Master 'n Servant...
Author: Lucreazia
Fan-Fiction: TVXQ (Pairing: YuSoo, YunJae ‘n Minmin)
Kind: Short-Fiction ( 2 ตอนจบ), Romantic
Rate: PG-17
Author's Note: สวัสดีค่ะ... เรากลับมาแล้วค่า^^
แอบหายหัวไปนานอีกแล้วสินะคะ แหะ ๆ
ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ... อย่างที่บ่นไปแล้วในเอนทรี่ที่เเล้วอะนะคะ
ว่าช่วงก่อนหน้านี้เรามีภารกิจที่ต้องทำมากมายเหลือเกิน
อะไร ๆ ก็ประดังประเดเข้ามางานเลยล้นมือเหลือเกินน่ะค่ะT^T
ยังไงเราก็ต้องขอขอบคุณทุกกำลังใจเอาไว้ตรงนี้ด้วยนะคะ
ทุกข้อความและทุก ๆ เม้นท์ที่ทิ้งเอาไว้และกำลังใจจากทุกคนเลยค่ะ ขอบคุณมากจริง ๆ นะค้า
*โผเข้ากอด*
เอาล่ะค่ะ... อะแฮ่ม ๆ กลับมาพูดถึงเรื่องน้องฟิคเรื่องนี้ของเรากันดีกว่า...
เราขอยอมรับก่อนเลยนะคะว่ามันหินมาก
แบบว่ายากมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกเลยล่ะค่ะ
เพราะเราแต่งแบบ "ไม่มีพล็อต" เป็นครั้งแรกเลยในชีวิต (<< มันยังเว่อร์ได้อีกค่ะพี่น้อง -*- )
ยังไงก็ขอให้อ่านเอาแบบสนุกสนานนะคะ
อย่าไปคิดมากเลยค่ะ แหะ ๆ=w=
ขอบคุณที่ยังติดตามอยู่นะคะ แม้ว่าเราจะหายหัวไปบ้างอ่ะค่ะ T^T
แล้วก็ต้องขอขอบคุณคนอ่านทุกคนทั้งที่เม้นท์และไม่เม้นท์ด้วยค่ะ
แฟนฟิคทุกคนคะ... เรารักพวกคุณมาก ๆ เลยค่ะ!!!
ขอให้สนุกในการอ่านเหมือนเคยนะคะ^^
ปล. ตอนหน้าซึ่งเป็นตอนจบและฟิคเรื่องอื่น ๆ นั้นเราอาจจะมาต่อช้าหน่อยนะคะ
เพราะอีก 2 วันเราก็ไม่อยู่เมืองไทยแล้วอ่ะค่ะ
เพราะงั้นเลยต้อง(แอบ)ดูความสะดวกที่นู่นก่อนนะคะ แต่คิดว่าน่าจะเล่นเน็ตได้แหละค่ะ^^
อย่าลืมรักษาสุขภาพด้วยนะคะ...
ตอนนี้เราต้องขอตัวไปก่อนแล้วล่ะค่ะ
บ๋ายบาย แล้วพบกันใหม่ในตอนจบนะค้า
^______________________^
**ฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จริงแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน... และถ้าอ่านแล้วไม่ชอบใจหรือรับไม่ได้ กรุณาปิดหน้าเวบเพจนี้ลงอย่างสันติ ขอความกรุณาอย่าก่อกวนโดยการเม้นท์ต่อว่านะคะ ขอบคุณค่ะ**
Master ' n Servant... (Chapter: 01/02)
By: Lucreazia
.
.
.
