจะพูดกับตัวเองมากกว่าต้องการจะพูดหรือสื่อความกับคนรับใช้หน้าหวานซึ่งกำลังยืนอย่างสงบเสงี่ยมอยู่ใกล้ ๆ
"นี่มันเรื่องอะไรกัน? พี่แจจุงเป็นคนบอกงั้นเหรอ? พี่แจจุงเนี่ยนะ... ทำไมกัน? เอ๊ะ! หรือว่าพี่แจจุงจะ..."
"เดี๋ยวครับนายท่าน ผมขอร้องล่ะครับ... อย่าโกรธคุณชายใหญ่เลยนะครับ คุณชายใหญ่ออกจะน่าสงสาร.... นายท่าน... นายท่านอย่าโกรธเลยนะครับ"เสียงเล็ก ๆ แหบแห้งหากแหลมสูงอยู่ในทีดังขึ้นเมื่อเห็นท่าว่าชายหนุ่มกำลังจะเอาเรื่องแจจุง
ปาร์คยูชอนหันหน้ากลับมามองไปยังทิศทางของต้นเสียงก่อนจะเลิกคิ้วเป็นทำนองถามอยู่กลาย ๆ
ร่างบอบบางเจ้าของเสียงหัวเราะแสนสดใสเป็นเอกลักษณ์ก้มหน้าลงเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ พูดอย่างระมัดระวัง
"คุณชายใหญ่เอาแต่โทษตัวเองว่าที่นายท่านต้องป่วย... เอาแต่โทษว่ามันเป็นความผิดของตัวเองที่สุขภาพไม่แข็งแรงจนทำให้นายท่านต้องทำงานหนักเพื่อบริษัท..."ประโยคตอนท้ายขาดหายเพราะเจ้าตัวนั้นกำลังจิกเล็บลงกลางฝ่ามือเพื่อข่มกลั้นความเจ็บปวดรวดร้าวแสนสาหัสที่กำลังแล่นพล่านจากหน้าอกด้านซ้ายเอาไว้สุดความสามารถก่อนจะพูดต่อน้ำเสียงเบาหวิวไม่ต่างไปจากการกระซิบ
"แล้วก็ยังรวมถึงเรื่องดูตัวของนายท่านด้วย..."
"!!?"ปาร์คยูชอนสะดุ้งสุดกายก่อนจะจ้องดวงตาสีน้ำตาลปนดำอ่อนจางคู่สวยของร่างบอบบางตรงหน้าค้างด้วยความตกใจขั้นรุนแรงก่อนจะถามด้วยความหลากใจ
"จุนซู เธอไปเอาเรื่องนี้มาจากพี่แจจุงงั้นเหรอ?"
"..."คนถูกถามกลับนิ่งไม่ตอบว่ากระไรหากพยักหน้าลงน้อย ๆ ก่อนจะยกหลังมือข้างหนึ่งขึ้นมาปาดรอยชื้นที่หางตาอย่างลวก ๆ
คุณชายคนรองของตระกูลนิ่วหน้าเมื่อสังเกตเห็นอาการน่าสงสารจนใจสะท้อนของคนตัวเล็กกว่าตรงหน้า ยูชอนถอนหายใจยาวก่อนจะเบือนหน้าหนีไปอีกทาง... เพราะไม่ต้องการจะเห็นหน้าของคนที่คอยแต่จะทำให้จิตใจของเขาสั่นหวั่นไหวได้ทุกวินาทีที่พบเจอ... โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่ร่างกายและอารมณ์ของเขากำลังไม่ปกติอยู่เช่นนี้
เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดพรายตามไรผมและข้างขมับของร่างสูงเพรียว ลมหายใจเข้าออกของเจ้าของผมสีน้ำตาลเข้มสวยกำลังไม่เป็นจังหวะเนื่องจากเจ้าตัวนั้นกำลังหลับตาแน่นเพื่อสะกดความรู้สึกที่แล่นวาบไปตามไขสันหลังให้มันค่อย ๆ สงบลงได้อย่างยากลำบาก... ยูชอนกำหมัดแน่นจนเห็นเส้นเลือดที่ปูดโปนขึ้นตรงหลังมือได้อย่างชัดเจนก่อนจะบอกด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับให้อ่อนโยนอย่างที่สุด
"จุนซู... เรื่องนั้นมันไม่เกี่ยวอะไรเลยนะ... ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องดูตัว มันก็ไม่ได้ส่งผลกับสุขภาพของฉันเลยสักหน่อย"
"นายท่าน..."ครางเรียกคนที่เปรียบเสมือนว่าเป็นดั่งทุกสิ่งในชีวิตด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเนื่องจากการสะอื้นลึก
"ฉันไม่ได้ไม่สบาย... ฉันไมได้เป็นอะไรทั้งนั้น... เห็นไหมจุนซู?"ถามพลางถอยหลังไปอีกสองสามก้าวเพื่อให้ร่างบอบบางได้เห็นตามที่บอกได้อย่างชัดเจนขึ้น
"ตะ แต่ว่า..."
