2008/Mar/20

   

Master 'n Servant...

 

Author: Lucreazia

Fan-Fiction: TVXQ (Pairing: YuSoo, YunJae ‘n Minmin)

Kind: Short-Fiction ( 2 ตอนจบ), Romantic

Rate: PG-17

Author's Note:          สวัสดีค่ะ... เรากลับมาแล้วค่า^^

แอบหายหัวไปนานอีกแล้วสินะคะ แหะ ๆ

ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ... อย่างที่บ่นไปแล้วในเอนทรี่ที่เเล้วอะนะคะ

ว่าช่วงก่อนหน้านี้เรามีภารกิจที่ต้องทำมากมายเหลือเกิน

อะไร ๆ ก็ประดังประเดเข้ามางานเลยล้นมือเหลือเกินน่ะค่ะT^T

ยังไงเราก็ต้องขอขอบคุณทุกกำลังใจเอาไว้ตรงนี้ด้วยนะคะ

ทุกข้อความและทุก ๆ เม้นท์ที่ทิ้งเอาไว้และกำลังใจจากทุกคนเลยค่ะ ขอบคุณมากจริง ๆ นะค้า

*โผเข้ากอด*

 

เอาล่ะค่ะ... อะแฮ่ม ๆ กลับมาพูดถึงเรื่องน้องฟิคเรื่องนี้ของเรากันดีกว่า...

เราขอยอมรับก่อนเลยนะคะว่ามันหินมาก

แบบว่ายากมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกเลยล่ะค่ะ

เพราะเราแต่งแบบ "ไม่มีพล็อต" เป็นครั้งแรกเลยในชีวิต (<< มันยังเว่อร์ได้อีกค่ะพี่น้อง -*- )

ยังไงก็ขอให้อ่านเอาแบบสนุกสนานนะคะ

อย่าไปคิดมากเลยค่ะ แหะ ๆ=w=

ขอบคุณที่ยังติดตามอยู่นะคะ แม้ว่าเราจะหายหัวไปบ้างอ่ะค่ะ T^T

แล้วก็ต้องขอขอบคุณคนอ่านทุกคนทั้งที่เม้นท์และไม่เม้นท์ด้วยค่ะ

แฟนฟิคทุกคนคะ... เรารักพวกคุณมาก ๆ เลยค่ะ!!!

ขอให้สนุกในการอ่านเหมือนเคยนะคะ^^

 

ปล. ตอนหน้าซึ่งเป็นตอนจบและฟิคเรื่องอื่น ๆ นั้นเราอาจจะมาต่อช้าหน่อยนะคะ

เพราะอีก 2 วันเราก็ไม่อยู่เมืองไทยแล้วอ่ะค่ะ

เพราะงั้นเลยต้อง(แอบ)ดูความสะดวกที่นู่นก่อนนะคะ แต่คิดว่าน่าจะเล่นเน็ตได้แหละค่ะ^^

อย่าลืมรักษาสุขภาพด้วยนะคะ...

ตอนนี้เราต้องขอตัวไปก่อนแล้วล่ะค่ะ

บ๋ายบาย แล้วพบกันใหม่ในตอนจบนะค้า

^______________________^

 

 

**ฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จริงแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน... และถ้าอ่านแล้วไม่ชอบใจหรือรับไม่ได้ กรุณาปิดหน้าเวบเพจนี้ลงอย่างสันติ ขอความกรุณาอย่าก่อกวนโดยการเม้นท์ต่อว่านะคะ ขอบคุณค่ะ**

 

 

Master ' n Servant... (Chapter: 01/02)

By: Lucreazia

 

.

.

.

 

แสงแดดรำไรสีทองสว่างจ้าของยามเกือบจะเที่ยงวันลอดผ่านหมู่ต้นไม้หลากหลายพันธุ์ที่ถูกปลูกเอาไว้เรียงรายในสวนแสนกว้างขวางของคฤหาสน์หลังใหญ่ ร่างบอบบางร่างหนึ่งกำลังหอบตะกร้าหวายใบใหญ่เดินไปตามทางที่ทอดยาวอย่างทุลักทุเล นัยน์ตาเรียวรีสีน้ำตาลปนดำอ่อนจางส่องประกายวิบวับยามต้องกับแสงที่สาดเข้ามากระทบในบางช่วงในขณะที่เจ้าของของมันใช้หลังมืออีกข้างยกขึ้นมาปาดเหงื่อที่ซึมตรงแถวขมับออกอย่างไม่ใคร่ใส่ใจนัก

 

ริมฝีปากเชิด ๆ แสนน่ารักพรูลมหายใจออกมาเป็นทางยาวก่อนเจ้าตัวจะค่อย ๆ ย่อกายเพื่อวางตะกร้าใบใหญ่ใบนั้นให้อยู่บนพื้นซีเมนส์แห้ง ๆ ที่ถูกปูลาดยาวเอาไว้สำหรับเป็นลานสำหรับตากผ้าอย่างเบามือ คิมจุนซูเอื้อมมือลงไปคว้าเอาเสื้อผ้าที่กำลังหมาด ๆ ขึ้นมาถือจากนั้นจึงค่อยสะบัดมันออกอย่างแรงสองสามครั้งแล้วค่อยนำไปใส่ไม้แขวนซึ่งทำจากอะลูมิเนียมอย่างคล่องแคล่ว

 

เวลาผ่านไปไม่นาน... คนตัวเล็กบางก็สามารถแขวนเจ้าเสื้อผ้าที่เพิ่งจะซักเสร็จซึ่งหอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นน้ำยาซักผ้าและน้ำยาปรับผ้านุ่มปะปนกันไปไว้บนเส้นเชือกที่ถูกขึงจนตึงระหว่างราวเหล็กยาว ๆ ทั้งหลายแถวได้สำเร็จ เท้าคู่เล็กถอยหลังกลับออกมาจากตำแหน่งเดิมที่ยืนอยู่สองสามก้าวในขณะที่ริมฝีปากเชิด ๆ ของเจ้าของผมสีน้ำตาลแกมแดงสวยยกยิ้มอย่างพออกพอใจในผลงานของตนอยู่ไม่น้อย

 

สายลมอ่อน ๆ ซึ่งพัดมาอย่างเอื่อยเฉื่อยระผ่านข้างแก้มเนียนใสให้ความเย็นสบายพอสมควร อากาศข้างนอกในวันนี้นั้นสดชื่นแจ่มใสมาก... มากพอเสียจนที่จะทำให้ร่างเล็กรู้สึกนึกครึ้มอกครึ้มใจขึ้นมาอยู่ไม่น้อย คนตัวเล็กบางในเครื่องแบบคนรับใช้ฮัมเพลงที่กำลังฮิตในลำคออย่างอารมณ์ดีพลางเดินกลับไปยกตะกร้าหวายที่ถูกทิ้งอยู่ตรงกลางลานขึ้นมาอุ้ม...

 

และในขณะที่จุนซูกำลังหมุนส้นเท้าหันหลังกลับอยู่นั้นเองก็กลับชนเข้ากับร่างสูง ๆ ของใครคนหนึ่งเข้าให้อย่างจัง!!

