2008/Apr/11

 

Master 'n Servant...

 

Author: Lucreazia

Fan-Fiction: TVXQ (Pairing: YuSoo, YunJae ‘n Minmin)

Kind: Short-Fiction (2 ตอนจบ), Romantic

Rate: PG-17

Author's Note: แง้... ขอโทษนะคะ คราวนี้เราก็ยังคงแอบหายหัวไปซะนานเลยทีเดียวเชียวค่ะ T^T

จะเกือบเดือนแล้วสินะคะ แหะ ๆ =w=

*หัวเราะแห้ง ๆ แล้วยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ขมับ*

เอ้อ.. ตอนนี้อากาศที่นี่เริ่มอุ่นขึ้นแล้วล่ะค่ะ ^^

ค่อยยังชั่วหน่อยเน้อ... เพราะอาทิตย์ก่อนนี้หนาวสั่นงันงกจนฟันเราแทบกระทบกันดังกึก ๆ เลยทีเดียวเชียวค่ะ

แล้วตอนนี้แฟนฟิคและคุณผู้อ่านทุกท่านเป็นยังไงกันบ้างคะ?

ได้ข่าวว่าอากาศร้อนมาก ๆ เลย...

ยังไงก็ระวังเป็นไข้หวัดหน้าร้อนกันด้วยนะคะ เราเป็นห่วงมากมายเลยค่ะ^^

 

อ๊ะ... แอบนอกเรื่องไปไกลเลยทีเดียวกลับมาพูดเรื่องน้องฟิคเรื่องนี้กันดีกว่าเนอะคะ?

แหม... เราเองก็ออกตัวไปตั้งแต่พาร์ทที่แล้วว่า เรื่องนี้เป็นฟิคชั่นแบบไร้พล็อตอ่ะนะคะ ="=

เราก็เลยพยายามสุดฤทธิ์ที่จะปั่นให้มันออกมาเนียน ๆ น่ะค่ะ

(ง่า... พยายามสุดความสามารถแล้วจริง ๆ นะคะ >o<)

ถ้ายังไงอ่านแล้วรู้สึกแปลก ๆ ล่ะก็เราต้องขอโทษเอาไว้  ณ ตรงนี้ด้วยค่ะ

ครั้งหน้าจะไม่ทำแล้วค่ะ T^T

เพราะฟิคแบบไร้พล็อตเนี่ย... ช่างทรมานมากมายจริง ๆ ค่ะ โฮ ๆๆๆ

T_______________________________T

 

อ่า... แล้วเรื่องของนายท่านและคนรับใช้แสนน่ารักจะเป็นยังไงต่อไปนั้น...

เชิญอ่านได้เลยล่ะค่ะ^^

ขอให้สนุกกับการอ่านเหมือนเคยนะค้า

ขอบคุณคนอ่านทุก ๆ คนและแฟนฟิคทุกท่านทั้งที่เม้นท์และไม่เม้นท์มาก ๆ เลยนะคะ

*กอดแน่น ๆ เพื่อจะได้หายหนาว*

แล้วพบกันใหม่นะคะ... ^^bb

 

 

 

**ฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จริงแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน... และถ้าอ่านแล้วไม่ชอบใจหรือรับไม่ได้ กรุณาปิดหน้าเวบเพจนี้ลงอย่างสันติ ขอความกรุณาอย่าก่อกวนโดยการเม้นท์ต่อว่านะคะ ขอบคุณค่ะ**

 

 

 

Master ' n Servant...(Chapter: 02/02)-END-

By: Lucreazia

 

.

.

.

 

ร่างบอบบางในชุดนอนตัวโคร่งเดินลากเท้าอย่างเอื่อยเฉื่อยมาตามทางระเบียงยาว ๆ พลางยกมือขึ้นมาปิดปากหาวด้วยความง่วงงุนเมื่อเจ้าตัวนั้นถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาในเวลากลางดึกกำลังค่อนจะเป็นวันใหม่เช่นนี้ คิมจุนซูใช้มือข้างหนึ่งขยี้ตาแรง ๆ เพื่อหวังจะให้มันช่วยขจัดความง่วงที่ดูจะครอบงำร่างกายและสมองในยามนี้ให้หมดไปได้บ้าง

 

เท้าคู่เล็กมาหยุดลงตรงหน้าประตูห้องนอนของคุณชายใหญ่ของตระกูลก่อนที่เจ้าของของมันจะยกหลังมือขึ้นเพื่อเคาะประตูเบา ๆ ด้วยความมีมารยาท

 

"คุณชายใหญ่ครับ ผมมาตามที่เรียกแล้วครับ"

 

เจ้าของห้องโผล่วงหน้าขาว ๆ ออกมาจากรอยแง้มของบานประตูสลักเสลาด้วยลวดลายงดงามก่อนจะค่อย ๆ กวักมือเป็นทำนองชักชวนให้คนตัวเล็กกว่าก้าวเท้าเข้าไปยังภายในห้อง

 

จุนซูสาวเท้าเข้าไปยังภายในห้องนอนซึ่งกรุ่นไปด้วยกลิ่นหอมอวลติดปลายจมูกเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าของดวงตาโต ๆ สีดำสนิทคู่สวยอย่างนึกงุนงงอยู่ไม่น้อย ร่างเล็กบางยืนอยู่กลางห้องพลางหันรีหันขวางพร้อมกับเหลียวมองไปรอบตัวเมื่อกำลังรู้สึกว่าตนเองนั้นได้มาอยู่ผิดที่ผิดทางอย่างไรก็ไม่อาจจะทราบได้

 

"นั่งลงสิ จุนซู"เสียงหวาน ๆ หากแหบแห้งบอกเป็นเชิงสั่งเล็กน้อย

 

คนถูกสั่งแบบกลาย ๆ ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้โซฟาตัวเล็กบุด้วยผ้าชั้นดีสีสวยที่ถูกวางอยู่ตรงปลายเตียงอย่างว่าง่าย

 

แจจุงจ้องหน้านวลเนียนไร้รอยตำหนิใด ๆ อย่างเอ็นดูก่อนจะเริ่มพูดช้า ๆ ให้ร่างเล็กในชุดนอนตัวหลวมโพลกได้ยินชัด ๆ ถนัดถนี่

 

"ที่ฉันเรียกเธอมาที่นี่เวลานี้น่ะนะ... มันเป็นเพราะยูชอนกำลังไม่สบาย... ไม่สบายมากด้วยสิ"เว้นจังหวะพูดก่อนจะถอนหายใจออกมายาวคล้ายเจ้าตัวนั้นกับกำลังหนักอกหนักใจเป็นอย่างยิ่ง

 

"เฮ้อ... ก็อย่างที่รู้กันน่ะนะว่าเขาดื้อแค่ไหน ไม่สบายก็ไม่ยอมให้หมอตรวจ แถมยาก็ไม่ยอมทานด้วยสิ ฉันไม่รู้จะทำยังไงดีแล้วล่ะ... ก็เลยเรียกเธอมาเพื่อปรึกษา ต้องขอโทษด้วยที่รบกวนเวลานอนหลับพักผ่อนของเธอนะ... จุนซู"

 

คนตัวเล็กบางตกใจกับข่าวที่ได้รับเสียจนหายง่วงเป็นปลิดทิ้งในบันดล มือเรียวขาวผ่องบีบเข้าหากันแน่นเสียจนน่ากลัวว่าจะมีรอยเล็บปรากฏหลงเหลืออยู่กลางฝ่ามือเล็ก ๆ คู่นั้น เจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลสวยเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นพลางกลั้นลมหายใจก่อนจะเป็นฝ่ายถามขึ้นบ้าง

 

"นายท่านไม่สบายมากเลยเหรอครับ? แล้วนายท่านไม่สบายเพราะอะไรพอจะทราบไหมครับ คุณชายใหญ่? เพราะเมื่อตอนกลางวันนี้ผมยังเห็นนายท่านแข็งแรงดีอยู่เลยนี่ครับ"

 

คุณชายใหญ่ของคิมจุนซูลอบถอนหายใจยาวก่อนจะบอกด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเสียจนคู่สนทนารับรู้และสัมผัสได้

 

"ฉันคิดว่าอาจจะเป็นเพราะเขาเครียดน่ะ... ทั้งเรื่องงานที่บริษัทด้วย แล้วก็ยังมีเรื่องพินัยกรรมจากคุณพ่อด้วย"

 

"พินัยกรรมจากนายใหญ่เหรอครับ?"ถามพร้อมกับเบิกตาโตขึ้นอีกเท่าหนึ่งด้วยความตกใจระคนแปลกใจอย่างที่สุด

 

แจจุงหันมายิ้มน้อย ๆ ซึ่งแฝงไปด้วยความขมขื่นให้ก่อนจะพยักหน้ารับแล้วอธิบายต่อด้วยเสียงแหบแห้งที่เจ้าตัวพยายามเค้นมันให้ลอดพ้นจากลำคอออกมาอย่างยากลำบาก

 

"เพราะพินัยกรรมนั่น... เลยทำให้ยูชอนต้องไปดูตัว ฉันและยุนโฮจำเป็นต้องให้เขาทำตามพินัยกรรมนั้นให้ได้... เพราะฉะนั้นการที่ยูชอนเครียดจนล้มป่วยแบบนี้... มันเป็นเพราะความไม่ดีของฉันเอง ทั้งหมดเป็นเพราะฉันเอง..."