"จุนซู เธอกลายเป็นคนพูดไม่รู้เรื่องตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ?"ร่างสูงย่นหัวคิ้วเข้าหากันเป็นทำนองว่าไม่พอใจพร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ คล้ายกับกำลังเริ่มจะหมดความอดทนเข้าไปทุกที
หยดน้ำตาอุ่น ๆ ไหลกลิ้งลงมาตามร่องแก้มนวลเนียนไม่ขาดสายเพราะคิมจุนซูนั้นไม่สามารถทนต่อความเศร้าโศกเสียใจซึ่งกำลังโอบกอดห้อมล้อมกายเล็กบางของตนเอาไว้ได้ไหวอีกต่อไป เจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลปนดำคู่สวยเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นก่อนจะก้มหน้าลงต่ำจนคางแทบชิดกับอกแล้วพร่ำบอกคนตรงหน้าด้วยเสียงสั่นพร่าไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจถึงขีดสุด
"... ขอโทษครับ นายท่าน... ผมขอโทษ..."
คนที่เป็นนายมองภาพตรงหน้าด้วยความสะท้อนใจ... เมื่อเห็นน้ำตาของร่างเล็กตรงหน้าก็นึกอยากจะเข้าไปประคองกอดร่างที่กำลังสั่นสะท้านด้วยแรงสะอื้นเอาไว้แนบอกแล้วคอยเป็นคนปลอบโยนด้วยความรักและความเอาใจใส่อย่างสุดกำลัง... หากในเวลานี้ปาร์คยูชอนกลับทำได้แต่เพียงแค่ขบกรามแน่นจนเป็นสันนูนเพื่อสะกดความปรารถนาลึก ๆ บางอย่างของตนเอาไว้ให้จมลึกลงไปข้างในจิตใจอย่างยากเย็นเท่านั้น
ชายหนุ่มกัดฟันแน่นก่อนจะต้องจำใจพูดจาแสนโหดร้ายและสร้างความรวดร้าวจนใจคนฟังแทบจะแหลกสลายออกไปว่า
"เอ้า! ร้องไห้อีกแล้ว... เพราะอย่างนี้ไง ฉันถึงได้ไม่ชอบเด็ก"
หลังจากที่ได้ฟังประโยคแสนทิ่มแทงใจให้ร้าวลึกจนจบคนรับใช้เจ้าของใบหน้าเนียนใสไร้รอยตำหนิใด ๆ ถึงกับต้องขบฟันลงบนริมฝีปากล่างจนเลือดซึมด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส... ความเสียใจและความผิดหวังดูจะมากล้นเสียจนไหล่เล็กบางทั้งสองข้างแทบแบกรับเอาไว้ไม่ไหวอีกต่อไป
เจ้าของริมฝีปากเชิด ๆ แสนน่ารักยกมือข้างหนึ่งขึ้นเกาะกุมที่หน้าอกข้างซ้ายเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่ามันกำลังจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ อย่างไรอย่างนั้นก่อนจะใช้หลังมืออีกข้างหนึ่งยกขึ้นมาปาดคราบน้ำตาทั้งเก่าและใหม่ที่เปรอะเปื้อนตามใบหน้าให้หมดไปอย่างลวก ๆ ขาเรียวเล็กก้าวเท้าออกเดินถอยหลังอย่างไม่มั่นคงสักเท่าไหร่นักในขณะที่เจ้าของของมันค่อย ๆ เอ่ยบอกด้วยเสียงที่ขาดเป็นห้วง ๆ เนื่องจากการสะอื้น
"ขะ.. ขอโทษครับนายท่าน... ฮึก... ขอโทษครับ... ผมจะรีบกลับห้องเดี๋ยวนี้..."
คนฟังเบิกตากว้างขึ้นกว่าเดิมเท่าตัวเมื่อเห็นอาการนั้นของคู่สนทนาก่อนจะขยับริมฝีปากเพียงเพื่อจะเอ่ยคำพูดอะไรบางอย่างออกมา หากคนตัวเล็กบางในเสื้อนอนตัวหลวมโคร่งกลับหมุนส้นเท้าหันหลังกลับเพื่อจะเดินออกจากห้องนอนด้วยความรวดเร็วไปเสียแล้ว
ปาร์คยูชอนสาวเท้ายาว ๆ ตามแผ่นหลังเล็กบอบบางไปก่อนจะคว้าเอาหัวไหล่กลมกลึงทั้งสองข้างเอาไว้หมายจะรั้งร่างเล็กกว่าให้อยู่กับตนให้นานขึ้นอีกนิด... ยูชอนไม่คาดคิดว่าผลตอบรับจากคนรับใช้แสนน่ารักจะน่าเป็นห่วงมากถึงขนาดนี้... ความรู้สึกผิดและความเสียใจกำลังตรงเข้ารุมเร้าและกัดกินหัวใจของชายหนุ่มให้เจ็บปวดไม่แตกต่างไปจากกันเลยแม้แต่น้อย
ทั้ง ๆ ที่ตัวเขาเองนั้นอยากจะปกป้องจุนซูเอาไว้จนสุดความสามารถแท้ ๆ
แต่สุดท้ายแล้วก็กลับเป็นคนที่ทำให้จุนซูต้องเสียใจมากที่สุดเสียเอง
"เดี๋ยวสิจุนซู... เดี๋ยว!!!"เสียงทุ้มตะโกนดังลั่นในขณะที่เจ้าของเสียงนั้นเอื้อมมืออกไปคว้าเอากายเล็กบางของคนรับใช้หน้าหวานละมุนให้เข้ามาอยู่ในอ้อมอกแสนอบอุ่นเอาไว้ได้สำเร็จ แต่ทว่า...