แสงแดดรำไรสีทองสว่างจ้าของยามเกือบจะเที่ยงวันลอดผ่านหมู่ต้นไม้หลากหลายพันธุ์ที่ถูกปลูกเอาไว้เรียงรายในสวนแสนกว้างขวางของคฤหาสน์หลังใหญ่ ร่างบอบบางร่างหนึ่งกำลังหอบตะกร้าหวายใบใหญ่เดินไปตามทางที่ทอดยาวอย่างทุลักทุเล นัยน์ตาเรียวรีสีน้ำตาลปนดำอ่อนจางส่องประกายวิบวับยามต้องกับแสงที่สาดเข้ามากระทบในบางช่วงในขณะที่เจ้าของของมันใช้หลังมืออีกข้างยกขึ้นมาปาดเหงื่อที่ซึมตรงแถวขมับออกอย่างไม่ใคร่ใส่ใจนัก
ริมฝีปากเชิด ๆ แสนน่ารักพรูลมหายใจออกมาเป็นทางยาวก่อนเจ้าตัวจะค่อย ๆ ย่อกายเพื่อวางตะกร้าใบใหญ่ใบนั้นให้อยู่บนพื้นซีเมนส์แห้ง ๆ ที่ถูกปูลาดยาวเอาไว้สำหรับเป็นลานสำหรับตากผ้าอย่างเบามือ คิมจุนซูเอื้อมมือลงไปคว้าเอาเสื้อผ้าที่กำลังหมาด ๆ ขึ้นมาถือจากนั้นจึงค่อยสะบัดมันออกอย่างแรงสองสามครั้งแล้วค่อยนำไปใส่ไม้แขวนซึ่งทำจากอะลูมิเนียมอย่างคล่องแคล่ว
เวลาผ่านไปไม่นาน... คนตัวเล็กบางก็สามารถแขวนเจ้าเสื้อผ้าที่เพิ่งจะซักเสร็จซึ่งหอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นน้ำยาซักผ้าและน้ำยาปรับผ้านุ่มปะปนกันไปไว้บนเส้นเชือกที่ถูกขึงจนตึงระหว่างราวเหล็กยาว ๆ ทั้งหลายแถวได้สำเร็จ เท้าคู่เล็กถอยหลังกลับออกมาจากตำแหน่งเดิมที่ยืนอยู่สองสามก้าวในขณะที่ริมฝีปากเชิด ๆ ของเจ้าของผมสีน้ำตาลแกมแดงสวยยกยิ้มอย่างพออกพอใจในผลงานของตนอยู่ไม่น้อย
สายลมอ่อน ๆ ซึ่งพัดมาอย่างเอื่อยเฉื่อยระผ่านข้างแก้มเนียนใสให้ความเย็นสบายพอสมควร อากาศข้างนอกในวันนี้นั้นสดชื่นแจ่มใสมาก... มากพอเสียจนที่จะทำให้ร่างเล็กรู้สึกนึกครึ้มอกครึ้มใจขึ้นมาอยู่ไม่น้อย คนตัวเล็กบางในเครื่องแบบคนรับใช้ฮัมเพลงที่กำลังฮิตในลำคออย่างอารมณ์ดีพลางเดินกลับไปยกตะกร้าหวายที่ถูกทิ้งอยู่ตรงกลางลานขึ้นมาอุ้ม...
และในขณะที่จุนซูกำลังหมุนส้นเท้าหันหลังกลับอยู่นั้นเองก็กลับชนเข้ากับร่างสูง ๆ ของใครคนหนึ่งเข้าให้อย่างจัง!!
"โอ๊ย!!"เสียงแหบแห้งหากแหลมสูงเล็กน้อยดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็ก ๆ ของเจ้าของเสียงนั้นจะล้มลงก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้นซีเมนส์แข็ง ๆ ของลานตากผ้าอย่างแรง ตะกว้าหวายใบใหญ่หลุดกระเด็นจากอ้อมแขนก่อนจะลอยละลิ่วไปตกลงตรงพื้นหญ้าเขียวชอุ่มด้านข้างดังตุ้บแทน
ฝ่ามือเรียวขาวและปลายเล็บโค้งมนที่ถูกตัดสั้นเรียบร้อยแลดูสะอาดตาถูกยื่นมาให้ตรงหน้าของร่างบอบบาง
คิมจุนซูใช้มือข้างหนึ่งเลื่อนไปจับสะโพกตนเองป้อย ๆ พลางสูดปากด้วยความเจ็บก่อนจะเหลือบสายตาขึ้นมามองเจ้าของมือแข็งแรงข้างนั้นด้วยความขุ่นข้องในอารมณ์อยู่ไม่น้อย แต่เมื่อเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลปนดำอ่อนจางเห็นชัด ๆ ว่าใครคือคนที่อยู่ตรงหน้าก็จำต้องปล่อยให้ตัวเองครางเสียงผะแผ่วออกมาด้วยความตกใจระคนด้วยความหลากใจขั้นรุนแรง
"นายท่าน..."