 

"โอ๊ย!!"เสียงแหบแห้งหากแหลมสูงเล็กน้อยดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็ก ๆ ของเจ้าของเสียงนั้นจะล้มลงก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้นซีเมนส์แข็ง ๆ ของลานตากผ้าอย่างแรง ตะกว้าหวายใบใหญ่หลุดกระเด็นจากอ้อมแขนก่อนจะลอยละลิ่วไปตกลงตรงพื้นหญ้าเขียวชอุ่มด้านข้างดังตุ้บแทน

 

ฝ่ามือเรียวขาวและปลายเล็บโค้งมนที่ถูกตัดสั้นเรียบร้อยแลดูสะอาดตาถูกยื่นมาให้ตรงหน้าของร่างบอบบาง

 

คิมจุนซูใช้มือข้างหนึ่งเลื่อนไปจับสะโพกตนเองป้อย ๆ พลางสูดปากด้วยความเจ็บก่อนจะเหลือบสายตาขึ้นมามองเจ้าของมือแข็งแรงข้างนั้นด้วยความขุ่นข้องในอารมณ์อยู่ไม่น้อย แต่เมื่อเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลปนดำอ่อนจางเห็นชัด ๆ ว่าใครคือคนที่อยู่ตรงหน้าก็จำต้องปล่อยให้ตัวเองครางเสียงผะแผ่วออกมาด้วยความตกใจระคนด้วยความหลากใจขั้นรุนแรง

 

"นายท่าน..."

 

"เป็นอะไรมากไหม? เจ็บมากหรือเปล่า?"เสียงทุ้มนุ่มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์น่าหลงใหลเอ่ยถามขึ้นอย่างห่วงใยพร้อมกับเจ้าของของมันค่อย ๆ เอื้อมมือมาจับมือของร่างเล็กกว่าเอาไว้มั่นพลางค่อย ๆ ฉุดร่างเบาหวิวราวไร้ซึ่งน้ำหนักให้ลุกขึ้นจากการนั่งกองอยู่บนพื้นได้ในที่สุด

 

ทว่าสัมผัสที่ได้รับจากมือเรียวเล็กของคนรับใช้หน้าหวานทำเอาร่างสูงถึงกับต้องขมวดคิ้วเข้าหากันมุ่นด้วยความประหลาดใจอย่างที่สุด จุนซูก้มหน้าลงต่ำจนปลายคางแทบชิดกับหน้าอกก่อนจะพยายามบิดมือตนเองให้หลุดพ้นออกจากการเกาะกุมด้วยความยากลำบาก... ก็ในเมื่อชายหนุ่มร่างสูงกำลังยึดมือของเขาเอาไว้แน่นชนิดที่ว่าไม่ยอมปล่อย!

 

มือเรียวขาวผ่องของร่างตรงหน้านั้นเต็มไปด้วยตุ่มน้ำใส ๆ ซึ่งเกิดจากการพองหลายตุ่ม... กลางฝ่ามือเล็ก ๆ ข้างนั้นมีรอยด้านและรอยแผลที่กำลังตกสะเก็ดปรากฏให้เห็นอยู่จนทั่ว...

 

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่มักแฝงแววบางอย่างวิบวับวาววามอยู่ภายในเสมอกลับวาวโรจน์ไปด้วยความกรุ่นโกรธขึ้นมาวูบหนึ่ง ปาร์คยูชอนลูกชายคนรองของเจ้าของคฤหาสน์หลังงามหลังนี้เม้มปากเข้าหากันแน่นจนกลายเป็นเส้นตรงก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียดเพื่อข่มกลั้นความรู้สึกที่เรียกว่าเลือดขึ้นหน้าเอาไว้ให้อยู่แค่ภายในใจเท่านั้น

 

จุนซูยังคงไม่ละความพยายามที่จะบิดข้อมือให้พ้นจากการจับของชายหนุ่มผู้เป็นเจ้านายอยู่อย่างสุดความสามารถ... ทว่าคนตัวเล็กบางก็พลันต้องหยุดการกระทำทั้งหมดลงเมื่อได้ยินเสียงทุ้มนุ่มเป็นเอกลักษณ์ถามทำลายความเงียบขึ้นว่า

 

"คิมจุนซู... ไปทำอะไรมามือถึงได้เป็นแบบนี้ หือ?"

 

"เอ้อ... คือ... ผม..."เสียงเล็กอ้อมแอ้มตอบพร้อมกับหรุบตาลงต่ำมองที่ปลายเท้าตนเอง

 

ยูชอนส่ายศีรษะไปมาก่อนจะใช้ปลายนิ้วแตะลงบนรอยแผลแผ่วเบาอย่างนึกเป็นห่วงเจ้าของของมันอยู่ไม่น้อยพลางเปลี่ยนคำถาม

 

"ทำงานหนักเกินไปอย่างงั้นเหรอ?"

 

"เปล่านะครับ... ผะ ผมไม่ได้ทำงานหนักเลยครับนายท่าน...."โพล่งตอบออกมาเต็มเสียงก่อนจะค่อยดึงมือที่เต็มไปด้วยรอยแผลทั้งเก่าและใหม่ให้กลับเข้ามาหาตัวเองอย่างนุ่มนวล

 

ริมฝีปากเชิด ๆ แสนน่ารักวาดรอยยิ้มให้ปรากฏอยู่บนใบหน้าในขณะที่เจ้าตัวนั้นก้าวเท้าถอยหลังไปอีกสองสามก้าวเมื่อรู้สึกได้ว่าตนเองนั้นอยู่ใกล้ร่างสูงมากจนเกินไป... เพราะกลิ่นน้ำหอมกรุ่นกำจายซึ่งอวลจากตรงปกเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มนั้นลอยละลิ่วมาตามลมจนกระทบจมูกเล็กโด่งรั้นโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของนายท่าน...

 

"ถ้าทำงานไม่หนักแล้วทำไมมือถึงมีแต่แผล?"เจ้าของกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ถามพร้อมกับหรี่ตาลงครึ่งหนึ่งด้วยความสงสัย

 

"คือ... ผม..."

 

ยูชอนเห็นอาการอึกอักของร่างบอบบางตรงหน้าก็อดนึกเอ็นดูระคนไปกับความสงสารไม่ได้ เมื่อเห็นชัด ๆ แล้วว่าคนรับใช้หน้าหวานอึดอัดและลำบากใจอย่างยิ่งที่จะตอบชายหนุ่มจึงลอบถอนหายใจยาวพร้อมกับบอกด้วยน้ำเสียงแสนอ่อนโยน

 

"เอาเถอะ... ขยันทำงานน่ะมันก็ดีหรอกนะจุนซู... แต่อย่าฝืนมากจนเกินไปก็แล้วกัน"

 

พอชายหนุ่มเจ้าของผมสีน้ำตาลเข้มจัดจนเกือบดำพูดจบประโยค คิมจุนซูลอบยิ้มน้อย ๆ พร้อมกับโค้งกายลงต่ำเพื่อคำนับเจ้านายผู้มีพระคุณอย่างต้องการจะขอบคุณในความเป็นห่วงอย่างที่สุดแล้วจึงค่อย ๆ เดินหันหลังเพื่อกลับไปหยิบตะกร้าผ้าที่ตกอยู่บนสนามหญ้าเขียวชอุ่มขึ้นมาอุ้มแล้วจึงสาวเท้ายาว ๆ ตรงไปยังโรงครัวแทบจะในทันที

 

ในไม่ช้าภาพของแผ่นหลังบอบบางก็ค่อย ๆ เล็กลง... เล็กลง... จนกระทั่งหายลับจากสายตาของปาร์คยูชอนไปในที่สุด

 

.