"!!!?"
คิมจุนซูสะดุ้งสุดตัวก่อนใบหน้าเล็กจะแดงจัดเพราะเลือดที่ถูกสูบฉีดอย่างกะทันหัน คนตัวเล็กในอ้อมแขนของชายหนุ่มร่างสูงยืนตัวแข็งไม่อาจขยับได้แม้แต่ปลายนิ้วเมื่อรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างซึ่งร้อนจัดและกำลังแนบอยู่ตรงบั้นท้ายของตน!!
"เฮ้อ... เพราะแบบนี้แหละนะถึงได้อยากให้เธอกลับห้องไปไว ๆ"เสียงทุ้มนุ่มเป็นเอกลักษณ์ซึ่งในยามนี้กำลังแหบพร่าไปด้วยแรงอารมณ์ลึกลับบางอย่างดังขึ้นชิดริมหูเล็ก ๆ
ร่างบอบบางได้แต่ยืนเงียบราวกับถูกสาปให้กลายเป็นก้อนหินไปเสียแล้ว เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายลงลำคอได้อย่างยากเย็นเมื่อรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งร้อนรุ่มของชายหนุ่มที่เบียดชิดติดสะโพก
ยูชอนถอนหายใจหนัก ๆ แล้วจึงค่อยปล่อยคนตัวเล็กที่กำลังแก้มแดงจัดให้พ้นจากวงแขนแข็ง ๆ ของตนในที่สุด ริมฝีปากอิ่มถูกขยับขึ้นลงเพื่อพูดออกมาว่า
"ไม่ต้องกลัวไปหรอกนะจุนซู... ที่ฉันเป็นแบบนี้เพราะยาที่พี่แจจุงแอบเอาให้ฉันกิน... เพราะอย่างนี้แหละนะ... เมื่อกี๊ฉันไม่ได้ตั้งใจจะว่าเธอนะจุนซู ฉันก็แค่อยากจะให้เธอกลับห้องไปเร็ว ๆ ก็เท่านั้น... ไม่ได้ตั้งใจจะพูดจาทำร้ายจิตใจเธอเลย... ต้องขอโทษด้วยก็แล้วกัน... ขอโทษจริง ๆ นะ"
คนที่ถูกขอโทษด้วยความจริงใจถึงกับน้ำตาคลอด้วยความโล่งใจอย่างที่สุดเมื่อตระหนักรู้ได้ว่าตนเองนั้นไม่ได้เป็นที่รังเกียจของชายหนุ่มผู้เป็นเจ้านายอย่างที่คิดเอาไว้แต่อย่างใด นัยน์ตาสีน้ำตาลปนดำอ่อนจางจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของคุณชายคนรองด้วยความรักความหลงใหลที่ปิดเอาไว้ไม่มิดก่อนจะพูดเสียงผะแผ่ว
"นายท่าน... กรุณาทำให้ผมเป็นของนายท่านด้วยเถอะครับ..."
ชายหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาคู่สวยที่มักแฝงแวววิบวับวาววามเอาไว้อยู่ภายในเสมอถึงกับเบิกตากว้างขึ้นเป็นสามเท่าก่อนจะโพล่งออกมาเสียงดังลั่นจนแทบจะสะท้อนก้องไปทั่วห้องนอนขนาดใหญ่
"เธอพูดอะไรออกมา รู้ตัวรึเปล่าเนี่ย คิมจุนซู!!!"
"นายท่าน..."เผยอริมฝีปากเชิด ๆ เพื่อเรียกคนตรงหน้าด้วยอาการเว้าวอน... เว้าวอนมากเสียจนคนเห็นภาพนั้นต้องกำหมัดแน่นพยายามข่มใจและอดทนต่อความปรารถนาลึก ๆ เอาไว้ได้ยากลำบากอย่างเหลือเกิน
วินาทีถัดมาขายาว ๆ ก็พาร่างของตนไปหยุดอยู่ตรงเก้าอี้ตัวยาวสำหรับเอนหลังตรงข้างเตียงนอนที่ถูกปูด้วยผ้าลินินชั้นเยี่ยมก่อนที่เจ้าของของมันจะทรุดตัวลงนั่งจนเบาะนุ่มนั้นยวบไปตามแรงกดของน้ำหนัก
ความจริงแล้ว...