"เป็นอะไรมากไหม? เจ็บมากหรือเปล่า?"เสียงทุ้มนุ่มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์น่าหลงใหลเอ่ยถามขึ้นอย่างห่วงใยพร้อมกับเจ้าของของมันค่อย ๆ เอื้อมมือมาจับมือของร่างเล็กกว่าเอาไว้มั่นพลางค่อย ๆ ฉุดร่างเบาหวิวราวไร้ซึ่งน้ำหนักให้ลุกขึ้นจากการนั่งกองอยู่บนพื้นได้ในที่สุด
ทว่าสัมผัสที่ได้รับจากมือเรียวเล็กของคนรับใช้หน้าหวานทำเอาร่างสูงถึงกับต้องขมวดคิ้วเข้าหากันมุ่นด้วยความประหลาดใจอย่างที่สุด จุนซูก้มหน้าลงต่ำจนปลายคางแทบชิดกับหน้าอกก่อนจะพยายามบิดมือตนเองให้หลุดพ้นออกจากการเกาะกุมด้วยความยากลำบาก... ก็ในเมื่อชายหนุ่มร่างสูงกำลังยึดมือของเขาเอาไว้แน่นชนิดที่ว่าไม่ยอมปล่อย!
มือเรียวขาวผ่องของร่างตรงหน้านั้นเต็มไปด้วยตุ่มน้ำใส ๆ ซึ่งเกิดจากการพองหลายตุ่ม... กลางฝ่ามือเล็ก ๆ ข้างนั้นมีรอยด้านและรอยแผลที่กำลังตกสะเก็ดปรากฏให้เห็นอยู่จนทั่ว...
ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่มักแฝงแววบางอย่างวิบวับวาววามอยู่ภายในเสมอกลับวาวโรจน์ไปด้วยความกรุ่นโกรธขึ้นมาวูบหนึ่ง ปาร์คยูชอนลูกชายคนรองของเจ้าของคฤหาสน์หลังงามหลังนี้เม้มปากเข้าหากันแน่นจนกลายเป็นเส้นตรงก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียดเพื่อข่มกลั้นความรู้สึกที่เรียกว่าเลือดขึ้นหน้าเอาไว้ให้อยู่แค่ภายในใจเท่านั้น
จุนซูยังคงไม่ละความพยายามที่จะบิดข้อมือให้พ้นจากการจับของชายหนุ่มผู้เป็นเจ้านายอยู่อย่างสุดความสามารถ... ทว่าคนตัวเล็กบางก็พลันต้องหยุดการกระทำทั้งหมดลงเมื่อได้ยินเสียงทุ้มนุ่มเป็นเอกลักษณ์ถามทำลายความเงียบขึ้นว่า
"คิมจุนซู... ไปทำอะไรมามือถึงได้เป็นแบบนี้ หือ?"
"เอ้อ... คือ... ผม..."เสียงเล็กอ้อมแอ้มตอบพร้อมกับหรุบตาลงต่ำมองที่ปลายเท้าตนเอง
ยูชอนส่ายศีรษะไปมาก่อนจะใช้ปลายนิ้วแตะลงบนรอยแผลแผ่วเบาอย่างนึกเป็นห่วงเจ้าของของมันอยู่ไม่น้อยพลางเปลี่ยนคำถาม
"ทำงานหนักเกินไปอย่างงั้นเหรอ?"
"เปล่านะครับ... ผะ ผมไม่ได้ทำงานหนักเลยครับนายท่าน...."โพล่งตอบออกมาเต็มเสียงก่อนจะค่อยดึงมือที่เต็มไปด้วยรอยแผลทั้งเก่าและใหม่ให้กลับเข้ามาหาตัวเองอย่างนุ่มนวล
ริมฝีปากเชิด ๆ แสนน่ารักวาดรอยยิ้มให้ปรากฏอยู่บนใบหน้าในขณะที่เจ้าตัวนั้นก้าวเท้าถอยหลังไปอีกสองสามก้าวเมื่อรู้สึกได้ว่าตนเองนั้นอยู่ใกล้ร่างสูงมากจนเกินไป... เพราะกลิ่นน้ำหอมกรุ่นกำจายซึ่งอวลจากตรงปกเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มนั้นลอยละลิ่วมาตามลมจนกระทบจมูกเล็กโด่งรั้นโดยไม่ได้ตั้งใจ
กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของนายท่าน...