.

.

 

"จุนซู..."

 

เสียงหวาน ๆ หากแหบแห้งเล็กน้อยที่ดังขึ้นอยู่ทางด้านหลังนั้นสามารถเรียกความสนใจจากเจ้าของชื่อได้เป็นอย่างดี ร่างเล็กเจ้าของผมสีน้ำตาลเข้มสวยสาวเท้ายาว ๆ ให้เข้าไปใกล้ร่างบอบบางในเสื้อแขนยาวนุ่มนิ่มสีขาวสะอาดตาที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟาบุหนังชั้นดีขนาดย่อมที่ตั้งหันหน้าออกไปทางหน้าต่างกรุกระจกสีบานใหญ่

 

"มีอะไรให้รับใช้หรือครับ คุณชายใหญ่"จุนซูถามพร้อมกับเอียงคอน้อย ๆ อันเป็นท่าประจำยามเจ้าตัวนั้นกำลังสงสัยใคร่รู้

 

แจจุงยิ้มหวานทั้งปากและนัยน์ตาก่อนจะโน้มตัวมากระซิบข้าง ๆ หูของคนตัวเล็กกว่าว่า

 

"กับยูชอนน่ะ สารภาพรักไปแล้วหรือยัง?"

 

"!!!?"

 

ประโยคนั้นสามารถเรียกสีแดงเข้มจัดให้ขึ้นมาปรากฏอยู่ตรงแก้มเนียน ๆ ทั้งสองข้างของคนฟังได้อย่างกะทันหัน เด็กหนุ่มไม่ตอบว่ากระไรได้แต่ยืนอึกอักพร้อมกับหลบสายตารู้ทันของเจ้านายคนสวยไปอีกทางหนึ่งแทนเท่านั้น

 

ร่างบอบบางเจ้าของนัยน์ตากลมโตสีดำสนิทคู่สวยหัวเราะน้อย ๆ พลางยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาปิดปากด้วยความชอบอกชอบใจเป็นอย่างยิ่งก่อนจะถามย้ำอีกครั้ง

 

"ตกลงได้บอกไปแล้วหรือยัง หือ?"

 

"คุณชายใหญ่... คือ... ผม..."ตอบตะกุกตะกักก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาร่างบอบบางในชุดลำลองอยู่บ้านสบาย ๆ ด้วยดวงตาซึ่งมีน้ำตาคลอหน่วย

 

"จุนซู... ฉันไม่ได้จะคะยั้นคะยอถามเพื่อแกล้งหรืออะไรหรอกนะ ฉันเพียงแต่เป็นห่วงเท่านั้น... รู้ไหม?"แจจุงเอื้อมมือออกไปลูบศีรษะซึ่งปกคลุมไปด้วยกลุ่มผมนุ่มนิ่มอย่างต้องการจะปลอบโยนพลางบอกเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลปนดำอ่อนจางด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

 

คนตัวเล็กในชุดเครื่องแบบคนรับใช้ของตระกูลพยักหน้าลงเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมาเบา ๆ ไม่ดังไปกว่าเสียงกระซิบของสายลมแห้ง ๆ ที่พัดผ่านและสลายหายไปในฤดูร้อน...

 

"ผมทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกครับคุณชายใหญ่ ลำพังแค่บุญคุณของนายท่าน... ผมก็ไม่มีวันตอบแทนได้หมดอยู่แล้วล่ะครับ ถ้าจะให้ผมไปทำอะไรอย่างที่คุณชายใหญ่ว่า... ผม... ผมทำไมได้หรอกครับ... ความจริงแล้วผมไม่มีสิทธิแม้แต่จะคิดด้วยซ้ำ..."

 

เจ้าของใบหน้างดงามหวานละมุนขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นเมื่อได้ฟังประโยคที่แฝงไปด้วยความชอกช้ำร้าวรานของคนตรงหน้า คุณชายใหญ่ของบ้านผ่อนลมหายใจออกมาเป็นทางยาวก่อนจะเลื่อนปลายนิ้วเรียวยาวไปแตะยังแก้มเนียนขาวผ่องข้างหนึ่งของจุนซูที่กำลังคุกเข่าอยู่อย่างแผ่วเบาแล้วพูด

 

"จุนซู... มันไม่เกี่ยวกับเรื่องบุญคุณหรอกนะ แค่ยูชอนเก็บเธอมาเลี้ยงไม่ใช่ว่าต้องควบคุมไปถึงชีวิตและจิตใจเธอนี่... ถ้าพูดถึงเรื่องของความรักแล้ว... ความรักมันไม่เข้าใครออกใครหรอกนะ"

 

"คุณชายใหญ่..."ครางด้วยน้ำเสียงที่แทบจะเป็นการกระซิบ

 

"อาชีพ... สถานะทางสังคม... หรือความร่ำรวย... ไม่มีความสำคัญอะไรเลยสักอย่างเดียวเมื่ออยู่ต่อหน้าความรัก จุนซู ถ้าใจเธอรัก... ถึงเธอจะไม่แสดงออกอะไร... ถึงเธอจะพูดบอกใคร ๆ ได้ว่าเธอไม่ได้รัก... แต่เธอก็โกหกตัวเองไม่ได้หรอก"

 

คนฟังก้มหน้าลงต่ำพร้อมกับยกมือทั้งสองข้างขึ้นมากอดตัวเองเอาไว้แน่นเพื่อระงับอาการสั่นสะท้านจากการกลั้นก้อนสะอื้นลึก คิมจุนซูกัดริมฝีปากของตัวเองแน่นก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาสบตากับร่างเล็กบางของเจ้านายแล้วบอกด้วยอาการสับสน

 

"ผมแค่... แค่ไม่รู้ว่าผมควรจะทำยังไงต่อไปดี... ผมไม่รู้จริง ๆ ครับ"

 

แจจุงลุกขึ้นจากโซฟาตัวโปรดที่ตั้งอยู่ข้างหน้าต่างก่อนจะเลื่อนมือทั้งสองข้างมากอบกุมมือเล็ก ๆ ทั้งคู่ของคนรับใช้หน้าตาน่ารักเอาไว้แน่นพลางพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย... หากกลับให้ความรูสึกหนักแน่นมั่นคงยิ่งกว่าสิ่งใด

 

"จุนซู... ชีวิตคนเราน่ะเกิดมา... มีรักแท้เพียงแค่ครั้งเดียว... คนบางคนใช้เวลาทั้งชีวิตตามหารักแท้ก็ยังไม่พบเลยด้วยซ้ำ แต่นี่เธอพบมันแล้วนะ จุนซู... เธอกล้าพอที่จะปล่อยให้มันหลุดลอยออกไปจากมือเธอตลอดกาลงั้นเหรอ?"