เขาก็แค่อยากจะถอยออกไปอยู่ให้ไกลจากคนตัวเล็กบางให้มากที่สุดก็เท่านั้น...
"กลับห้องไปซะเถอะ... คราวหน้าคราวหลังอย่าพูดอะไรไม่คิดแบบนี้อีกก็แล้วกัน"คนตัวโตกว่าบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่นพลางกลั้นลมหายใจออกเอาไว้ชั่วครู่ก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนมันออกมาทีละน้อยราวกับเจ้าตัวนั้นกำลังรู้สึกเหน็ดเหนื่อยแสนสาหัส...
ร่างเล็กบางในชุดนอนตัวหลวมโคร่งเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของคู่สนทนาด้วยความไม่เข้าใจพลางเอ่ยตะกุกตะกัก
"... คะ คือ..."
"ฉันบอกให้กลับห้องไปไงล่ะ หรือว่าได้ยินไม่ชัด หือ?"
เสียงทุ้มนุ่มเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นขัดจังหวะในการพูดของร่างเล็กบางเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลปนดำอ่อนจาง... ในขณะที่เจ้าของน้ำเสียงแสนน่าฟังนั้นได้แต่ยกมือขึ้นมากุมขมับด้วยความรู้สึกสับสนในจิตใจเป็นอย่างยิ่ง
"นายท่าน... ผม... ความรู้สึกของผมน่ะ..."
"คิมจุนซู!! ถ้าคิดจะตอบแทนบุญคุณของฉันด้วยวิธีนี้น่ะนะ บอกเอาไว้ก่อนเลยว่าฉันไม่ต้องการ!! ถ้าไม่รัก... ไม่รู้สึกอะไรด้วยก็ไม่จำเป็นต้องมาทำแบบนี้!!"ลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูงตะโกนดังลั่นจนเสียงแทบจะสะท้อนก้องไปทั่วห้องนอนขนาดใหญ่
เจ้าของชื่อนั้นยกมือเรียวขาวผ่องที่กำลังสั่นระริกทั้งสองข้างขึ้นมาเกาะกุมบริเวณหน้าอกข้างซ้ายเอาไว้แน่น... แน่นมากเสียจนเสื้อนอนตัวหลวมสบายนั้นถึงกับยับยู่ยี่ ริมฝีปากเชิด ๆ แสนน่ารักถูกเจ้าของของมันขยับขึ้นลงเพื่อเอ่ยประโยคตัดพ้อซึ่งบีบหัวใจคนฟังและคนพูดเองให้ทรมานอย่างแสนสาหัสได้ไม่ยากเย็น
"นายท่าน... ตลอดเวลาที่ผ่านมานายท่านไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกจริง ๆ ของผมเลยเหรอครับ? หรือว่าความรู้สึกของผมมันไร้ค่ามากใช่ไหมครับ นายท่านถึงได้ทำเป็นไม่เห็นและมองข้ามไปอย่างนี้..."
"จุนซู..."ครางเสียงแผ่วเป็นชื่อของคนตัวเล็กตรงหน้าที่กำลังยืนพูดปาว ๆ พร้อมกับยกหลังมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้มด้วยความรู้สึกที่ทุกข์ทรมาน บรรยากาศรอบตัวของเขาทั้งสองคนนั้นราวกับถูกถ่วงไว้ด้วยตะกั่วหนักอึ้ง...
แม้ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า...
หากคนทั้งสองกลับสัมผัสถึงความอึมครึมแสนน่าอึดอัดนั้นได้เป็นอย่างดีโดยไม่ต้องบอก
เจ้าของเสียงหัวเราะสดใสเป็นเอกลักษณ์ขบริมฝีปากเชิด ๆ ของตนแน่นจนกลายเป็นเส้นตรงพร้อมกับกลั้นอาการสะอึกสะอื้นจนไหล่เล็ก ๆ ไหวสะท้านสะเทือนไปตามแรง... คิมจุนซูใช้สองมือกอดรอบกายเอาไว้แน่นราวกับต้องการจะปกป้องตัวเองไม่ให้รู้สึกเจ็บปวดและร้าวลึกมากไปกว่าที่เป็นอยู่อย่างไรอย่างนั้น
คนตัวเล็กกว่าใช้ปลายนิ้วปาดคราบน้ำตาทั้งเก่าและใหม่ที่ไหลหยดลงมาตามร่องแก้มขาว ๆ ของตนออกอย่างลวก ๆ ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างที่สุดอีกครั้ง
"ผมขอโทษครับที่ทำให้นายท่านต้องลำบากใจมาตลอด... ผมไม่มีอะไรจะพูดนอกจากจะบอกว่าผมเสียใจ... และต้องขอโทษอย่างมากที่เป็นภาระให้นายท่านมาตลอด..."