 

วินาทีที่ฟังประโยคนั้นจบ... คิมจุนซูรู้สึกเหมือนศีรษะของตนเองนั้นกำลังถูกค้อนหนาหนักขนาดใหญ่ขว้างมากระทบ... คนตัวเล็กบางในชุดนอนตัวใหญ่ไม่อาจขยับได้แม้เพียงปลายนิ้วราวกับก้านสมองนั้นได้เป็นเหน็บชาไปเสียแล้ว ความรู้สึกทั้งหลายทั้งมวลนั้นกลับหยุดคว้างนิ่งเฉย... ความคิดและการประมวลผลต่าง ๆ ดูจะกลับกลายเป็นอัมพาตไปเสียสิ้น

 

เจ็บเหลือเกิน...

 

เจ็บที่หน้าอกข้างซ้ายราวกับมันกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ...

 

เจ้าของเสียงหัวเราะสดใสเป็นเอกลักษณ์เม้มปากแน่นจนมันกลายเป็นเส้นตรงในขณะที่หยาดน้ำอุ่น ๆ กำลังเริ่มมาคลอคลองอยู่ตรงหัวตา ปลายนิ้วเล็ก ๆ ทั้งสิบสั่นระริกและเย็นเฉียบราวกับเลือดในกายนั้นสามารถไหลย้อนกลับได้ ไหล่ลาดบางกำลังสั่นเทิ้มไปตามอาการกลั้นสะอื้นลึกเสียจนร่างเล็กไม่อาจจะควบคุมเอาไว้ได้ไหว... ทว่าเจ้าของของมันนั้นกลับเอ่ยเสียงเบาหวิวแทบไม่พ้นจากลำคอออกไปว่า

 

"ไม่ใช่ความผิดของคุณชายใหญ่หรอกครับ ไม่ใช่ความผิดของใครเลย..."

 

"จุนซู... ฉันขอร้องล่ะช่วยไปดูแลยูชอนทีเถอะนะ... ฉันในตอนนี้คงไม่มีหน้าไปพบยูชอนได้หรอก"แจจุงเดินมาทรุดกายลงนั่งข้าง ๆ ของคนรับใช้ร่างเล็กกว่าพลางบอกด้วยน้ำเสียงขอร้อง

 

เจ้าของริมฝีปากเชิด ๆ แสนน่ารักจ้องมองดวงหน้าสวยของเจ้านายด้วยความสงสารจับใจพลางครางออกมาเสียงแผ่ว

 

"คุณชายใหญ่..."

 

แจจุงเลื่อนมือทั้งสองข้างมากอบกุมมือเล็ก ๆ ขาวผ่องของคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เอาไว้พลางบอกด้วยน้ำเสียงที่สั่นมากเสียจนแทบจะเป็นการสะอื้น

 

"จุนซู... ฉันขอร้องล่ะ... ได้โปรดเถอะ..."

 

.

.

.

 

แสงจันทร์สีเงินยวงให้ความรู้สึกเย็นตาที่ลอดผ่านมาตามกระจกใสแจ๋วของหน้าต่างซึ่งติดเอาไว้เรียงรายตามระเบียงทางเดินที่ทอดยาวนั้นทำให้เห็นดวงหน้าใส ๆ ของคนที่กำลังเดินผ่านมาได้เป็นอย่างดี คิมจุนซูในชุดนอนตัวหลวมโคร่งสบายกำลังสาวเท้าเดินไปยังห้องนอนใหญ่ของ ‘นายท่าน' ด้วยอาการร้อนรนอย่างไรก็บอกไม่ถูก

 

ร่างเล็กเจ้าของนัยน์ตาเรียวรีสีน้ำตาลสวยเดินวนไปวนมาเป็นวงกลมอยู่บริเวณหน้าห้องนอนของคุณชายคนรองของตระกูลเป็นเวลาเกือบจะสิบนาทีเพราะเจ้าตัวนั้นกำลังรู้สึกลังเลในการยกมือขึ้นเคาะประตูในยามวิกาลเช่นนี้อยู่ไม่น้อย เมื่อคิดคำนวณเปรียบเทียบระหว่างกาลเทศะกับความเป็นห่วงเป็นใยที่มีต่อร่างสูงเพรียวได้เรียบร้อยแล้วจุนซูจึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เพื่อเรียกกำลังใจที่ปลิดปลิวเหือดหายไปหมดให้กลับคืนมาดังเดิมก่อนจะตัดสินใจรัวหลังมือลงบนบานประตูขนาดใหญ่เป็นจังหวะสั้น ๆ

 

ก๊อก ๆ ...

 

"ใครน่ะ?"เสียงทุ้มนุ่มเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นแหวกผ่านความเงียบสงัดของยามค่ำคืนพร้อม ๆ กับบานประตูหนาหนักที่ถูกเปิดออกภายในไม่กี่วินาทีถัดมา

 

เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาราวรูปปั้นประติมากรรมชั้นดีเบิกตาโตขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่กำลังยืนอยู่หน้าห้องชัด ๆ เต็มสองตา... คิมจุนซูคือคนที่ชายหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนสวยแฝงแวววิบวับวาววามไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าจะได้พบหน้าในยามวิกาลเช่นนี้

 

คิมจุนซู... ช่างมาได้ผิดจังหวะและผิดเวลาดีเสียจริง!

 

คุณชายรองตระกูลคิดในใจพลางเลื่อนมือข้างซ้ายที่สั่นน้อย ๆ ของตนขึ้นมายันกำแพงห้องซึ่งถูกทาด้วยสีเบจอ่อน ๆ ดูแล้วสบายตาเพื่อช่วยพยุงขาทั้งสองข้างที่กำลังอ่อนแรงเอาไว้ไม่ให้เสียหลักในการทรงตัว

 

"นายท่าน... อาการดีขึ้นบ้างหรือยังครับ?"เสียงแหบ ๆ หากฟังแล้วกลับแหลมสูงเล็กน้อยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงจนสังเกตได้อย่างชัดเจน

 

นายท่านของคนตัวเล็กซึ่งเดินกะโผลกกะเผลกออกมาจากด้านในห้องนอนเมื่อครู่กลืนน้ำลายลงคอได้อย่างยากเย็นเมื่อสายตานั้นเหลือบไปเห็นช่วงลำคอขาวนวลเรียวระหงที่โผล่พ้นออกมาจากคอเสื้อนอนตัวใหญ่ของร่างตรงหน้าโดยไม่ได้ตั้งใจ ร่างสูงกว่าใช้มือข้างขวาขยุ้มชายเสื้อของตัวเองแรงขึ้นเพื่อข่มกลั้นอารมณ์และความรู้สึกบางอย่างที่แล่นปราดขึ้นมาตามหน้าขาพลางทำสีหน้าปั้นยากก่อนจะบอกด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

 

"ฉันไม่เป็นไรแล้วล่ะ เธอกลับห้องไปเถอะ"

 

"ตะ... แต่ว่านายท่านยังดูอาการไม่ค่อยดีเลยนะครับ"จุนซูเอื้อมมือออกไปคว้าเอาแขนของอีกฝ่ายเอาไว้มั่นเมื่อคนตัวโตกว่าทำท่าจะปิดประตูทันทีที่พูดจบ

 

ปาร์คยูชอนหลับตาแน่นพร้อมกับกลั้นลมหายใจอยู่ชั่วครู่ก่อนจะแกะมือเล็ก ๆ ของอีกฝ่ายออกอย่างนุ่มนวลพลางค่อย ๆ บอกอีกครั้งด้วยเสียงเรียบ... เรียบมากเสียจนน่าใจหาย

 

"ฉันไม่เป็นไรแล้วจริง ๆ  จุนซู... กลับห้องไปซะ"

 

คนที่ถูกไล่อย่างไม่ไยดีถึงกับนิ่งไปด้วยความช็อกสุดขีดเมื่อความหวังดีและความห่วงใยที่หยิบยื่นให้นั้นกลับถูกปฏิเสธอย่างไร้ซึ่งเยื่อใยใด ๆ  ริมฝีปากเชิด ๆ แสนน่ารักถูกเม้มเข้าหากันแน่นจนกลายเป็นเส้นตรงก่อนเจ้าของของมันจะก้มหน้าลงต่ำเพื่อซ่อนรอยน้ำตาที่ดูเหมือนกำลังจะเอ่อล้นออกมาไม่ช้านี้เอาไว้อย่างสุดความสามารถ

 

ไหล่ลาดบางภายใต้เสื้อนอนตัวหลวมสั่นสะท้านเป็นจังหวะจากการกลั้นสะอื้นลึกในขณะที่มือเรียวเล็กขาวผ่องทั้งสองข้างนั้นบีบเข้าหากันแน่น... แน่นมากเสียจนเจ้าตัวไม่รู้สึกเจ็บแต่อย่างใด... หลงเหลือเพียงแค่ความรู้สึกชาและรสขมแปร่งปร่าของความผิดหวังให้ได้สัมผัสเท่านั้น

 

คิมจุนซูก้าวเท้าถอยหลังเพื่อให้ห่างออกจากหน้าประตูห้องนอนของคุณชายคนรองของตระกูลสองสามก้าวก่อนจะบอกด้วยน้ำเสียงเครือเกือบจะเป็นการสะอื้นให้ลอดพ้นลำคอออกมาว่า

 

"ถ้าอย่างงั้นผมขอตัวนะครับ นายท่าน..."