 

ร่างเล็กกว่าหยุดคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะพรูลมหายใจออกมาเป็นทางยาวพร้อมกับส่ายหน้าน้อย ๆ

 

"จุนซู... รวบรวมความกล้าไปบอกยูชอนซะนะ... ฉันไม่อยากให้อะไร ๆ มันสายจนเกินไป"

 

คำพูดท้ายประโยคซึ่งคล้ายกับจะพึมพำกับตัวเองเสียมากกว่าของคุณชายหน้าสวยหวานนั้นแฝงความหนักใจเอาไว้อย่างปิดไม่มิด... ความกังวลใจที่ฉายชัดในน้ำเสียงและแววตาของแจจุงทำเอาร่างบาง ๆ ในเครื่องแบบคนรับใช้ถึงกับต้องถามขึ้นด้วยความสงสัยใคร่รู้

 

"คำพูดเมื่อครู่นี้คุณหมายความว่าไงหรือครับ คุณชายใหญ่? "

 

แจจุงสั่นศีรษะเร็ว ๆ จนกลุ่มผมนุ่มนิ่มสีดำสนิทสะบัดไปตามแรงพร้อมกับตอบเสียงเบาหวิว

 

"ไม่มีอะไรหรอก... ฉันแค่คงคิดมากไปเองน่ะ"

 

.

.

.

 

ร่างเพรียวสมส่วนของชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตลำลองกับกางเกงแสล็คขายาวเนื้อดีสีควันบุหรี่กำลังนั่งเอกเขนกอยู่บนโซฟาตัวยาวในห้องทำงานส่วนตัวของคฤหาสน์ชั้นสอง สายตาคม ๆ กำลังไล่ไปตามข้อความและตัวเลขที่เรียงติดกันเป็นพรืดบนเอกสารการเงินของบริษัทด้วยอาการเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

 

แกร๊ก...

 

เสียงประตูบานใหญ่หนาหนักสลักเสลาด้วยลวดลายเรียบ ๆ ถูกเปิดออกพร้อมกันกับการปรากฏกายของชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทแบบดับเบิ้ลลายทางสีเทาเข้มสลับดำ... มองเพียงปราดเดียวก็รู้ว่าเจ้าตัวนั้นมีรสนิยมที่ดีมากขนาดไหน

 

เจ้าของผมสั้นสีน้ำตาลเข้มจัดจนเกือบดำวางเอกสารในมือลงบนที่ว่างข้างกายก่อนจะขยับตัวให้อยู่ท่าที่สบายขึ้นแล้วส่งเสียงทักผู้มาใหม่ด้วยความคุ้นเคย

 

"มีอะไรหรือครับคุณยุนโฮ?"

 

เจ้าของชื่อนั้นก้าวเท้าให้พ้นขอบธรณีประตูห้องเข้ามาก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ

 

"ผมมาด้วยเรื่องเดิมครับ คุณยูชอน"

 

ชายหนุ่มถอนหายใจยาวก่อนจะหลับตาลง... ปล่อยให้ความเงียบแสนน่าอึดอัดโรยตัวลงครอบคลุมบรรยากาศระหว่างเขาทั้งสองคนอยู่ชั่วครู่ ไม่กี่วินาทีต่อมายูชอนก็ถอนหายใจแรง ๆ แล้วลุกขึ้นยืนขึ้นจนเต็มความสูงก่อนจะเดินลากขาไปยังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ทำจากไม้สักชั้นดีที่ถูกตั้งอยู่ชิดริมผนังด้านในสุดของห้อง มือเรียวแข็งแรงหยิบจับเอกสารที่กองเต็มโต๊ะมาเรียงให้เข้าที่เข้าทาง... ทำทีราวกับไม่รู้ถึงจุดประสงค์ของการมาของทนายความหนุ่มเสียอย่างนั้น

 

เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาในชุดสูทเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้วเคลื่อนกายของตนให้มาอยู่ตรงกลางห้องก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้แบบไม่มีพนักผิงตัวหนึ่ง ชองยุนโฮใช้ศอกเท้าลงบนหน้าขาของตัวเองพลางยกมือข้างหนึ่งขึ้นมานวดขมับเมื่อรู้สึกลำบากใจอย่างยิ่งกับท่าทีของอีกฝ่าย

 

และในขณะที่คุณชายคนรองของตระกูลกำลังทำสีหน้าเหนื่อยหน่ายให้เห็นอยู่นั้นยุนโฮก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นเพื่อทำลายความเงียบลง

 

"คุณยูชอนครับ คุณก็รู้ว่าผมเองไม่ได้อยากจะทำแบบนี้... แต่ในเมื่อพินัยกรรมของคุณท่านสั่งเสียเอาไว้แบบนี้... ผมก็จำเป็นที่จะต้องทำตามหน้าที่ของผมให้ดีที่สุด"

 

ปาร์คยูชอนหันหน้ากลับมามองคนพูดจนเต็มตาพลางใช้นิ้วโป้งและข้อนิ้วชี้นวดตรงระหว่างคิ้วและขมับด้วยความเครียดระคนเบื่อหน่ายถึงขีดสุดก่อนจะเป็นฝ่ายเปิดปากพูดขึ้นบ้าง

 

"ผมเข้าใจว่าคุณทำตามหน้าที่ทนายประจำตระกูลของเราให้ดีที่สุดครับคุณยุนโฮ ผมเข้าใจดี... เพียงแต่ว่าผมยังไม่พร้อม... ผมมีภาระและหน้าที่อื่นอีกมากที่ต้องรับผิดชอบ คุณเองก็รู้นี่ครับ"

 

"คุณไม่พร้อม หรือคุณไม่อยากจะพร้อมมากกว่ากันแน่ครับคุณยูชอน?"ย้อนถามเสียงสูงจนคู่สนทนาถึงกับต้องถามกลับทันควัน

 

"คุณหมายความว่าไง?"

 

"คุณเองรู้ดีอยู่แก่ใจนะครับ คุณยูชอน เรื่องการไปดูตัวเนี่ย... ถ้าคุณตกลงไป... มันจะทำให้‘ใครบางคน'... ใครคนนั้นที่มีความสำคัญต่อคุณจะต้องเจ็บปวดใช่ไหมล่ะครับ คุณถึงได้ปฏิเสธมาตลอด"ยุนโฮพูดช้า ๆ ชัด ๆ เพื่อเน้นให้เจ้าของร่างเพรียวตรงหน้านั้นเข้าใจในทุกรายละเอียดที่แฝงอยู่อย่างชัดเจน

 

"..."

 

เจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลสวยกลับปิดปากแน่นสนิทก่อนจะทำสีหน้าปั้นยาก ทนายความหนุ่มถอนหายใจยาวก่อนจะถามขึ้นอีกครั้ง

 

"เด็กคนนั้นน่ะ... เขามีความหมายต่อคุณมากขนาดนั้นเลยหรือครับ คุณยูชอน?"