"ถ้าทำงานไม่หนักแล้วทำไมมือถึงมีแต่แผล?"เจ้าของกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ถามพร้อมกับหรี่ตาลงครึ่งหนึ่งด้วยความสงสัย
"คือ... ผม..."
ยูชอนเห็นอาการอึกอักของร่างบอบบางตรงหน้าก็อดนึกเอ็นดูระคนไปกับความสงสารไม่ได้ เมื่อเห็นชัด ๆ แล้วว่าคนรับใช้หน้าหวานอึดอัดและลำบากใจอย่างยิ่งที่จะตอบชายหนุ่มจึงลอบถอนหายใจยาวพร้อมกับบอกด้วยน้ำเสียงแสนอ่อนโยน
"เอาเถอะ... ขยันทำงานน่ะมันก็ดีหรอกนะจุนซู... แต่อย่าฝืนมากจนเกินไปก็แล้วกัน"
พอชายหนุ่มเจ้าของผมสีน้ำตาลเข้มจัดจนเกือบดำพูดจบประโยค คิมจุนซูลอบยิ้มน้อย ๆ พร้อมกับโค้งกายลงต่ำเพื่อคำนับเจ้านายผู้มีพระคุณอย่างต้องการจะขอบคุณในความเป็นห่วงอย่างที่สุดแล้วจึงค่อย ๆ เดินหันหลังเพื่อกลับไปหยิบตะกร้าผ้าที่ตกอยู่บนสนามหญ้าเขียวชอุ่มขึ้นมาอุ้มแล้วจึงสาวเท้ายาว ๆ ตรงไปยังโรงครัวแทบจะในทันที
ในไม่ช้าภาพของแผ่นหลังบอบบางก็ค่อย ๆ เล็กลง... เล็กลง... จนกระทั่งหายลับจากสายตาของปาร์คยูชอนไปในที่สุด
.
.
.
"จุนซู..."
เสียงหวาน ๆ หากแหบแห้งเล็กน้อยที่ดังขึ้นอยู่ทางด้านหลังนั้นสามารถเรียกความสนใจจากเจ้าของชื่อได้เป็นอย่างดี ร่างเล็กเจ้าของผมสีน้ำตาลเข้มสวยสาวเท้ายาว ๆ ให้เข้าไปใกล้ร่างบอบบางในเสื้อแขนยาวนุ่มนิ่มสีขาวสะอาดตาที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟาบุหนังชั้นดีขนาดย่อมที่ตั้งหันหน้าออกไปทางหน้าต่างกรุกระจกสีบานใหญ่
"มีอะไรให้รับใช้หรือครับ คุณชายใหญ่"จุนซูถามพร้อมกับเอียงคอน้อย ๆ อันเป็นท่าประจำยามเจ้าตัวนั้นกำลังสงสัยใคร่รู้
แจจุงยิ้มหวานทั้งปากและนัยน์ตาก่อนจะโน้มตัวมากระซิบข้าง ๆ หูของคนตัวเล็กกว่าว่า
"กับยูชอนน่ะ สารภาพรักไปแล้วหรือยัง?"
"!!!?"
ประโยคนั้นสามารถเรียกสีแดงเข้มจัดให้ขึ้นมาปรากฏอยู่ตรงแก้มเนียน ๆ ทั้งสองข้างของคนฟังได้อย่างกะทันหัน เด็กหนุ่มไม่ตอบว่ากระไรได้แต่ยืนอึกอักพร้อมกับหลบสายตารู้ทันของเจ้านายคนสวยไปอีกทางหนึ่งแทนเท่านั้น
ร่างบอบบางเจ้าของนัยน์ตากลมโตสีดำสนิทคู่สวยหัวเราะน้อย ๆ พลางยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาปิดปากด้วยความชอบอกชอบใจเป็นอย่างยิ่งก่อนจะถามย้ำอีกครั้ง
"ตกลงได้บอกไปแล้วหรือยัง หือ?"