 

"เดี๋ยว!"ห้ามเสียงดังลั่นพลางเอื้อมมือออกไปคว้าเอาไหล่กลมกลึงเอาไว้ด้วยสัญชาตญาณ

 

"ครับ?"คนที่ถูกรั้งกายให้เข้ามาใกล้ย้อนถามเสียงสูงพร้อมกับชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวเดินอย่างกะทันหัน ความหวังบางประการเป็นประกายเรืองรองอยู่ในแววตาคู่สวยซึ่งกำลังเอ่อคลอคลองไปด้วยหยาดน้ำตาอุ่น ๆ ทั้งสองข้าง

 

ร่างสูงเพรียวหลบสายตาของคนรับใช้แสนน่ารักน่าทะนุถนอมไปอีกทางหนึ่งเพราะต้องการข่มใจก่อนจะถอนหายใจยาวพลางบอก

 

"เฮ้อ... เอาล่ะ ๆ ... เข้ามาข้างในก่อนสิ"

 

นัยน์ตาคู่โตสีน้ำตาลปนดำอ่อนจางเบิกโตขึ้นกว่าเดิมในขณะที่เจ้าของของมันนั้นเงยหน้าขึ้นพลางทำหน้าเหรอหราเพราะตกใจกับประโยคเมื่อครู่ของชายหนุ่มผู้เป็นเจ้านายเป็นอย่างยิ่ง

 

ยูชอนปล่อยมือจากหัวไหล่เล็ก ๆ ก่อนจะออกแรงดันบานประตูห้องนอนให้เปิดกว้างมากขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย

 

"เป็นแบบนี้แล้วดูไม่ดีเลย เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าจะหาว่าฉันรังแกเด็ก"พูดจบก็หันหลังให้แล้วเป็นฝ่ายเดินลากเท้าเข้าไปข้างในห้องก่อน... ปล่อยให้คนตัวเล็กกว่าต้องค่อย ๆ เดินตามเข้าไปอย่างเสียไม่ได้ เพราะถึงอย่างไรคิมจุนซูก็ถือว่าเป็นคำสั่งที่มาจากนายท่านที่เขาแสนเคารพรักอย่างเหลือเกิน

 

เท้าเปล่าเปลือยคู่เล็กพาเจ้าของของมันเข้ามาข้างในห้องนอนใหญ่ที่ถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีเรียบ ๆ หากเข้าชุดกันได้อย่างเหมาะเจาะกลมกลืน... มองเพียงแค่ปราดเดียวก็รับรู้ได้ว่ารสนิยมของเจ้าของห้องนั้นมีระดับมากขนาดไหน จุนซูเหลียวมองไปรอบห้องด้วยสายตาระแวดระวังเพราะบรรยากาศอึมครึมกำลังลอยคว้างอ้อยอิ่งครอบคลุมจิตใจของเขาให้เกิดความรู้สึกแปลกแยก... ทั้งแปลก ทั้งประหลาดราวกับตนเองนั้นได้ล่วงล้ำเข้ามาสู่อาณาเขตของคนที่เขาไม่สมควรคิดจะเอื้อมมือขึ้นไปคว้าหรือพาเอาตัวเองเข้าไปข้องเกี่ยวด้วยเลยในชีวิต...

 

มือเล็ก ๆ พันกันเล่นไปมาเมื่อเจ้าตัวไม่รู้ว่าจะทำอะไรที่ดีไปกว่านี้ได้ ร่างบอบบางเจ้าของผมสีน้ำตาลเข้มยืนตัวเล็กลีบอยู่ตรงชุดรับแขกขนาดย่อมภายในห้องนอนกว้างพลางซ่อนลมหายใจเข้าออกเอาไว้ราวกับไม่ปรารถนาจะให้ใครทั้งสิ้นได้สัมผัสถึงการมีตัวตนอยู่...

 

"เธอมาที่นี่ทำไม?"เสียงทุ้มนุ่มเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นทำลายความเงียบแสนน่าอึดอัดที่กางกั้นบรรยากาศระหว่างคนทั้งสองอยู่ให้หมดสิ้นไป

 

คำถามที่อยู่ ๆ ก็โพล่งขึ้นมากะทันหันทำเอาคนตัวเล็กบางที่กำลังยืนใช้ความคิดอยู่ถึงกับสะดุ้งจนไหล่สะเทือน นัยน์ตาสีน้ำตาลปนดำอ่อนจางกรอกไปมาอยู่ชั่วครู่ก่อนเจ้าของของมันจะเอ่ยตอบตะกุกตะกัก

 

"เอ่อ... คือ..."

 

"จุนซู ฉันบอกกี่ทีแล้วว่าเวลาตอบให้มองหน้าคนที่คุยด้วย"ขัดขึ้นพร้อมกับขมวดคิ้วเป็นทำนองว่ากำลังไม่ค่อยจะพอใจสักเท่าไรนัก

 

คนถูกตำหนิเงยหน้าขึ้นให้มากกว่าเดิมเล็กน้อยก่อนจะประสานสายตากับร่างสูงเพรียวที่นั่งอยู่บนปลายเตียงนอนขนาดคิงไซส์ด้วยท่าทีกล้า ๆ กลัว ๆ

 

"ครับ... คะ... คือ... คือผมได้ยินมาว่า..."

 

ฝ่ามือหนายกขึ้นห้ามในขณะที่เจ้าของของมันจะบอกด้วยน้ำเสียงที่ติดจะรำคาญ... ซึ่งทำเอาคู่สนทนาถึงกับใจเสียอยู่ไม่น้อย

 

"จุนซู... เลิกติดอ่างสักที คิดแล้วเรียบเรียงคำพูดให้ดีก่อนจะพูด เข้าใจไหม?"

 

"เข้าใจครับ... นายท่าน"รับคำพลางบีบมือเข้าหากันแน่นขึ้นจนข้อนิ้วขาวซีดพร้อมกับฝืนกลั้นน้ำตาที่ดูเหมือนกำลังจะไหลออกมาได้อย่างง่ายดายเอาไว้สุดความสามารถ

 

ร่างสูงเพรียวในชุดนอนสีน้ำเงินเข้มถอนหายใจยาวพลางยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาบีบนวดขมับราวกับต้องการจะอดกลั้นต่ออะไรบางอย่างที่กำลังถาโถมเข้ามาแล้วบอกด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

 

"เอ้า... ทีนี้ก็ตอบคำถามเมื่อกี๊มาว่าตกลงเธอมาทำอะไรที่นี่... ในเวลาแบบนี้"

 

"คือ... ผมได้ยินมาจากคุณชายใหญ่ว่านายท่านไม่สบายมากแล้วตอนนี้ก็ยังอาการไม่ค่อยดี... ผมก็เลยอาสาคุณชายใหญ่มาคอยดูแลอาการนายท่านเองน่ะครับ"

 

"พี่แจจุงน่ะเหรอ? พี่แจจุงเป็นคนบอกเธองั้นเหรอ?"ย้อนถามเสียงสูงก่อนจะลุกพรวดขึ้นยืนด้วยความประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง

 

อาการแปลก ๆ ของชายหนุ่มผู้เป็นเจ้านายทำเอาคู่สนทนาถึงกับงุนงงไปอยู่ไม่น้อย ร่างเล็กกว่าในชุดนอนตัวหลวมโคร่งสบายพยักหน้ารับก่อนจะเอียงศีรษะน้อย ๆ เป็นทำนองสงสัยแล้วตอบ

 

"ครับ... คุณชายใหญ่เป็นคนบอกผมเองครับ"

 

เจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลสวยยกมือขึ้นกุมขมับทันทีที่ได้ยินคำตอบอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง ขายาว ๆ ภายใต้กางเกงนอนสีน้ำเงินเข้มจัดพาเจ้าตัวมาหยุดอยู่ตรงหน้าของร่างบอบบางด้วยความรวดเร็วในขณะที่ปากอิ่มก็พร่ำพูดออกมาไม่หยุด... ราวกับตั้งใจจะพูดกับตัวเองมากกว่าต้องการจะพูดหรือสื่อความกับคนรับใช้หน้าหวานซึ่งกำลังยืนอย่างสงบเสงี่ยมอยู่ใกล้ ๆ

 

"นี่มันเรื่องอะไรกัน? พี่แจจุงเป็นคนบอกงั้นเหรอ? พี่แจจุงเนี่ยนะ...  ทำไมกัน? เอ๊ะ! หรือว่าพี่แจจุงจะ..."

 

"เดี๋ยวครับนายท่าน ผมขอร้องล่ะครับ... อย่าโกรธคุณชายใหญ่เลยนะครับ คุณชายใหญ่ออกจะน่าสงสาร.... นายท่าน... นายท่านอย่าโกรธเลยนะครับ"เสียงเล็ก ๆ แหบแห้งหากแหลมสูงอยู่ในทีดังขึ้นเมื่อเห็นท่าว่าชายหนุ่มกำลังจะเอาเรื่องแจจุง

 

ปาร์คยูชอนหันหน้ากลับมามองไปยังทิศทางของต้นเสียงก่อนจะเลิกคิ้วเป็นทำนองถามอยู่กลาย ๆ

 

ร่างบอบบางเจ้าของเสียงหัวเราะแสนสดใสเป็นเอกลักษณ์ก้มหน้าลงเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ พูดอย่างระมัดระวัง

 

"คุณชายใหญ่เอาแต่โทษตัวเองว่าที่นายท่านต้องป่วย... เอาแต่โทษว่ามันเป็นความผิดของตัวเองที่สุขภาพไม่แข็งแรงจนทำให้นายท่านต้องทำงานหนักเพื่อบริษัท..."ประโยคตอนท้ายขาดหายเพราะเจ้าตัวนั้นกำลังจิกเล็บลงกลางฝ่ามือเพื่อข่มกลั้นความเจ็บปวดรวดร้าวแสนสาหัสที่กำลังแล่นพล่านจากหน้าอกด้านซ้ายเอาไว้สุดความสามารถก่อนจะพูดต่อน้ำเสียงเบาหวิวไม่ต่างไปจากการกระซิบ

 

"แล้วก็ยังรวมถึงเรื่องดูตัวของนายท่านด้วย..."