"คิมจุนซู! ใครบอกกันว่าเธอเป็นภาระ?"
"บางอย่างมันก็ไม่จำเป็นต้องพูดหรอกครับนายท่าน... ที่ผ่านมาผมอาจจะไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้ผมเข้าใจดีแล้วว่านายท่านรู้สึกอย่างไร..."
"จุนซู..."
"ผมต้องขอบคุณและต้องขอโทษนายท่านด้วยนะครับที่ทำให้ผิดหวัง... แค่เด็กกำพร้าคนหนึ่งที่เก็บมาเลี้ยง... ก็เท่านั้น... ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นจริง ๆ ..."
คุณชายคนรองของตระกูลสาวเท้าให้เข้ามาใกล้ร่างเล็ก ๆ ซึ่งกรุ่นไปด้วยกลิ่นหอมหวานแสนบริสุทธ์มากขึ้นอีกนิดพลางเอ่ยแย้ง
"จุนซู ฟังก่อน... ฉันไม่ได้คิด..."
ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะพูดให้ได้ครบจบประโยคดี... เสียงเล็ก ๆ หากแหลมสูงเล็กน้อยยามฟังของจุนซูซึ่งกำลังยืนร้องไห้จนตัวโยนกลับเป็นฝ่ายแทรกขึ้นมาเสียก่อนว่า
"พอเถอะครับนายท่าน ผมขอร้องล่ะ ได้โปรดอย่าพูดอะไรมากไปกว่านี้เลย... แค่นี้หัวใจของผมก็เจ็บจนไม่รู้จะพูดว่าอย่างไรแล้ว..."
"พอสักที!!!"ปาร์คยูชอนตวาดลั่นก่อนจะคว้าเอาร่างนุ่มนิ่มบอบบางของคนตัวเล็กกว่าให้ปลิวหวือเข้ามาอยู่ในวงแขนแข็งแรงของตนได้อย่างง่ายดาย
คนที่จู่ ๆ ก็ถูกดึงเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดได้แต่กระพริบตาปริบ ๆ ด้วยความไม่เข้าใจระคนไปกับความประหลาดใจอย่างที่สุด ริมฝีปากเชิด ๆ แสนน่ารักได้แต่เผยอค้างเพื่อผ่อนลมหายใจเข้าออก... หากกลับไม่มีเสียงสรรพสำเนียงใด ๆ ลอดพ้นออกมาทั้งสิ้น
"..."
"พอแล้ว!! พอกันที!! ฉันจะไม่ทนอีกแล้ว!"พร่ำพูดชิดริมใบหูเล็ก ๆ พร้อมกับใช้ปลายจมูกโด่งเป็นสันเลื่อนไล้ไปตามแนวขมับซึ่งกรุ่นไปด้วยกลิ่นหอมหวานละมุนอย่างหลงใหล... หลงใหลและเมามายมากเสียจนเกือบจะถอนตัวไม่ขึ้น
"นะ... นะ... นายท่าน...."
คนเป็นเจ้านายผละออกจากแนวแก้มเนียนละเอียดอย่างสุดแสนเสียดายก่อนจะเลื่อนปลายนิ้วแข็ง ๆ ของตนขึ้นมาเชยคางเล็ก ๆ น่ารักเอาไว้อย่างหมิ่นเหม่แล้วค่อย ๆ จ้องลึกลงในดวงตาคู่สวยนิ่งเนิ่นนานพลางถามด้วยความระมัดระวัง
"เมื่อกี๊เธอบอกฉันเองนะจุนซูว่าเธอจะเป็นของฉัน... อย่างนั้นถ้าฉันจะขอหลงตัวเองหน่อยว่าเธอรู้สึกกับฉันมากกว่าการเป็นเจ้านาย... ถ้าฉันจะขอหลงตัวเองมากขนาดนั้น... จะได้รึเปล่า?"
คนถูกถามด้วยประโยคแสนอ่อนโยนอ่อนหวานนั้นถึงกับน้ำตาคลอด้วยความซาบซึ้งใจอย่างที่สุด ริมฝีปากเชิด ๆ บิดโค้งขึ้นแย้มยิ้มงดงามจับตาก่อนจะถูกเจ้าของของมันขยับขึ้นลงเพื่อเอ่ย
"นายท่าน... หัวใจของผมน่ะ... เป็นของนายท่านตั้งแต่แรก... และจะเป็นอย่างนั้นตลอดไป..."