 

"คุณยุนโฮ คุณไม่น่าจะเป็นฝ่ายถามผมนะ... คุณเองก็มีพี่แจจุงอยู่แล้ว คุณน่ะน่าจะเข้าใจผมดียิ่งกว่าใคร ๆ ไม่ใช่เหรอครับ?"โพล่งตอบออกมาพร้อมกับความท้อแท้ที่ปรากฏฉายชัดอยู่ในทั้งแววตาและสีหน้า

 

ชองยุนโฮทนายความหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาผู้เป็นคนรักของคุณชายคนโตของตระกูลลุกขึ้นยืนก่อนจะสั่นศีรษะอย่างแรงสองสามทีจนกลุ่มผมที่ตกแต่งมาอย่างดีถึงกับปลิวไปตามแรงพร้อมกับบอก

 

"มันไม่เหมือนกันนี่ครับ... ผมกับคุณแจจุงน่ะเป็นคนรักกัน แต่กรณีของคุณยูชอนน่ะ... นอกจากการที่คุณยูชอนเป็นคนเก็บจุนซูที่ต้องกำพร้ามาเลี้ยงแล้ว ก็ไม่มีอะไรมากเกินไปกว่าความสัมพันธ์ของเจ้านายกับคนรับใช้"

 

 "คุณยุนโฮ... มันไม่ใช่แค่นั้นสักหน่อย... พี่แจจุงมีความหมายต่อคุณยังไง... จุนซูก็มีความหมายกับผมอย่างนั้นเหมือนกัน"ร่างเพรียวสมส่วนเจ้าของเสียงทุ้มนุ่มเป็นเอกลักษณ์กลืนน้ำลายลงลำคออย่างยากเย็นก่อนจะเถียงกลับด้วยอารมณ์ที่เริ่มกรุ่นโกรธ

 

ชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาลายทางยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะบอกด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ

 

"นั่นเป็นสิ่งที่คุณจะต้องไปบอกเจ้าตัวเขาเองครับ... ไม่ใช่มาบอกผม"

 

"..."

 

คำพูดตรง ๆ เหล่านั้นแทบทุกคำของชองยุนโฮนั้นเปรียบเสมือนกับคมมีดที่ได้กรีดลึกลงกลางใจของปาร์คยูชอนให้เจ็บร้าว...

 

ความจริงเป็นอย่างไร ตัวเขาเองนั้นก็รู้ดีแก่ใจตั้งแต่แรก...

 

เพียงแต่ว่า...

 

เขาไม่อยากปล่อยมือจากคิมจุนซูไป...

 

เขาแค่ไม่อยากจะยกจุนซูให้กับใคร ๆ ...

 

เขาแค่อยากให้จุนซูรักเขามากยิ่งกว่าใคร ๆ และอะไรก็ตามบนโลกใบนี้...

 

ยุนโฮล้วงมือทั้งสองข้างลงในกระเป๋ากางเกงก่อนจะบอกลาสั้น ๆ เมื่อสังเกตเห็นอาการครุ่นคิดของคนตรงหน้าได้อย่างชัดเจน

 

"ถ้าอย่างนั้นวันนี้ผมลานะครับ คุณยูชอน"

 

แววตาของคุณชายคนรองที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมทำให้เขารู้สึกวางใจได้ว่าการมาพูดคุยในวันนี้นั้นจะทำให้ความไม่สบายใจของคนอีกหลายคนคงเริ่มจะดีขึ้นบ้าง...  อย่างน้อยก็ทำให้แจจุงและเขารู้สึกสบายใจขึ้นมานิดหน่อยล่ะนะ...

 

ถ้าจะอยากได้ความรักมาไว้ในกำมือ...

 

ก็ต้องรู้จักไขว่คว้าหาหนทางให้ได้ความรักนั้นมาด้วยสองมือของตัวเองนะครับ คุณยูชอน...

 

ร่างสูงใหญ่คิดพลางออกเดินจนเกือบจะถึงหน้าประตูบานเดิม... เท้าข้างซ้ายของยุนโฮที่กำลังจะก้าวต่อกลับต้องชะงักกะทันหันเมื่อเสียงทุ้มนุ่มเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าของห้องทำงานนี้กลับดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน

 

"เอ่อ... คุณยุนโฮครับ พี่แจจุงอยู่ในห้องหนังสือชั้นสองตรงสุดทางเดินของตึกตะวันตกน่ะครับ..."

 

"ผมทราบแล้วครับ ขอบคุณที่บอกด้วยก็แล้วกันนะครับ"หันกลับมาบอกพร้อมส่งรอยยิ้มทำนองขอบคุณด้วยความจริงใจกลับไปให้ ชายหนุ่มโค้งศีรษะลงนิดหนึ่งเพื่อเป็นการลาอีกครั้งก่อนจะงับบานประตูหนาหนักสลักลวดลายเรียบ ๆ ให้ปิดสนิทลงอย่างแผ่วเบา

 

.

.
.

 

"สวัสดีครับ คุณหมอ"เสียงแหบหากแหลมสูงเล็กน้อยส่งเสียงทักทายขึ้นเมื่อเห็นวงหน้าของคนที่เพิ่งเดินผ่านแนวรั้วของคฤหาสน์เข้ามาได้อย่างชัด ๆ

 

คนเป็นหมอหยุดเดินก่อนจะหันหน้ามาตามทิศทางของต้นเสียงแล้วยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นร่างเล็ก ๆ เจ้าของเสียงนั้นเต็มสองตา

 

"จุนซู..."

 

"วันนี้คุณหมอมาทำอะไรเหรอครับ? หรือว่าคุณชายใหญ่ป่วยอีกแล้วครับ?"ถามด้วยความสนใจใคร่รู้พลางทำหน้ากังวลกับข้อสันนิษฐานของตัวเองไปด้วย

 

ชิมชางมินหัวเราะออกมาเบา ๆ เมื่อรู้สึกเอ็นดูกับความคิดแสนบริสุทธิ์ของเด็กหนุ่มร่างเล็กตรงหน้าอยู่ไม่น้อย ร่างสูงโย่งเอื้อมมือออกไปขยี้ศีรษะซึ่งปกคลุมไปด้วยกลุ่มผมนุ่มนิ่มสีน้ำตาลเข้มสวยอย่างหมั่นเขี้ยวก่อนจะบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

 

"คุณชายใหญ่ไม่ได้ไม่สบายหรอก วันนี้หมอแค่แวะมาตรวจสุขภาพเท่านั้นแหละ"

 

"จริงเหรอครับ?"ถามย้ำเสียงสูงด้วยความคลางแคลงใจเป็นอย่างยิ่ง

 

"จริงสิ... หมอจะโกหกไปทำไมกันล่ะ หืม?"