 

"!!?"ปาร์คยูชอนสะดุ้งสุดกายก่อนจะจ้องดวงตาสีน้ำตาลปนดำอ่อนจางคู่สวยของร่างบอบบางตรงหน้าค้างด้วยความตกใจขั้นรุนแรงก่อนจะถามด้วยความหลากใจ

 

"จุนซู เธอไปเอาเรื่องนี้มาจากพี่แจจุงงั้นเหรอ?"

 

"..."คนถูกถามกลับนิ่งไม่ตอบว่ากระไรหากพยักหน้าลงน้อย ๆ ก่อนจะยกหลังมือข้างหนึ่งขึ้นมาปาดรอยชื้นที่หางตาอย่างลวก ๆ

 

คุณชายคนรองของตระกูลนิ่วหน้าเมื่อสังเกตเห็นอาการน่าสงสารจนใจสะท้อนของคนตัวเล็กกว่าตรงหน้า ยูชอนถอนหายใจยาวก่อนจะเบือนหน้าหนีไปอีกทาง... เพราะไม่ต้องการจะเห็นหน้าของคนที่คอยแต่จะทำให้จิตใจของเขาสั่นหวั่นไหวได้ทุกวินาทีที่พบเจอ... โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่ร่างกายและอารมณ์ของเขากำลังไม่ปกติอยู่เช่นนี้

 

เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดพรายตามไรผมและข้างขมับของร่างสูงเพรียว ลมหายใจเข้าออกของเจ้าของผมสีน้ำตาลเข้มสวยกำลังไม่เป็นจังหวะเนื่องจากเจ้าตัวนั้นกำลังหลับตาแน่นเพื่อสะกดความรู้สึกที่แล่นวาบไปตามไขสันหลังให้มันค่อย ๆ สงบลงได้อย่างยากลำบาก... ยูชอนกำหมัดแน่นจนเห็นเส้นเลือดที่ปูดโปนขึ้นตรงหลังมือได้อย่างชัดเจนก่อนจะบอกด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับให้อ่อนโยนอย่างที่สุด

 

"จุนซู... เรื่องนั้นมันไม่เกี่ยวอะไรเลยนะ... ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องดูตัว มันก็ไม่ได้ส่งผลกับสุขภาพของฉันเลยสักหน่อย"

 

"นายท่าน..."ครางเรียกคนที่เปรียบเสมือนว่าเป็นดั่งทุกสิ่งในชีวิตด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเนื่องจากการสะอื้นลึก

 

"ฉันไม่ได้ไม่สบาย... ฉันไมได้เป็นอะไรทั้งนั้น... เห็นไหมจุนซู?"ถามพลางถอยหลังไปอีกสองสามก้าวเพื่อให้ร่างบอบบางได้เห็นตามที่บอกได้อย่างชัดเจนขึ้น

 

"ตะ แต่ว่า..."

 

"จุนซู เธอกลายเป็นคนพูดไม่รู้เรื่องตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ?"ร่างสูงย่นหัวคิ้วเข้าหากันเป็นทำนองว่าไม่พอใจพร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ คล้ายกับกำลังเริ่มจะหมดความอดทนเข้าไปทุกที

 

หยดน้ำตาอุ่น ๆ ไหลกลิ้งลงมาตามร่องแก้มนวลเนียนไม่ขาดสายเพราะคิมจุนซูนั้นไม่สามารถทนต่อความเศร้าโศกเสียใจซึ่งกำลังโอบกอดห้อมล้อมกายเล็กบางของตนเอาไว้ได้ไหวอีกต่อไป เจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลปนดำคู่สวยเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นก่อนจะก้มหน้าลงต่ำจนคางแทบชิดกับอกแล้วพร่ำบอกคนตรงหน้าด้วยเสียงสั่นพร่าไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจถึงขีดสุด

 

"... ขอโทษครับ นายท่าน... ผมขอโทษ..."

 

คนที่เป็นนายมองภาพตรงหน้าด้วยความสะท้อนใจ... เมื่อเห็นน้ำตาของร่างเล็กตรงหน้าก็นึกอยากจะเข้าไปประคองกอดร่างที่กำลังสั่นสะท้านด้วยแรงสะอื้นเอาไว้แนบอกแล้วคอยเป็นคนปลอบโยนด้วยความรักและความเอาใจใส่อย่างสุดกำลัง... หากในเวลานี้ปาร์คยูชอนกลับทำได้แต่เพียงแค่ขบกรามแน่นจนเป็นสันนูนเพื่อสะกดความปรารถนาลึก ๆ บางอย่างของตนเอาไว้ให้จมลึกลงไปข้างในจิตใจอย่างยากเย็นเท่านั้น

 

ชายหนุ่มกัดฟันแน่นก่อนจะต้องจำใจพูดจาแสนโหดร้ายและสร้างความรวดร้าวจนใจคนฟังแทบจะแหลกสลายออกไปว่า

 

"เอ้า! ร้องไห้อีกแล้ว... เพราะอย่างนี้ไง ฉันถึงได้ไม่ชอบเด็ก"

 

หลังจากที่ได้ฟังประโยคแสนทิ่มแทงใจให้ร้าวลึกจนจบคนรับใช้เจ้าของใบหน้าเนียนใสไร้รอยตำหนิใด ๆ ถึงกับต้องขบฟันลงบนริมฝีปากล่างจนเลือดซึมด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส... ความเสียใจและความผิดหวังดูจะมากล้นเสียจนไหล่เล็กบางทั้งสองข้างแทบแบกรับเอาไว้ไม่ไหวอีกต่อไป

 

เจ้าของริมฝีปากเชิด ๆ แสนน่ารักยกมือข้างหนึ่งขึ้นเกาะกุมที่หน้าอกข้างซ้ายเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่ามันกำลังจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ อย่างไรอย่างนั้นก่อนจะใช้หลังมืออีกข้างหนึ่งยกขึ้นมาปาดคราบน้ำตาทั้งเก่าและใหม่ที่เปรอะเปื้อนตามใบหน้าให้หมดไปอย่างลวก ๆ ขาเรียวเล็กก้าวเท้าออกเดินถอยหลังอย่างไม่มั่นคงสักเท่าไหร่นักในขณะที่เจ้าของของมันค่อย ๆ เอ่ยบอกด้วยเสียงที่ขาดเป็นห้วง ๆ เนื่องจากการสะอื้น

 

"ขะ.. ขอโทษครับนายท่าน... ฮึก... ขอโทษครับ... ผมจะรีบกลับห้องเดี๋ยวนี้..."

 

คนฟังเบิกตากว้างขึ้นกว่าเดิมเท่าตัวเมื่อเห็นอาการนั้นของคู่สนทนาก่อนจะขยับริมฝีปากเพียงเพื่อจะเอ่ยคำพูดอะไรบางอย่างออกมา หากคนตัวเล็กบางในเสื้อนอนตัวหลวมโคร่งกลับหมุนส้นเท้าหันหลังกลับเพื่อจะเดินออกจากห้องนอนด้วยความรวดเร็วไปเสียแล้ว

 

ปาร์คยูชอนสาวเท้ายาว ๆ ตามแผ่นหลังเล็กบอบบางไปก่อนจะคว้าเอาหัวไหล่กลมกลึงทั้งสองข้างเอาไว้หมายจะรั้งร่างเล็กกว่าให้อยู่กับตนให้นานขึ้นอีกนิด... ยูชอนไม่คาดคิดว่าผลตอบรับจากคนรับใช้แสนน่ารักจะน่าเป็นห่วงมากถึงขนาดนี้... ความรู้สึกผิดและความเสียใจกำลังตรงเข้ารุมเร้าและกัดกินหัวใจของชายหนุ่มให้เจ็บปวดไม่แตกต่างไปจากกันเลยแม้แต่น้อย

 

ทั้ง ๆ ที่ตัวเขาเองนั้นอยากจะปกป้องจุนซูเอาไว้จนสุดความสามารถแท้ ๆ

 

แต่สุดท้ายแล้วก็กลับเป็นคนที่ทำให้จุนซูต้องเสียใจมากที่สุดเสียเอง

 

"เดี๋ยวสิจุนซู... เดี๋ยว!!!"เสียงทุ้มตะโกนดังลั่นในขณะที่เจ้าของเสียงนั้นเอื้อมมืออกไปคว้าเอากายเล็กบางของคนรับใช้หน้าหวานละมุนให้เข้ามาอยู่ในอ้อมอกแสนอบอุ่นเอาไว้ได้สำเร็จ แต่ทว่า...

 

"!!!?"