คนตัวโตกว่าที่ฟังประโยคแสนน่ารักนั้นจบถึงกับฉีกยิ้มกว้างขวางทั้งปากและนัยน์ตาเป็นการตอบรับด้วยความดีใจอย่างที่สุด ความรู้สึกเป็นสุขอัดแน่นและพองฟูจนเกือบล้นอยู่ในหัวใจอย่างไม่อาจจะห้ามได้ วินาทีถัดมาปลายนิ้วโป้งของปาร์คยูชอนจึงถูกเลื่อนขึ้นไปตามแนวแก้มเนียนใสก่อนจะจบลงที่การเกลี่ยร่องลึกเหนือคางใต้ริมฝีปากของเด็กหนุ่มหน้าหวานเพราะอดใจเอาไว้ไม่อยู่
นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนจางที่มักแฝงแววบางอย่างวิบวับอยู่ภายในเสมอจ้องลึกลงในดวงตาของอีกฝ่ายก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ ๆ ... ใกล้มากเสียจนแทบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน...
"จุนซู... ฉันรักเธอ... รัก... รัก..."กระซิบเสียงต่ำพร่าไปด้วยแรงอารมณ์อยู่เหนือริมฝีปากเชิด ๆ ของเจ้าของร่างบอบบางที่กำลังตกอยู่ในอ้อมแขนของตน
เจ้าของชื่อนั้นยกมือขึ้นโอบรอบคอของชายหนุ่มราวกับต้องการจะยึดเหนี่ยวเอาไว้เป็นหลักฐานว่าเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้น... ได้ยิน... ได้ฟังและได้สัมผัสอยู่นี้นั้นเป็นความจริง ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ภาพฝันหรือจินตนาการที่ไม่มีอยู่จริง...
หยดน้ำตาพร่างพรูไหลกลิ้งจากขอบของนัยน์ตาคู่สวยลงสู่แก้มนวลเนียนราวกับเม็ดไข่มุกสีขาวบริสุทธิ์แสนงดงาม ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านด้วยความตื้นตันที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างตั้งแต่ปลายเส้นผมจรดปลายเท้าเนื่องจากคำบอกรักของชายหนุ่มตรงหน้า
"นายท่าน... นายท่าน..."สะอื้นเสียงสั่นเป็นคำเรียกขานของคนที่มีความหมายที่สุดในชีวิตไม่ขาดปากพร้อมกับแหงนเงยหน้าเพื่อตอบรับจุมพิตแสนอ่อนโยนอ่อนหวานหากแฝงไปด้วยความกระหายเร่าร้อนอย่างเต็มอกเต็มใจเสียเหลือเกิน
แม้จะรู้ดีว่าทุกอย่างมันผิด...
ผิดตั้งแต่แรกเริ่ม...
ทว่าปาร์คยูชอนกลับอยากจะทำผิดแบบนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า...
ถ้าหากอีกฝ่ายนั้นคือคิมจุนซู...
เขาก็อยากจะดึงรั้งร่างเล็กซึ่งอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนละมุนกรุ่นติดปลายจมูกนี้เอาไว้แนบกาย...
ถึงแม้ว่าตัวเองนั้นอาจจะเป็นคนทำร้ายและช่วงชิงเอาความสดใสแสนบริสุทธิ์นั้นไปด้วยสองมือนี้เองก็ตามที...
"จุนซู... เธอไม่เสียใจแน่นะ?"เจ้าของเสียงทุ้มนุ่มเป็นเอกลักษณ์เอ่ยขึ้นเพื่อถามความสมัครใจของคนตัวเล็กด้วยความไม่แน่ใจระคนกับความเป็นห่วงเป็นใยอย่างลึกซึ้ง
มือเรียวเล็กเลื่อนขึ้นไปโอบกอดแผ่นหลังกว้างซึ่งตึงแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อได้รูปให้แน่นขึ้นก่อนจะแนบหน้าของตนลงลงอกเสื้อนอนของยูชอนเพื่อฟังเสียงหัวใจซึ่งกำลังเต้นระทึกเป็นจังหวะรัวเร็วแล้วกระซิบบอกเสียงแผ่วเบาหากกลับแฝงไว้ด้วยความมั่นคงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
"ครับ... ไม่มีวันเสียใจ"
ร่างสูงเพรียวกระชับอ้อมแขนเพื่อโอบรัดร่างกายเล็กบางให้แน่นขึ้นแล้วค่อยบรรจงมอบจุมพิตอ่อนโยนพร่างพรมไปทั่วดวงหน้าหวาน ๆ ราวกับต้องการจะตีตราความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของทุกอณูแห่งเลือดเนื้อของเด็กหนุ่มก่อนจะแนบจูบเร่าร้อนลงบนกลีบปากเล็กที่เผยอแยกอยู่อย่างโหยหา คนตัวโตลูบไล้มือไปตามแนวลำตัวแบบบางอย่างถือสิทธิ์เต็มที่ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนไล้หายเข้าไปใต้เสื้อนอนตัวหลวมโคร่งพร้อมกับบอกชิดริมหูด้วยเสียงต่ำ ๆ
"มาถึงขนาดนี้แล้ว... ถึงเธอจะบอกว่าไม่ ฉันก็หยุดไมได้แล้วนะ"
"ผมไม่มีทางบอกให้นายท่านหยุดหรอกครับ"กระซิบตอบแผ่วเบาพลางรั้งศีรษะของร่างสูงกว่าให้เลื่อนลงมาอยู่ในระดับเดียวกับใบหน้าของตนก่อนจะแนบริมฝีปากของตนลงตรงมุมปากของชายหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลสวยด้วยความรักความหลงใหลที่ไม่อาจจะเก็บซ่อนหรือปกปิดเอาไว้ได้อีกต่อไป..