 

ร่างบอบบางทำท่าโล่งอกก่อนจะส่งยิ้มกว้างมากเสียจนตาหยีให้คนที่เดินอยู่เคียงข้างแล้วพูด

 

"งั้นก็ดีจังเลยครับ ผมไม่ชอบให้คุณชายใหญ่ไม่สบายเลย... คุณชายใหญ่ตัวบางนิดเดียว ถ้ายิ่งไม่สบายแล้วจะยิ่งผอมไปกันใหญ่เดี๋ยวเกิดปลิวตามลมไปล่ะยุ่งแน่ ๆ เลยครับ"

 

คุณหมอร่างสูงยิ้มตามเมื่อคนตัวเล็กเล่นบรรยายเสียจนเห็นภาพขนาดนั้น... ชางมินเอียงคอน้อย ๆ เมื่อความคิดดี ๆ บางอย่างได้แล่นวาบเข้ามาในสมองอันมากด้วยรอยหยักอย่างกะทันหัน นัยน์ตาสีดำสนิทจ้องมองวงหน้าหวาน ๆ ที่ในขณะนี้กำลังชื้นไปด้วยเหงื่อที่เกิดจากการทำงานบ้านอย่างขยันขันแข็งอยู่ชั่วครู่แล้วจึงค่อยตัดสินใจถามออกไปในที่สุดว่า

 

"จุนซูไม่ชอบให้คุณชายใหญ่ไม่สบาย แล้วคุณชายรองล่ะ ไม่สบายได้งั้นเหรอ?"

 

"ไมได้ครับ!! อ๊ะ!! อะ... เอ่อ.. ผะ... ผมหมายความว่า... นายท่านน่ะไม่ค่อยป่วยง่าย ๆ น่ะครับคุณหมอ ก็เลยไม่..."ตอบปฏิเสธรัวเร็วเสียจนลิ้นแทบจะพันกันก่อนจะหลบสายตารู้ทันไปอีกทางเสียเฉย ๆ เพราะเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลปนดำอ่อนจางคู่สวยไม่รู้ว่าควรจะต้องทำตัวอย่างไรดีในเวลาแบบนี้

 

"อืม... ถ้างั้นหมายความว่าจุนซูไม่ชอบให้คุณชายรองป่วยใช่ไหม?"ชางมินยกยิ้มเจ้าเล่ห์พลางถามคำถามปลายปิดแบบสุดขีดเพื่อต้อนให้ร่างเล็ก ๆ ตรงหน้านี้จนมุม... แบบไร้ทางออกและหนทางบ่ายเบี่ยงใด ๆ

 

"คะ ครับ"พยักหน้าลงเร็ว ๆ ในขณะที่แก้มเนียน ๆ ทั้งสองข้างนั้นถูกเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อด้วยความเขินอาย

 

"แล้วจุนซูคิดยังไงกับ..."

 

"อ้าว!! สวัสดีครับคุณหมอ"

 

เสียงทุ้ม ๆ ของบุคลที่สามซึ่งกำลังถูกกล่าวพาดพิงถึงดังขึ้นขัดจังหวะการถามคำถามแสนสำคัญของชิมชางมินไปเสียอย่างนั้น!

 

"สวัสดีครับคุณชายรอง"ชางมินหันไปโค้งศีรษะให้คนที่เพิ่งมาใหม่ครั้งหนึ่งพลางแอบบ่นในใจอย่างแสนเสียดายเพราะเกือบจะได้รู้อะไรดี ๆ เข้าให้เสียแล้ว ร่างสูงก้าวเท้าขึ้นไปยังบันไดหินอ่อนเตี้ย ๆ สองสามขั้นของประตูด้านหน้าของคฤหาสน์พลางส่งยิ้มกว้างให้ตามแบบฉบับ

 

ปาร์คยูชอนยิ้มตอบก่อนจะหันหน้ามาหาคนตัวเล็กที่กำลังยืนหันรีหันขวางอยู่แล้วบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

 

"จุนซู... ช่วยไปเอาน้ำมาให้คุณหมอทีสิ"

 

"ครับนายท่าน... ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลยครับ"คนตัวเล็กโค้งกายรับคำสั่งก่อนจะวิ่งปรูดออกไปทางห้องครัวอย่างรวดเร็ว ท่าทางกระฉับกระเฉง คล่องแคล่ว น่ารักและน่าหลงใหลของเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลปนดำอ่อนจางสวยทำเอาชายหนุ่มร่างสูงเพรียวถึงกับอดยิ้มด้วยความรู้สึกเป็นสุขในใจลึก ๆ ออกมาไม่ได้

 

.

.

.

 

ประตูบานใหญ่ของห้องนอนห้องใหญ่ในทิศตะวันออกของคฤหาสน์ถูกเปิดออกหลังจากที่ชิมชางมินได้ใช้ข้อนิ้วเคาะเป็นจังหวะสั้น ๆ ไปแล้วสองสามครั้ง คุณหมอในเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีครีมแบบเรียบ ๆ ก้าวเท้าเข้ามาในห้องนอนที่อวลไปด้วยกลิ่นหอมอวลติดปลายจมูกอันเป็นเอกลักษณ์ของคุณชายใหญ่ของตระกูล สายตาคมสอดส่ายไปทั่วห้องหากกลับไม่พบร่างของเจ้าของห้องแม้เพียงแต่เงา

ร่างสูงก้าวเท้าออกเดินพลางส่งเสียงเรียกไปด้วย

 

"คุณแจจุงครับ? คุณแจจุง... คุณแจจุงอยู่ไหมครับ?"

 

ม่านเนื้อดีสีฟ้าโปร่งบางเบาถูกแง้มเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างบอบบางอ้อนแอ้นในอ้อมแขนของชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังก้าวเท้าให้พ้นขอบธรณีประตูแบบบานเลื่อนเพื่อกลับเข้ามายังภายในห้องนอน แจจุงที่กำลังถูกอุ้มจนตัวลอยอยู่ส่งเสียงทักผู้มาใหม่ที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

 

"สวัสดีครับคุณหมอ"

 

"สวัสดีครับ คุณแจจุง... คุณยุนโฮด้วย"ฝ่ายถูกทักตอบกลับด้วยความสุภาพแล้วส่งยิ้มน้อย ๆ ให้เป็นการประกอบ

 

"สวัสดีครับคุณหมอ เดือนนี้นี่ถึงเวลาตรวจของแจจุงแล้วหรือครับ?"เจ้าของอ้อมแขนแข็งแรงถามพลางวางร่างบอบบางเบาหวิวราวดับไร้ซึ่งน้ำหนักของคนรักลงกับเตียงนอนนุ่มนิ่มขนาดควีนไซส์ให้อย่างเบามือ

 

ชางมินส่ายหน้าเป็นทำนองปฏิเสธพลางตอบ

 

"เปล่าครับ"

 

"อ้าว! แล้วทำไม..."หรี่ตาลงครึ่งหนึ่งด้วยความเคยชินของนิสัยพลางถาม

 

"ฉันเป็นคนขอร้องคุณหมอให้มาเองน่ะ ยุนโฮ"เสียงหวานติดจะแหบแห้งเล็กน้อยดังขึ้นในขณะที่เจ้าของเสียงนั้นแตะลงบนแนวไหล่แข็งแกร่งของคนที่นั่งอยู่ข้างกายด้วยอาการอ่อนหวาน

 

"คุณเรียกคุณหมอมา?"ย้อนเสียงสูงพลางขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจอย่างรุนแรง

 

"ใช่ครับ คุณแจจุงน่ะ ขอร้องให้ผมเอายาบางอย่างมาให้"

 

พอคุณหมอชิมชางมินพูดถึงตรงนี้ชายหนุ่มร่างสูงก็หันไปสบตากับคนตัวเล็กบางในชุดนอนสีขาวบริสุทธิ์แทบจะในทันที ทนายความหนุ่มประจำตระกูลเบิกตากว้างขึ้นเป็นสองเท่าก่อนจะถามราวกับจะย้ำขอความมั่นใจ

 

"จริงเหรอ? นี่คุณเอาจริงเหรอครับ แจจุง?"