 

คิมจุนซูสะดุ้งสุดตัวก่อนใบหน้าเล็กจะแดงจัดเพราะเลือดที่ถูกสูบฉีดอย่างกะทันหัน คนตัวเล็กในอ้อมแขนของชายหนุ่มร่างสูงยืนตัวแข็งไม่อาจขยับได้แม้แต่ปลายนิ้วเมื่อรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างซึ่งร้อนจัดและกำลังแนบอยู่ตรงบั้นท้ายของตน!!

 

"เฮ้อ... เพราะแบบนี้แหละนะถึงได้อยากให้เธอกลับห้องไปไว ๆ"เสียงทุ้มนุ่มเป็นเอกลักษณ์ซึ่งในยามนี้กำลังแหบพร่าไปด้วยแรงอารมณ์ลึกลับบางอย่างดังขึ้นชิดริมหูเล็ก ๆ

 

ร่างบอบบางได้แต่ยืนเงียบราวกับถูกสาปให้กลายเป็นก้อนหินไปเสียแล้ว เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายลงลำคอได้อย่างยากเย็นเมื่อรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งร้อนรุ่มของชายหนุ่มที่เบียดชิดติดสะโพก

 

ยูชอนถอนหายใจหนัก ๆ แล้วจึงค่อยปล่อยคนตัวเล็กที่กำลังแก้มแดงจัดให้พ้นจากวงแขนแข็ง ๆ ของตนในที่สุด ริมฝีปากอิ่มถูกขยับขึ้นลงเพื่อพูดออกมาว่า

 

"ไม่ต้องกลัวไปหรอกนะจุนซู... ที่ฉันเป็นแบบนี้เพราะยาที่พี่แจจุงแอบเอาให้ฉันกิน... เพราะอย่างนี้แหละนะ... เมื่อกี๊ฉันไม่ได้ตั้งใจจะว่าเธอนะจุนซู ฉันก็แค่อยากจะให้เธอกลับห้องไปเร็ว ๆ ก็เท่านั้น... ไม่ได้ตั้งใจจะพูดจาทำร้ายจิตใจเธอเลย... ต้องขอโทษด้วยก็แล้วกัน... ขอโทษจริง ๆ นะ"

 

คนที่ถูกขอโทษด้วยความจริงใจถึงกับน้ำตาคลอด้วยความโล่งใจอย่างที่สุดเมื่อตระหนักรู้ได้ว่าตนเองนั้นไม่ได้เป็นที่รังเกียจของชายหนุ่มผู้เป็นเจ้านายอย่างที่คิดเอาไว้แต่อย่างใด นัยน์ตาสีน้ำตาลปนดำอ่อนจางจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของคุณชายคนรองด้วยความรักความหลงใหลที่ปิดเอาไว้ไม่มิดก่อนจะพูดเสียงผะแผ่ว

 

"นายท่าน... กรุณาทำให้ผมเป็นของนายท่านด้วยเถอะครับ..."

 

ชายหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาคู่สวยที่มักแฝงแวววิบวับวาววามเอาไว้อยู่ภายในเสมอถึงกับเบิกตากว้างขึ้นเป็นสามเท่าก่อนจะโพล่งออกมาเสียงดังลั่นจนแทบจะสะท้อนก้องไปทั่วห้องนอนขนาดใหญ่

 

"เธอพูดอะไรออกมา รู้ตัวรึเปล่าเนี่ย คิมจุนซู!!!"

 

"นายท่าน..."เผยอริมฝีปากเชิด ๆ เพื่อเรียกคนตรงหน้าด้วยอาการเว้าวอน... เว้าวอนมากเสียจนคนเห็นภาพนั้นต้องกำหมัดแน่นพยายามข่มใจและอดทนต่อความปรารถนาลึก ๆ เอาไว้ได้ยากลำบากอย่างเหลือเกิน

 

วินาทีถัดมาขายาว ๆ ก็พาร่างของตนไปหยุดอยู่ตรงเก้าอี้ตัวยาวสำหรับเอนหลังตรงข้างเตียงนอนที่ถูกปูด้วยผ้าลินินชั้นเยี่ยมก่อนที่เจ้าของของมันจะทรุดตัวลงนั่งจนเบาะนุ่มนั้นยวบไปตามแรงกดของน้ำหนัก

 

ความจริงแล้ว...

 

เขาก็แค่อยากจะถอยออกไปอยู่ให้ไกลจากคนตัวเล็กบางให้มากที่สุดก็เท่านั้น...

 

"กลับห้องไปซะเถอะ... คราวหน้าคราวหลังอย่าพูดอะไรไม่คิดแบบนี้อีกก็แล้วกัน"คนตัวโตกว่าบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่นพลางกลั้นลมหายใจออกเอาไว้ชั่วครู่ก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนมันออกมาทีละน้อยราวกับเจ้าตัวนั้นกำลังรู้สึกเหน็ดเหนื่อยแสนสาหัส...

 

ร่างเล็กบางในชุดนอนตัวหลวมโคร่งเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของคู่สนทนาด้วยความไม่เข้าใจพลางเอ่ยตะกุกตะกัก

 

"... คะ คือ..."

 

"ฉันบอกให้กลับห้องไปไงล่ะ หรือว่าได้ยินไม่ชัด หือ?"

 

เสียงทุ้มนุ่มเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นขัดจังหวะในการพูดของร่างเล็กบางเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลปนดำอ่อนจาง... ในขณะที่เจ้าของน้ำเสียงแสนน่าฟังนั้นได้แต่ยกมือขึ้นมากุมขมับด้วยความรู้สึกสับสนในจิตใจเป็นอย่างยิ่ง

 

"นายท่าน... ผม... ความรู้สึกของผมน่ะ..."

 

"คิมจุนซู!! ถ้าคิดจะตอบแทนบุญคุณของฉันด้วยวิธีนี้น่ะนะ บอกเอาไว้ก่อนเลยว่าฉันไม่ต้องการ!! ถ้าไม่รัก... ไม่รู้สึกอะไรด้วยก็ไม่จำเป็นต้องมาทำแบบนี้!!"ลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูงตะโกนดังลั่นจนเสียงแทบจะสะท้อนก้องไปทั่วห้องนอนขนาดใหญ่

 

เจ้าของชื่อนั้นยกมือเรียวขาวผ่องที่กำลังสั่นระริกทั้งสองข้างขึ้นมาเกาะกุมบริเวณหน้าอกข้างซ้ายเอาไว้แน่น... แน่นมากเสียจนเสื้อนอนตัวหลวมสบายนั้นถึงกับยับยู่ยี่ ริมฝีปากเชิด ๆ แสนน่ารักถูกเจ้าของของมันขยับขึ้นลงเพื่อเอ่ยประโยคตัดพ้อซึ่งบีบหัวใจคนฟังและคนพูดเองให้ทรมานอย่างแสนสาหัสได้ไม่ยากเย็น

 

"นายท่าน...  ตลอดเวลาที่ผ่านมานายท่านไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกจริง ๆ ของผมเลยเหรอครับ? หรือว่าความรู้สึกของผมมันไร้ค่ามากใช่ไหมครับ นายท่านถึงได้ทำเป็นไม่เห็นและมองข้ามไปอย่างนี้..."

 

"จุนซู..."ครางเสียงแผ่วเป็นชื่อของคนตัวเล็กตรงหน้าที่กำลังยืนพูดปาว ๆ พร้อมกับยกหลังมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้มด้วยความรู้สึกที่ทุกข์ทรมาน บรรยากาศรอบตัวของเขาทั้งสองคนนั้นราวกับถูกถ่วงไว้ด้วยตะกั่วหนักอึ้ง...

 

แม้ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า...

 

หากคนทั้งสองกลับสัมผัสถึงความอึมครึมแสนน่าอึดอัดนั้นได้เป็นอย่างดีโดยไม่ต้องบอก

 

เจ้าของเสียงหัวเราะสดใสเป็นเอกลักษณ์ขบริมฝีปากเชิด ๆ ของตนแน่นจนกลายเป็นเส้นตรงพร้อมกับกลั้นอาการสะอึกสะอื้นจนไหล่เล็ก ๆ ไหวสะท้านสะเทือนไปตามแรง... คิมจุนซูใช้สองมือกอดรอบกายเอาไว้แน่นราวกับต้องการจะปกป้องตัวเองไม่ให้รู้สึกเจ็บปวดและร้าวลึกมากไปกว่าที่เป็นอยู่อย่างไรอย่างนั้น

 

คนตัวเล็กกว่าใช้ปลายนิ้วปาดคราบน้ำตาทั้งเก่าและใหม่ที่ไหลหยดลงมาตามร่องแก้มขาว ๆ ของตนออกอย่างลวก ๆ ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างที่สุดอีกครั้ง

 

"ผมขอโทษครับที่ทำให้นายท่านต้องลำบากใจมาตลอด... ผมไม่มีอะไรจะพูดนอกจากจะบอกว่าผมเสียใจ... และต้องขอโทษอย่างมากที่เป็นภาระให้นายท่านมาตลอด..."

 

"คิมจุนซู! ใครบอกกันว่าเธอเป็นภาระ?"

 

"บางอย่างมันก็ไม่จำเป็นต้องพูดหรอกครับนายท่าน... ที่ผ่านมาผมอาจจะไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้ผมเข้าใจดีแล้วว่านายท่านรู้สึกอย่างไร..."

 

"จุนซู..."