.
.
.
แสงแดดยามเช้าส่องทะลุเข้ามาตามรอยแยกของผ้าม่านเนื้อดีสีครีมสวยที่ถูกจับจีบห้อยอยู่ตรงประตูบานเลื่อนของห้องรับแขกในคฤหาสน์หลังใหญ่ ร่างบอบบางเจ้าของผมสีดำสนิทราวเส้นไหมชั้นดีซึ่งนั่งเอนหลังพิงพนักโซฟาตัวเล็กนุ่มนิ่มบุด้วยหนังชั้นดีอยู่นั้นกำลังจ้องมองผ่านกระจกบานใสแจ๋วลงไปยังสนามหญ้าเชียวชอุ่มด้านล่างอย่างสนอกสนใจอยู่ไม่น้อย
เพียงไม่นานเกินรอ... เจ้าของใบหน้าสวยงามราวกับตุ๊กตาแก้วที่ถูกสลักเสลาด้วยฝีมือของจิตกรเอกก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้นก่อนจะค่อย ๆ กวักมือเรียกร่างสูงของชายหนุ่มคนรักให้เข้ามาใกล้ ๆ
"นี่ยุนโฮ... มาดูสองคนนั้นสิ"
เจ้าของชื่อยุนโฮสาวเท้าให้เข้ามาใกล้คนตัวเล็กบางที่อยู่ในชุดลำลองสบาย ๆ ก่อนจะมองไปตามทิศทางที่นิ้วชี้ขาวจัดชี้บอก ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าคือร่างเล็กบางของคิมจุนซูกำลังหยิบผ้าเปียกหมาด ๆ ที่ได้ผ่านการซักเรียบร้อยแล้วขึ้นมาจากถังไม้ด้วยท่าทางทุลักทุเลอยู่ไม่น้อย ทว่า... ที่ว่างข้าง ๆ กายของคนรับใช้หน้าตาน่ารักกลับมีร่างสูงคุ้นตาของใครบางคนยืนเคียงข้างอยู่ไม่ห่าง!!!
คุณชายคนรองของคฤหาสน์หลังงามเอื้อมมือลงไปฉวยเอาผ้าผืนโตออกจากมือเล็ก ๆ คู่นั้นก่อนจะนำมันไปพาดเอาไว้บนราวเหล็กด้วยความคล่องแคล่วที่ไม่รู้ว่าเจ้าตัวนั้นไปเรียนหรือฝึกหัดมาตั้งแต่เมื่อไหร่...
ชองยุนโฮเบิกตากว้างขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเห็นชัด ๆ เต็มสองตาแล้วว่าเจ้าผ้าเปียก ๆ ที่ในคราวแรกได้ม้วนตัวอยู่ในถังอะลูมิเนียมสีเงินนั้นคือผ้าปูที่นอนทำจากผ้าลินินชั้นดีของคุณชายคนรอง!!!!
"หือ? หรือว่า..."
"อื้ม... ใช่ แผนของเราสำเร็จแล้วล่ะ"ตอบด้วยความมั่นใจพลางเผยรอยยิ้มกว้างจนตาคู่สวยเป็นประกายวาววับราวกับเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ ที่ได้ของเล่นที่ถูกใจเป็นอย่างยิ่ง
ทนายความหนุ่มทรุดกายลงไปนั่งตรงที่เท้าแขนของโซฟาตัวเล็กที่แจจุงกำลังนั่งอยู่ ชายหนุ่มร่างสูงเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาคมคายวาดแขนซ้ายไปด้านหลังของคนตัวเล็กบางก่อนจะเกาะกุมลงบนหัวไหล่เล็กกลมกลึงอย่างนุ่มนวลพลางพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย
"โชคดีไปนะครับ... เอาไว้วันหลังผมค่อยไปบอกคุณยูชอนทีหลังก็แล้วกันว่าพินัยกรรมน่ะ... ให้ลูกชายคนไหนของบ้านไปดูตัวก็ได้"
"อื้อ... ก็ตกลงเอาเป็นว่าเป็นหน้าที่ของยูฮวานที่ยังอยู่ที่อเมริกาก็แล้วกันเนอะ?"คุณชายใหญ่ของบ้านเอนตัวลงเพื่อซบกับแผงอกแกร่งที่ตึงแน่นไปด้วยกล้ามเนื้ออย่างคนออกกำลังกายเป็นประจำราวกับต้องการจะออดอ้อนอ่อนหวาน
คนถูกอ้อนอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวยกริมฝีปากบาง ๆ ของตนขึ้นยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะเลื่อนมือขึ้นมาจับศีรษะเล็ก ๆ ซึ่งปกคลุมไปด้วยกลุ่มผมนุ่มนิ่มสีดำสนิทให้ซบลงตรงซอกคอของตนก่อนจะพูด
"มันก็แน่สิครับ คุณน่ะเป็นของผม... คุณยูชอนก็มีคนรักเป็นตัวเป็นตนอย่างจุนซูแบบนี้แล้ว... ยังไงคุณยูฮวานก็ไม่มีทางเลือกอะไรเหลือหรอกครับ"
"คิก ๆ ก็นั่นน่ะสินะ..."หัวเราะเจ้าเล่ห์ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ในวินาทีต่อมา
"อ๊ะ!! ว่าแต่ว่าฝีมือการแสดงเมื่อคืนของฉันเป็นยังไงบ้างล่ะ ยุนโฮ?"