 

ร่างบอบบางเจ้าของใบหน้าหวานละมุนไร้เครื่องแต่งแต้มใด ๆ พยักหน้าลงนิดหนึ่งเป็นการตอบรับก่อนจะเอนศีรษะลงซบกับแนวไหล่กว้างกรุ่นกลิ่นไอแดดแสนคุ้นเคย

 

นัยน์ตาสามคู่ประสานกันกลางอากาศว่าง ๆ ก่อนจะไม่มีเสียงสำเนียงใด ๆ เล็ดรอดออกมาจากปากใครสักคนที่นั่งอยู่ในห้องนอนของแจจุงอีกเลย

 

.
.
.

 

To Be Continued...

 

อ่า... เป็นยังไงกันบ้างคะ?

อ่านแล้วรู้สึกว่าเรื่องนี้คาร์แรคเตอร์ของปาร์คกับน้องแตกต่างจากเรื่องก่อนอย่างสุดขั้วเลยใช่มั้ยคะ^^

*หัวเราะปิดปาก*

ส่วนตัวแล้วเราชอบเรื่องนี้นะคะ เพราะนอกจากจะเป็นฟิคชั่นแบบไร้พล็อต (PWP) เรื่องแรกของเราแล้ว...

ปาร์คเรื่องนี้มันคุณชายได้ใจค่ะ!!

น้องก็เป็นคนรับใช้ที่น่าร้ากกกกกกกก เสียจนอยากจะลากกลับบ้าน (เฮ้ย! ไม่ใช่แล้ว)

ส่วนยุนแจนั้นก็ยังคงสวีทเหมือนเคยค่ะ เอิ๊ก ๆ

น้องมินก็เป็นตัวละครที่มาพร้อมความลับและการไขปริศนาเหมือนเคยเลยนะคะ

(แหม... เราทำยังกะน้องมินเป็นคินดะอิจิหรือโคนันอย่างงั้นแหละค่ะ ^o^)

แล้วเรื่องราวระหว่างนายท่านและคนรับใช้แสนน่ารักจะเป็นอย่างไรต่อไป...

ติดตามได้ในพาร์ทหน้าซึ่งเป็นพาร์ทจบนะค้า

สุดท้ายเราต้องขอขอบคุณคนอ่านทุกคนทั้งที่เม้นท์และไม่เม้นท์เลยค่ะ

ขอบคุณแฟนฟิคทุกคนด้วยนะคะ

เรารักพวกคุณมากที่สุดเลยค่ะ!!

 

ปล. อย่างที่บอกไปในโน้ตข้างบนอ่ะค่ะ

ว่าอีกสองวันเราจะไม่อยู่เมืองไทยแล้ว เพราะฉะนั้นตอนหน้าอาจจะลงช้าหน่อยนะคะ...

เพราะเราต้องดูความสามารถของเน็ตฯในที่พักของเราที่เกาหลีด้วยค่ะว่ามันจะโอเคมั้ยอ่ะค่ะ

แต่ขอสัญญานะคะว่าเสร็จเมื่อไรจะรีบมาลงให้ทันทีเลยค่ะ!

แล้วพบกันใหม่เร็ว ๆ นี้ค่ะ

อย่าลืมรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ^^

บ๋ายบาย^^bb

 

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
คนแรกกกกกกกกกกกกกกก
เปิดมาปุบ รีบอ่านด้วยความเร็วสูง วู้วววววว

ยูซูน่ารักที่สุดในโลก น้องก็น่ารัก เฮียก็ขรึมซะ
โอ๊ยยยยย จะน่ารักไปไหนopen-mounthed smile

มาต่อเร็วๆนะคะ จะรอbig smile Hot!
#1  by  ※Min*Jee※ At 2008-03-22 17:46, 
อ่า...เราเม้นในบอดฟิกไปแล้วล่ะค่ะ ^^ แต่มาเม้นในนี้ด้วยแล้วกันนะคะ...(แต่คงไม่เหมือนกันอ่ะค่ะ >.<)

เราชอบยูชอนมาดแบบนี้จังเลยล่ะค่ะ ^^ อืม..ยังไงดี วันก่อนน่ะค่ะ..เรากับเพื่อนมานั่งพูดกันเรื่องของมิกกี้ปาร์คยูชอนคนนี้..แล้วก้อมานั่งนึก..
คุณชายปาร์คแบบมายเดสทินี่..มาดแบบนั้นมันหายไปไหนแล้วน้า~ พักนี้รั่วจนไร้ที่ติได้ดีจริงๆ ฮ่าๆ ^^
ดูสมเปนคุณชายดีน่ะค่ะ..ชอบจุนซูด้วย..ให้ความรู้สึกเหมือนเด็กกำลังโต..อ่า.. เรามักจะจิ้นไปเองตามพัฒนาการของตัวละครอ่ะค่ะ..
ชางมินนี่เหมาะกับบทคุณหมอจังเลยนะคะ ^^ จะบอกว่า..เราอยากจะเห็นคุณหมอในอุดมคติสักครั้ง..ถ้าไม่นับเรื่องรั่วๆของน้องในชีวิตจริง..คาร์แรคเตอร์ในฟิกชันส่วนใหญ่ของชิมชางมินนี่แหละค่ะ..คุณหมอในอุดมคติเลย..
แจจุง..อืม..ไม่ค่อยเห็นแจจุงในมาดคุณชายหน่อยๆ(แต่ก้อเสร็จยุนโฮไปจนได้ >.<)แบบนี้เท่าไหร่เลยอ่ะค่ะ..ดีจัง ชอบมากเลยอ่ะค่ะ T^T ปลาบปลื้ม.. อยากเขียนแจจุงในแบบที่ดูว่าเปนผู้ชาย..แต่ซ่อนความอ่อนโยนได้แบบนี้ดูสักครั้งอ่ะค่ะ..เรามักจะใช้ความเพ้อฝันสร้างแจจุงให้ออกแนวง้องแง้งอยู่เรื่อย >//< เพราะงั้นจะรอดูนะคะ..ว่าคุณลูครีเซียให้แจจุงเปนคนกำปมอะไรเอาไว้..
ยุนโฮ้ววว..เรานึกภาพยุนโฮมาดทนายไม่ออกแล้วค่ะ..ช่วยด้วย..ตอนนี้ในหัวมีแต่ภาพยุนโฮผมยาวมัดครึ่งหัวในคอนที..จะเปนลมมากๆเลยค่ะ..คุณชายคนเก่าจางหายไปจากสมองอย่างรวดเร็วราวกับสายลม ToT...