 

"ผมต้องขอบคุณและต้องขอโทษนายท่านด้วยนะครับที่ทำให้ผิดหวัง... แค่เด็กกำพร้าคนหนึ่งที่เก็บมาเลี้ยง... ก็เท่านั้น... ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นจริง ๆ ..."

 

คุณชายคนรองของตระกูลสาวเท้าให้เข้ามาใกล้ร่างเล็ก ๆ ซึ่งกรุ่นไปด้วยกลิ่นหอมหวานแสนบริสุทธ์มากขึ้นอีกนิดพลางเอ่ยแย้ง

 

"จุนซู ฟังก่อน... ฉันไม่ได้คิด..."

 

ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะพูดให้ได้ครบจบประโยคดี... เสียงเล็ก ๆ หากแหลมสูงเล็กน้อยยามฟังของจุนซูซึ่งกำลังยืนร้องไห้จนตัวโยนกลับเป็นฝ่ายแทรกขึ้นมาเสียก่อนว่า

 

"พอเถอะครับนายท่าน ผมขอร้องล่ะ ได้โปรดอย่าพูดอะไรมากไปกว่านี้เลย... แค่นี้หัวใจของผมก็เจ็บจนไม่รู้จะพูดว่าอย่างไรแล้ว..."

 

"พอสักที!!!"ปาร์คยูชอนตวาดลั่นก่อนจะคว้าเอาร่างนุ่มนิ่มบอบบางของคนตัวเล็กกว่าให้ปลิวหวือเข้ามาอยู่ในวงแขนแข็งแรงของตนได้อย่างง่ายดาย

 

คนที่จู่ ๆ ก็ถูกดึงเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดได้แต่กระพริบตาปริบ ๆ ด้วยความไม่เข้าใจระคนไปกับความประหลาดใจอย่างที่สุด ริมฝีปากเชิด ๆ แสนน่ารักได้แต่เผยอค้างเพื่อผ่อนลมหายใจเข้าออก... หากกลับไม่มีเสียงสรรพสำเนียงใด ๆ ลอดพ้นออกมาทั้งสิ้น

 

"..."

 

"พอแล้ว!! พอกันที!! ฉันจะไม่ทนอีกแล้ว!"พร่ำพูดชิดริมใบหูเล็ก ๆ พร้อมกับใช้ปลายจมูกโด่งเป็นสันเลื่อนไล้ไปตามแนวขมับซึ่งกรุ่นไปด้วยกลิ่นหอมหวานละมุนอย่างหลงใหล... หลงใหลและเมามายมากเสียจนเกือบจะถอนตัวไม่ขึ้น

 

"นะ... นะ... นายท่าน...."

 

คนเป็นเจ้านายผละออกจากแนวแก้มเนียนละเอียดอย่างสุดแสนเสียดายก่อนจะเลื่อนปลายนิ้วแข็ง ๆ ของตนขึ้นมาเชยคางเล็ก ๆ น่ารักเอาไว้อย่างหมิ่นเหม่แล้วค่อย ๆ จ้องลึกลงในดวงตาคู่สวยนิ่งเนิ่นนานพลางถามด้วยความระมัดระวัง

 

"เมื่อกี๊เธอบอกฉันเองนะจุนซูว่าเธอจะเป็นของฉัน... อย่างนั้นถ้าฉันจะขอหลงตัวเองหน่อยว่าเธอรู้สึกกับฉันมากกว่าการเป็นเจ้านาย... ถ้าฉันจะขอหลงตัวเองมากขนาดนั้น... จะได้รึเปล่า?"

 

คนถูกถามด้วยประโยคแสนอ่อนโยนอ่อนหวานนั้นถึงกับน้ำตาคลอด้วยความซาบซึ้งใจอย่างที่สุด ริมฝีปากเชิด ๆ บิดโค้งขึ้นแย้มยิ้มงดงามจับตาก่อนจะถูกเจ้าของของมันขยับขึ้นลงเพื่อเอ่ย

 

"นายท่าน... หัวใจของผมน่ะ... เป็นของนายท่านตั้งแต่แรก... และจะเป็นอย่างนั้นตลอดไป..."

 

คนตัวโตกว่าที่ฟังประโยคแสนน่ารักนั้นจบถึงกับฉีกยิ้มกว้างขวางทั้งปากและนัยน์ตาเป็นการตอบรับด้วยความดีใจอย่างที่สุด ความรู้สึกเป็นสุขอัดแน่นและพองฟูจนเกือบล้นอยู่ในหัวใจอย่างไม่อาจจะห้ามได้ วินาทีถัดมาปลายนิ้วโป้งของปาร์คยูชอนจึงถูกเลื่อนขึ้นไปตามแนวแก้มเนียนใสก่อนจะจบลงที่การเกลี่ยร่องลึกเหนือคางใต้ริมฝีปากของเด็กหนุ่มหน้าหวานเพราะอดใจเอาไว้ไม่อยู่

 

นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนจางที่มักแฝงแววบางอย่างวิบวับอยู่ภายในเสมอจ้องลึกลงในดวงตาของอีกฝ่ายก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ ๆ ... ใกล้มากเสียจนแทบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน...

 

"จุนซู... ฉันรักเธอ... รัก... รัก..."กระซิบเสียงต่ำพร่าไปด้วยแรงอารมณ์อยู่เหนือริมฝีปากเชิด ๆ ของเจ้าของร่างบอบบางที่กำลังตกอยู่ในอ้อมแขนของตน

 

เจ้าของชื่อนั้นยกมือขึ้นโอบรอบคอของชายหนุ่มราวกับต้องการจะยึดเหนี่ยวเอาไว้เป็นหลักฐานว่าเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้น... ได้ยิน... ได้ฟังและได้สัมผัสอยู่นี้นั้นเป็นความจริง ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ภาพฝันหรือจินตนาการที่ไม่มีอยู่จริง...

 

หยดน้ำตาพร่างพรูไหลกลิ้งจากขอบของนัยน์ตาคู่สวยลงสู่แก้มนวลเนียนราวกับเม็ดไข่มุกสีขาวบริสุทธิ์แสนงดงาม ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านด้วยความตื้นตันที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างตั้งแต่ปลายเส้นผมจรดปลายเท้าเนื่องจากคำบอกรักของชายหนุ่มตรงหน้า

 

"นายท่าน... นายท่าน..."สะอื้นเสียงสั่นเป็นคำเรียกขานของคนที่มีความหมายที่สุดในชีวิตไม่ขาดปากพร้อมกับแหงนเงยหน้าเพื่อตอบรับจุมพิตแสนอ่อนโยนอ่อนหวานหากแฝงไปด้วยความกระหายเร่าร้อนอย่างเต็มอกเต็มใจเสียเหลือเกิน

 

แม้จะรู้ดีว่าทุกอย่างมันผิด...

 

ผิดตั้งแต่แรกเริ่ม...

 

ทว่าปาร์คยูชอนกลับอยากจะทำผิดแบบนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า...

 

ถ้าหากอีกฝ่ายนั้นคือคิมจุนซู...

 

เขาก็อยากจะดึงรั้งร่างเล็กซึ่งอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนละมุนกรุ่นติดปลายจมูกนี้เอาไว้แนบกาย...

 

ถึงแม้ว่าตัวเองนั้นอาจจะเป็นคนทำร้ายและช่วงชิงเอาความสดใสแสนบริสุทธิ์นั้นไปด้วยสองมือนี้เองก็ตามที...

 

"จุนซู... เธอไม่เสียใจแน่นะ?"เจ้าของเสียงทุ้มนุ่มเป็นเอกลักษณ์เอ่ยขึ้นเพื่อถามความสมัครใจของคนตัวเล็กด้วยความไม่แน่ใจระคนกับความเป็นห่วงเป็นใยอย่างลึกซึ้ง

 

มือเรียวเล็กเลื่อนขึ้นไปโอบกอดแผ่นหลังกว้างซึ่งตึงแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อได้รูปให้แน่นขึ้นก่อนจะแนบหน้าของตนลงลงอกเสื้อนอนของยูชอนเพื่อฟังเสียงหัวใจซึ่งกำลังเต้นระทึกเป็นจังหวะรัวเร็วแล้วกระซิบบอกเสียงแผ่วเบาหากกลับแฝงไว้ด้วยความมั่นคงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

 

"ครับ... ไม่มีวันเสียใจ"

 

ร่างสูงเพรียวกระชับอ้อมแขนเพื่อโอบรัดร่างกายเล็กบางให้แน่นขึ้นแล้วค่อยบรรจงมอบจุมพิตอ่อนโยนพร่างพรมไปทั่วดวงหน้าหวาน ๆ ราวกับต้องการจะตีตราความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของทุกอณูแห่งเลือดเนื้อของเด็กหนุ่มก่อนจะแนบจูบเร่าร้อนลงบนกลีบปากเล็กที่เผยอแยกอยู่อย่างโหยหา คนตัวโตลูบไล้มือไปตามแนวลำตัวแบบบางอย่างถือสิทธิ์เต็มที่ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนไล้หายเข้าไปใต้เสื้อนอนตัวหลวมโคร่งพร้อมกับบอกชิดริมหูด้วยเสียงต่ำ ๆ

 

"มาถึงขนาดนี้แล้ว... ถึงเธอจะบอกว่าไม่ ฉันก็หยุดไมได้แล้วนะ"

 

"ผมไม่มีทางบอกให้นายท่านหยุดหรอกครับ"กระซิบตอบแผ่วเบาพลางรั้งศีรษะของร่างสูงกว่าให้เลื่อนลงมาอยู่ในระดับเดียวกับใบหน้าของตนก่อนจะแนบริมฝีปากของตนลงตรงมุมปากของชายหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลสวยด้วยความรักความหลงใหลที่ไม่อาจจะเก็บซ่อนหรือปกปิดเอาไว้ได้อีกต่อไป..