คนตัวโตเผยรอยยิ้มกว้างขวางจนเห็นแนวฟันขาวเรียงเป็นระเบียบชัดเจนมากขึ้นไปอีกก่อนจะยกนิ้วโป้งข้างขวาขึ้นมาให้คนตัวเล็กดูเพื่อเป็นการประกอบคำพูด
"แน่นอนว่าไม่มีใครเกินแจจุงของผมเลยล่ะครับ"
.
.
.
-END-
**แถมท้าย**
"นายท่าน..."
"จุนซู... เรียกชื่อฉันสิ เรียกว่านายท่านแล้วมันฟังดูห่างเหินยังไงไม่รู้"
"ไม่ได้หรอกครับ.... ก็นายท่านน่ะเป็น... อุ๊บ..."
"อื้อ"
"ห้ามเรียกว่านายท่านอีก... ถ้าเรียกหนึ่งครั้งจะต้องโดนลงโทษแบบนี้หนึ่งครั้ง... ตกลงนะ"
"อะไรกันครับ? ผมยังไม่ได้ตกลงเลยนะครับ นายท่าน... อื้อ..."
"บอกแล้วใช่ไหมว่าให้เรียกชื่อ"
"ขี้โกงที่สุดเลย..."
"เหรอ?"
"ใช่!! คุณยูชอนน่ะขี้โกงที่สุดเลย!!"
.
.
.
-END- แล้วจริง ๆ ค่ะ^^
อา... ในที่สุดก็จบลงด้วยดีสินะคะ
ตอนกลาง ๆ เรื่องใครอยากเอามีดแทงพุงชายปาร์คให้ไส้ไหลบ้างคะ? ฮ่า ๆๆๆ
แหม... ล้อเล่นค่ะ รักหรอกจึงหยอกเล่นนะคะ ปาร์คขา...
เรื่องนี้เรารู้สึกเป็นการส่วนตัวว่าน้องเซียน้อยเข้มแข็งมาก ๆ เลยล่ะค่ะ
ดูขี้น้อยใจแล้วก็ออกจะเก็บกดนิด ๆ แต่ก็เป็นคาร์แรคเตอร์ที่เราชอบมากเลยนะคะ
(พอเขียนเรื่องนี้จนจบแล้ว อยู่ ๆ ก็นึกเสียดายคาร์แรคเตอร์นี้ขึ้นมาตงิด ๆ น่ะค่ะ T^T)
เอ้อ... หลายคนเดาถูกแล้วค่ะเรื่องยาของแจจ๋าที่สั่งคุณหมอน้องมินให้เอามาให้ (และพ่อหมียุนนี่ก็รู้เห็นเป็นใจ^^)
โฮะ ๆๆๆๆ
เอาล่ะค่ะ...
เราต้องขอบคุณแฟนฟิคทุกท่านและคนอ่านทุกคนทั้งที่เม้นท์และไม่เม้นท์เอาไว้ตรงนี้ด้วยนะคะ
ขอแค่อ่านแล้วยิ้มได้สักนิด... เราก็ยินดีจากใจแล้วล่ะค่ะ^^
ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ
*กอดแน๊นแน่น*
(ต้องกอดแน่น ๆ เพราะอากาศที่นี่หนาวค่ะ T^T )
กว่าจะมาอัพหรือลงฟิคคราวหน้า เราอาจจะเว้นระยะนานหน่อยนะคะ
ต้องขอโทษและขอความกรุณาเป็นอย่างสูงว่าอย่าเพิ่งทิ้งหรือหนีจากกันไปไหนเลยนะคะ T^T
เราไม่มีเวลาจริง ๆ นะค้า...
การบ้านที่นี่ทำไมมันเยอะขนาดเน้!!
*สครีมโหยหวน*
แล้วก็สุดท้ายนี้อย่าลืมรักษาสุขภาพนะคะทุกคน เป็นห่วงจากใจจริง ๆ ค่ะ
แล้วพบกันใหม่เร็ว ๆ นี้นะคะ...
บ๋ายบาย ^^bb