แหะแล้วก้อจะมาขอบคุณที่ไปคอมเม้นในบล็อกเราด้วยค่ะ..เราไปเช็คบล็อกแล้วเห็นเม้นที่คุณลูครีเซียไปโพสให้..ยาวมากเลยค่ะ ปลื้มจัง T^T
เราจะดีใจมากๆเวลาที่นักแต่งฟิกที่เราติดตามมาเม้นให้อ่ะค่ะ..ตื่นเต้นๆ..
จริงๆเราก็ไม่ถนัดแต่งแนวนั้นจริงๆล่ะค่ะ..แต่ชอบอ่าน..ก้อเลยลองดู..สั้นๆ เพราะเรามักจะแต่งได้แค่ในช่วงที่มีอารมณ์เท่านั้นอ่ะค่ะ..ถ้าไม่สำเร็จก้อจะไม่แตะต้องมันอีกเลย (เปนข้อเสียใช่มั้ยคะ^^?)
อ่า..ใช่อ่ะค่ะ >.< เราเรียนหมอค่ะ..แต่ไม่ได้เก่งขนาดเรียนได้ทุนอ่ะค่ะ (อยากได้เหมือนกันค่ะ แต่ดูเหมือนจะเกินความสามารถจริงๆ) ตอนนี้เรายังเปนแค่หมอเล็กๆเองค่ะ แทบจะเรียกว่าหมอไม่ได้ด้วยซ้ำ..ยังเพิ่งจะเรียนรู้ แทบจะยังไม่ได้สัมผัสถึงวิชาชีพเลยค่ะ..ที่ว่าใช้ทุนนั่นคือเหมือนกับการตอบแทนรัฐบาลที่สนับสนุนเครื่องมือการเรียนการสอนน่ะค่ะ..เปนสิ่งที่นักเรียนแพทย์ทุกคนต้องใช้คืน (เค้าจะให้ใช้เปนเวลาสามปีหลังเรียนจบหกปีน่ะค่ะ ซึ่งตอนนี้เราเพิ่งจะได้อยู่ปีสามเอง T^T ทั้งหมดนั่นเปนความฝันของเราเฉยๆอ่ะค่ะ >O<)
เราให้กำลังใจคนอื่นไม่ค่อยเก่ง..ดีแต่ขอกำลังใจคนรอบข้างอยู่เรื่อย..แต่ถ้าคำพูดของเราสามารถเปนกำลังใจให้คุณได้..นั่นคือความยินดีของเราจริงๆเลยล่ะค่ะ..
ยินดีที่ได้รู้จักกันผ่านทางตัวอักษรทุกๆตัวนะคะ ^^ แล้วจะรอวันที่จะได้คุยกันอีกค่ะ >//< วันนี้คงต้องไปก่อนนะคะ..บ๊ายบาย~

#2  by  맀★김눈 At 2008-03-22 18:53, 
กะลังสงสัยว่า แจจุงให้คุณหมอชางมินเอายาอะไรมาให้ ทำไมมันดูเป็นความลับยังไงไม่รู้

เอ่อ... คงไม่ได้คิดจะวางยาใครใช่มั้ยจ๊ะ แจจ๋า มองหน้ากัน 3 คน แล้ว...(มีแผนการณ์อะไรกันน๊า คิดจะจับคู่ให้ใครอยู่หรือเปล่าน๊า อิอิ)
#3  by  muxiang (222.123.226.208) At 2008-03-23 23:08, 
น่ารักเมิกกกกกกกกกกกกกกกก

อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยย อยากได้คนรับใช้แบบนี้มาไว้เทิดทูนที่บ้านนนนนนนน (ยังไงของมัน กร๊าก กร๊ากกกกกกกก)

ปาร์คเอ๋ยยยยยยยยยย รู้สึกเยี่ยงไรก็บอกไปเน้~~~ ช้าแร้วจิเสียจั๋ยยยยยยยยยย จุนจังเป็นข้าบาท จิให้มาเปิดตัว(?)เปิดใจก่อนก็มิงามมมมมมมมมมม โฮกกกกกกกกกกกกกกกก

น่ารักเมิก ๆ อะ คาแร็คเตอร์จุนจังอ่านแร้วสดใสร่าเริง ยิ้มแก้มปริมากมาย แต่ใครบังอาจใช้น้องจนมือเจ็บฟระ?? tongue (อิน ฮ่ะ อินไปนี้ดส์)

สุดท้ายคุณชายปาร์คอย่าเอาแต่เก็ก คนอ่านรออ่านช็อตหวีทอยู่เน้ เข้าใจ๋บ่??

เป็นกำลังใจให้คนแต่งนะค้า สู้สู้ รออ่านตอนต่อไปอย่างจดจ่อค่า
#4  by  JunsuHolic (124.121.6.10) At 2008-03-24 13:37, 
หวัดดีค่าพี่เจน...
คิดถึงจัง
ไม่ได้มาคอมเม้นให้ตั้งนาน...
ขอโทษนะคะ

เรื่องนี้จุนซูน่ารักมากมายๆๆ >0<
แต่ตอนนี้สงสัยเรื่องยาของคู่ยุนแจมากกว่า
ตื่นเต้นๆ =]
ชอบชางมินแบบเป็นหมอมากเลยค่ะ
ดูเหมาัะกับเจ้าตัวดี :)

ยังไงจะรอต่อไปนะคะ
สู้ๆๆ
MAi <3's p'JANE
#5  by  _MAi- (58.8.36.206) At 2008-03-24 18:37, 

ย้อนมาดู วู้ววว ข้าพเจ้าโง่เอง หาที่คอมเมนท์ไม่ได้อะค่ะ

.........

จะบอกว่า แม้ว่าไร้พล็อตก็ยังสนุกเหมือนเดิมมม

ปาร์คมาดคุณชายเคร่งขรึม แต่แอบห่วงเด็กในคอนโทรล์ กับน้อง คนรับใช้แสนน่ารัก ความรักมีกำแพงแห่งสภานะกั้นขวาง (แต่คงกั้นไม่ได้หรอกใช่มั้ย คิมเจ๊แจ ทนายหมียุน และ คุณหมอน้องมิน) สามสหายดูจะช่วยเหลือกันสุดชีวิต หุหุ ยาอะไรอะคุณชายเจ๊แจ รอลุ้นสุดชีพค่ะ หรือเป็นยาที่กินแล้วจะเผยความในใจ...

เห็นบอกว่าที่เกาหนาวมาก รักษาสุขภาพด้วยนะคะ อาหารกินไม่ได้ แต่กินขนมได้ ก็ยังดีนะ ถ้ากินอะไรไม่ได้เลยสงสัยจะแย่ ก็หนาว ๆ ต้องกินตุนไว้เป็นพลังงานนี่นา

แล้วเจอกันในเอ็มค่ะน้องเจน
#6  by  midnight train (125.26.39.170) At 2008-03-30 04:36, 
เพิ่งจะเจอบล็อคของน้องวันนี้ค่ะ ตะลุยอ่านฟิคเรื่องเก่าๆ

ฟิคแต่ละเรื่องที่แต่งมีสเน่ห์ สนุก ประทับใจมากค่ะ

โดยเฉพาะคู่ยูซู พี่ชอบเป็นพิเศษ เรื่องใหม่นี้ก็เหมือนกันคุณชายปาร์คกะน้องเซียน่ารักสุดๆไปเลยค่ะ

พล็อตเรื่องก็น่าติดตาม พี่ขอสมัครเป็นแฟนคลับนะคะ
#7  by  aorpp (58.8.85.92) At 2008-03-31 15:55, 

<< Home