 

.

.

.

 

แสงแดดยามเช้าส่องทะลุเข้ามาตามรอยแยกของผ้าม่านเนื้อดีสีครีมสวยที่ถูกจับจีบห้อยอยู่ตรงประตูบานเลื่อนของห้องรับแขกในคฤหาสน์หลังใหญ่ ร่างบอบบางเจ้าของผมสีดำสนิทราวเส้นไหมชั้นดีซึ่งนั่งเอนหลังพิงพนักโซฟาตัวเล็กนุ่มนิ่มบุด้วยหนังชั้นดีอยู่นั้นกำลังจ้องมองผ่านกระจกบานใสแจ๋วลงไปยังสนามหญ้าเชียวชอุ่มด้านล่างอย่างสนอกสนใจอยู่ไม่น้อย

 

เพียงไม่นานเกินรอ... เจ้าของใบหน้าสวยงามราวกับตุ๊กตาแก้วที่ถูกสลักเสลาด้วยฝีมือของจิตกรเอกก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้นก่อนจะค่อย ๆ กวักมือเรียกร่างสูงของชายหนุ่มคนรักให้เข้ามาใกล้ ๆ

 

"นี่ยุนโฮ... มาดูสองคนนั้นสิ"

 

เจ้าของชื่อยุนโฮสาวเท้าให้เข้ามาใกล้คนตัวเล็กบางที่อยู่ในชุดลำลองสบาย ๆ ก่อนจะมองไปตามทิศทางที่นิ้วชี้ขาวจัดชี้บอก ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าคือร่างเล็กบางของคิมจุนซูกำลังหยิบผ้าเปียกหมาด ๆ ที่ได้ผ่านการซักเรียบร้อยแล้วขึ้นมาจากถังไม้ด้วยท่าทางทุลักทุเลอยู่ไม่น้อย ทว่า... ที่ว่างข้าง ๆ กายของคนรับใช้หน้าตาน่ารักกลับมีร่างสูงคุ้นตาของใครบางคนยืนเคียงข้างอยู่ไม่ห่าง!!!

 

คุณชายคนรองของคฤหาสน์หลังงามเอื้อมมือลงไปฉวยเอาผ้าผืนโตออกจากมือเล็ก ๆ คู่นั้นก่อนจะนำมันไปพาดเอาไว้บนราวเหล็กด้วยความคล่องแคล่วที่ไม่รู้ว่าเจ้าตัวนั้นไปเรียนหรือฝึกหัดมาตั้งแต่เมื่อไหร่...

 

ชองยุนโฮเบิกตากว้างขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเห็นชัด ๆ เต็มสองตาแล้วว่าเจ้าผ้าเปียก ๆ ที่ในคราวแรกได้ม้วนตัวอยู่ในถังอะลูมิเนียมสีเงินนั้นคือผ้าปูที่นอนทำจากผ้าลินินชั้นดีของคุณชายคนรอง!!!!

 

"หือ? หรือว่า..."

 

"อื้ม... ใช่ แผนของเราสำเร็จแล้วล่ะ"ตอบด้วยความมั่นใจพลางเผยรอยยิ้มกว้างจนตาคู่สวยเป็นประกายวาววับราวกับเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ ที่ได้ของเล่นที่ถูกใจเป็นอย่างยิ่ง

 

ทนายความหนุ่มทรุดกายลงไปนั่งตรงที่เท้าแขนของโซฟาตัวเล็กที่แจจุงกำลังนั่งอยู่ ชายหนุ่มร่างสูงเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาคมคายวาดแขนซ้ายไปด้านหลังของคนตัวเล็กบางก่อนจะเกาะกุมลงบนหัวไหล่เล็กกลมกลึงอย่างนุ่มนวลพลางพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย

 

"โชคดีไปนะครับ... เอาไว้วันหลังผมค่อยไปบอกคุณยูชอนทีหลังก็แล้วกันว่าพินัยกรรมน่ะ... ให้ลูกชายคนไหนของบ้านไปดูตัวก็ได้"

 

"อื้อ... ก็ตกลงเอาเป็นว่าเป็นหน้าที่ของยูฮวานที่ยังอยู่ที่อเมริกาก็แล้วกันเนอะ?"คุณชายใหญ่ของบ้านเอนตัวลงเพื่อซบกับแผงอกแกร่งที่ตึงแน่นไปด้วยกล้ามเนื้ออย่างคนออกกำลังกายเป็นประจำราวกับต้องการจะออดอ้อนอ่อนหวาน

 

คนถูกอ้อนอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวยกริมฝีปากบาง ๆ ของตนขึ้นยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะเลื่อนมือขึ้นมาจับศีรษะเล็ก ๆ ซึ่งปกคลุมไปด้วยกลุ่มผมนุ่มนิ่มสีดำสนิทให้ซบลงตรงซอกคอของตนก่อนจะพูด

 

"มันก็แน่สิครับ คุณน่ะเป็นของผม... คุณยูชอนก็มีคนรักเป็นตัวเป็นตนอย่างจุนซูแบบนี้แล้ว... ยังไงคุณยูฮวานก็ไม่มีทางเลือกอะไรเหลือหรอกครับ"

 

"คิก ๆ ก็นั่นน่ะสินะ..."หัวเราะเจ้าเล่ห์ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ในวินาทีต่อมา

 

"อ๊ะ!! ว่าแต่ว่าฝีมือการแสดงเมื่อคืนของฉันเป็นยังไงบ้างล่ะ ยุนโฮ?"

 

คนตัวโตเผยรอยยิ้มกว้างขวางจนเห็นแนวฟันขาวเรียงเป็นระเบียบชัดเจนมากขึ้นไปอีกก่อนจะยกนิ้วโป้งข้างขวาขึ้นมาให้คนตัวเล็กดูเพื่อเป็นการประกอบคำพูด

 

"แน่นอนว่าไม่มีใครเกินแจจุงของผมเลยล่ะครับ"

 

.

.

.

 

-END-

 

**แถมท้าย**

 

"นายท่าน..."

 

"จุนซู... เรียกชื่อฉันสิ เรียกว่านายท่านแล้วมันฟังดูห่างเหินยังไงไม่รู้"

 

"ไม่ได้หรอกครับ.... ก็นายท่านน่ะเป็น... อุ๊บ..."

 

"อื้อ"

 

"ห้ามเรียกว่านายท่านอีก... ถ้าเรียกหนึ่งครั้งจะต้องโดนลงโทษแบบนี้หนึ่งครั้ง... ตกลงนะ"

 

"อะไรกันครับ? ผมยังไม่ได้ตกลงเลยนะครับ นายท่าน... อื้อ..."

 

"บอกแล้วใช่ไหมว่าให้เรียกชื่อ"

 

"ขี้โกงที่สุดเลย..."

 

"เหรอ?"

 

"ใช่!! คุณยูชอนน่ะขี้โกงที่สุดเลย!!"

 

.

.
.

 

-END- แล้วจริง ๆ ค่ะ^^

 

 

อา... ในที่สุดก็จบลงด้วยดีสินะคะ

ตอนกลาง ๆ เรื่องใครอยากเอามีดแทงพุงชายปาร์คให้ไส้ไหลบ้างคะ? ฮ่า ๆๆๆ

แหม... ล้อเล่นค่ะ รักหรอกจึงหยอกเล่นนะคะ ปาร์คขา...

เรื่องนี้เรารู้สึกเป็นการส่วนตัวว่าน้องเซียน้อยเข้มแข็งมาก ๆ เลยล่ะค่ะ

ดูขี้น้อยใจแล้วก็ออกจะเก็บกดนิด ๆ แต่ก็เป็นคาร์แรคเตอร์ที่เราชอบมากเลยนะคะ

(พอเขียนเรื่องนี้จนจบแล้ว อยู่ ๆ ก็นึกเสียดายคาร์แรคเตอร์นี้ขึ้นมาตงิด ๆ น่ะค่ะ T^T)

เอ้อ... หลายคนเดาถูกแล้วค่ะเรื่องยาของแจจ๋าที่สั่งคุณหมอน้องมินให้เอามาให้ (และพ่อหมียุนนี่ก็รู้เห็นเป็นใจ^^)

โฮะ ๆๆๆๆ

เอาล่ะค่ะ...

เราต้องขอบคุณแฟนฟิคทุกท่านและคนอ่านทุกคนทั้งที่เม้นท์และไม่เม้นท์เอาไว้ตรงนี้ด้วยนะคะ

ขอแค่อ่านแล้วยิ้มได้สักนิด... เราก็ยินดีจากใจแล้วล่ะค่ะ^^

ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ

*กอดแน๊นแน่น*

(ต้องกอดแน่น ๆ เพราะอากาศที่นี่หนาวค่ะ T^T )


กว่าจะมาอัพหรือลงฟิคคราวหน้า เราอาจจะเว้นระยะนานหน่อยนะคะ

ต้องขอโทษและขอความกรุณาเป็นอย่างสูงว่าอย่าเพิ่งทิ้งหรือหนีจากกันไปไหนเลยนะคะ T^T

เราไม่มีเวลาจริง ๆ นะค้า...

การบ้านที่นี่ทำไมมันเยอะขนาดเน้!!

*สครีมโหยหวน*

 

แล้วก็สุดท้ายนี้อย่าลืมรักษาสุขภาพนะคะทุกคน เป็นห่วงจากใจจริง ๆ ค่ะ

แล้วพบกันใหม่เร็ว ๆ นี้นะคะ...

บ๋ายบาย ^^bb

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
O_O
so sweet ttttt
ชอบค่ะ จุนซูอ่อนหวาน อ่อนโยน เก็บกดเล็กน้อย คงเพราะรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยอ่ะ

แหม มมม ที่สำคัญ ต้องยกความดีให้แจนะเนี่ย ยยย วางแผนอย่างเก่งเลยอ่า
#1  by  minnie (58.8.122.76) At 2008-04-11 22:35, 
เธอคะ

เราชอบเรื่องนี้มากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
น้องอ่อนโยนสุดๆเลยอะ
ดูแบบบอบบาง น่ารักน่าทะนุถนอม
แต่ก็เป็นคนที่แบบเข้มแข็ง แล้วก็เจียมตัวอะ
พูดจริงว่าถ้าเราเป็นปาร์ค เราไม่ปล่อยให้น้องลอยนวลมาจนป่านนี้แน่นอนน 55555


“เมื่อกี๊เธอบอกฉันเองนะจุนซูว่าเธอจะเป็นของฉัน... อย่างนั้นถ้าฉันจะขอหลงตัวเองหน่อยว่าเธอรู้สึกกับฉันมากกว่าการเป็นเจ้านาย... ถ้าฉันจะขอหลงตัวเองมากขนาดนั้น... จะได้รึเปล่า?”


ประโยคตรงนี้ อ่านแล้วเขินแรงมากกกกก555
อ่านไปยิ้มไป หุบยิ้มไม่ได้เลยย
กรามค้างกันเลยทีเดียวววว
ไม่ไหว เขินสุดๆๆตัวบิดละ 5555+

ปาร์คเป็นสุภาพบุรุษมากๆเลยเนอะ
ชอบจัง แต่ว่าบางทีก็ไม่อยากให้ปาร์คสุภาพบุรุษเลยอะ
รวบหัวรวบหางไปเลยปาร์ค ...เย่ยย 5555+
ไม่หรอก เป็นแบบนี้อะดีแล้ว สมเป็นลูกผู้ชาย
เท่ที่สุดดด รักปยช. กรี๊ดดดดดดดด

ดีใจจัง ในที่สุดปาร์คกะน้องก็ ...
เอิ๊กกกกกกกกกกกกกก.. คิดแล้วใจเต้นแรง 55+

สุดท้าย ขอขอบพระคุณคิมแจจุงเป็นอย่างมาก
แม่สื่อที่เยี่ยมยอดและสวยที่สุดในโลกกกกกกก

คุณเพื่อนคะ ประทับใจเรื่องนี้รุนแรงมากค่ะ ชอบโคตร
กร๊ากกกกกกกกกกกกกก..
#2  by  coupleyoosu (124.120.166.89) At 2008-04-11 23:01, 

อ่านจบแล้วตาเป็นรูปหัวใจ โอ้ยยยย

ปาร์คคะ โคตรใจแข็งเลย เป็นพี่นะ กระชากน้องเข้ามากด เอ๊ย กอดตั้งแต่เปิดประตูมาเป็นคนน่ารักยืนเป๋อหน้าห้องแล้วค่ะ

แล้วยังมีแกล้งพูดให้น้องเสียใจจะได้ไปๆซะที แบบว่า ปาร์คน้อยจะทนไม่ไหวแล้วน๊าา มายืนยั่วอย่างนี้ อ๊ากกกก เห็นใจว่ะค่ะ คิดดู โดนยาอะ แล้วมีคนที่โคตรรักและต้องการมายืนอยู่ตรงหน้า แถมเค้าก็โคตรน่ากด ปกติก็แทบจะทนกับอารมณ์ของตัวเองไม่ไหวอยู่แล้ว แล้วดูนี่ดิ ทุกอย่างมันไม่ได้ช่วยให้เข้มแข็งได้เลย (มีแต่ช่วยให้....แข็ง) นะคะ

ที่สำคัญ น้องมาร้องไห้สะอึกสะอื้น เพราะไม่เข้าใจ น้อยใจ นึกว่านายท่านรังเกียจ โถ จุนซูคะ นายท่านน่ะ นั่งสะกดกลั้นจนแทบเป็นนิ่วแล้วค่ะ นึกภาพปาร์คนั่งกัดฟันกรอดๆ ไม่รู้จะช่วยตัวเองยังไงดี น้องก็ไม่ได้ช่วยเล้ยยย

สุดท้าย แพ้ใจ แพ้ทาง แพ้ไปซะหมดทุกอย่าง ซึ่งเราก็ลุ้นให้มันแพ้ๆไปซะที

รุ่งเช้ามา...ช่วยกันซักผ้าปูที่นอน อ๊ากกกกกกกกก ทำไมต้องซัก ทำไม ทำม๊ายยย หรือมันเลอะมากจนทนไม่ได้ ไม่เหมาะจะใช้ในคืนถัดไป (คืนต่อไปก็เปลี่ยนผ้าปูไงคะ)

ส่วนแจ...ขอมอบถ้วยผู้สนับสนุนยูซูอย่างเป็นทางการให้เลยค่ะ สุดยอดดดดดด

เจนคะ พี่ชอบมาก ๆ เลยค่ะ มันหวานละเมียดละไม อ๊างงงง
ขออีกจะผิดม๊ายยยยย

ปล. จิ้นว่ายูฮวานก็มาคู่กับหมอมินๆ
#3  by  midnight train (125.26.43.220) At 2008-04-11 23:45, 
เย้.....มาต่อแล้ว
น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
แจนี่วางแผนได้แจ่มจริงๆ ไอ้เราก็นึกว่าวันนี้เฮียเป็นอะไร ไหงมันแม่งๆ อย่างนี้นี่เอง
แต่ก็ลงเอยด้วยดีล่ะนะ สงสารตาริกที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยจริงๆ
#4  by  ※Min*Jee※ At 2008-04-12 10:28, 
อ๊า...

จบได้น่ารักดีนะคะ ^^

แจจ๋าร้ายจัง...ชายปร๊ากก้อนะ...ดุน้องซะเรื่อย...

เด่วเรามาเม้นให้ใหม่นะคะ T^T ช่วงนี้ป่วยๆทั้งร่างกายและจิตใจเลย...สมองเลยเรียบเรียงคำพุดไม่ค่อยได้...

คิดถึง คุณ lucreazia นะคะ ^^

ปล. นี่เมวเราค่ะ ติดต่อทางเอมนี้ก้อสะดวกดีค่ะ... nichuusai@hotmail.com แอดมาได้เลยอ่ะค่ะ...เราสได้ทุกทางแหละค่ะ แล้วแต่คุณ lucreazia ดีกว่าค่ะว่าจะสะดวกทางไหน?...
#5  by  맀★김눈 At 2008-04-12 18:03, 
ไม่ทันคิดว่ายานั้นจะกลายเป็น"ยา"แบบนี้ค่ะ
ฮ่าๆๆ

แต่ก็ชอบนะคะ
ปาร์คดูเป็นคนดีมากมาย
อดทนเืพื่อเซีย
ฮ่าๆๆ

คนอ่านรอได้ค่ะพี่เจน
ตั้งใจทำการบ้านนะค้า ^0^
สู้ๆๆๆ p'JANE FIGHTING~!!
#6  by  _MAi- (58.8.37.35) At 2008-04-15 16:03, 
อ๊ากกกกกกกกก

อ่านแล้วแบบช้อบชอบ น่ารักมากๆเลยค่ะ

ช่วงนี้กำลังบ้ายูซูมากๆ

นึกแล้วเชียวว่าแจจ๋าจะต้องเอาไอ้ยาแบบนี้ให้เฮียมิคกิน ร้ายจริงๆเลย

#7  by  Ai Shiyorin ^^ At 2008-04-18 10:50, 
ในที่สุดแล้ว จุนซูกะปาร์คก็ลงเอยกันซะที

หุๆๆ งานนี้ต้องยกความดีให้แจจุงเลย แอบร้ายนะเนี่ย ทั้งวางแผนแถมเล่นละครได้เนียนซะจนจุนซูเชื่อซะสนิทเชียว

ปล. เป็นกำลังใจให้นะคะ กับสิ่งที่ทำอยู่ พยายามเข้านะคะ แล้วก็ว่าง ๆ ก็มาแต่งฟิคให้เราได้ยิ้มเวลาอ่านอีกนะ รออยู่ค่า big smile
#8  by  muxiang (117.47.10.15) At 2008-04-19 23:25, 
ฮ่าๆ

แจจุงกับยุนโฮแสบใช่เล่นเลยนะเนี่ย

ทำเอาจุนซูกับยูชอนแทบบ้าเลยอ่ะ

รวมทั้งเราด้วย เหอๆ

แต่ชอบบุคลิกตาปาร์คเรื่องนี้จัง

ไม่ค่อยได้เจอบ่อยเท่าไหร่
#9  by  ::Aozora:: At 2008-05-01 23:53, 

<< Home


Lucreazia
View full profile