"คุณชายใหญ่... คือ... ผม..."ตอบตะกุกตะกักก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาร่างบอบบางในชุดลำลองอยู่บ้านสบาย ๆ ด้วยดวงตาซึ่งมีน้ำตาคลอหน่วย
"จุนซู... ฉันไม่ได้จะคะยั้นคะยอถามเพื่อแกล้งหรืออะไรหรอกนะ ฉันเพียงแต่เป็นห่วงเท่านั้น... รู้ไหม?"แจจุงเอื้อมมือออกไปลูบศีรษะซึ่งปกคลุมไปด้วยกลุ่มผมนุ่มนิ่มอย่างต้องการจะปลอบโยนพลางบอกเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลปนดำอ่อนจางด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
คนตัวเล็กในชุดเครื่องแบบคนรับใช้ของตระกูลพยักหน้าลงเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมาเบา ๆ ไม่ดังไปกว่าเสียงกระซิบของสายลมแห้ง ๆ ที่พัดผ่านและสลายหายไปในฤดูร้อน...
"ผมทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกครับคุณชายใหญ่ ลำพังแค่บุญคุณของนายท่าน... ผมก็ไม่มีวันตอบแทนได้หมดอยู่แล้วล่ะครับ ถ้าจะให้ผมไปทำอะไรอย่างที่คุณชายใหญ่ว่า... ผม... ผมทำไมได้หรอกครับ... ความจริงแล้วผมไม่มีสิทธิแม้แต่จะคิดด้วยซ้ำ..."
เจ้าของใบหน้างดงามหวานละมุนขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นเมื่อได้ฟังประโยคที่แฝงไปด้วยความชอกช้ำร้าวรานของคนตรงหน้า คุณชายใหญ่ของบ้านผ่อนลมหายใจออกมาเป็นทางยาวก่อนจะเลื่อนปลายนิ้วเรียวยาวไปแตะยังแก้มเนียนขาวผ่องข้างหนึ่งของจุนซูที่กำลังคุกเข่าอยู่อย่างแผ่วเบาแล้วพูด
"จุนซู... มันไม่เกี่ยวกับเรื่องบุญคุณหรอกนะ แค่ยูชอนเก็บเธอมาเลี้ยงไม่ใช่ว่าต้องควบคุมไปถึงชีวิตและจิตใจเธอนี่... ถ้าพูดถึงเรื่องของความรักแล้ว... ความรักมันไม่เข้าใครออกใครหรอกนะ"
"คุณชายใหญ่..."ครางด้วยน้ำเสียงที่แทบจะเป็นการกระซิบ
"อาชีพ... สถานะทางสังคม... หรือความร่ำรวย... ไม่มีความสำคัญอะไรเลยสักอย่างเดียวเมื่ออยู่ต่อหน้าความรัก จุนซู ถ้าใจเธอรัก... ถึงเธอจะไม่แสดงออกอะไร... ถึงเธอจะพูดบอกใคร ๆ ได้ว่าเธอไม่ได้รัก... แต่เธอก็โกหกตัวเองไม่ได้หรอก"
คนฟังก้มหน้าลงต่ำพร้อมกับยกมือทั้งสองข้างขึ้นมากอดตัวเองเอาไว้แน่นเพื่อระงับอาการสั่นสะท้านจากการกลั้นก้อนสะอื้นลึก คิมจุนซูกัดริมฝีปากของตัวเองแน่นก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาสบตากับร่างเล็กบางของเจ้านายแล้วบอกด้วยอาการสับสน
"ผมแค่... แค่ไม่รู้ว่าผมควรจะทำยังไงต่อไปดี... ผมไม่รู้จริง ๆ ครับ"
แจจุงลุกขึ้นจากโซฟาตัวโปรดที่ตั้งอยู่ข้างหน้าต่างก่อนจะเลื่อนมือทั้งสองข้างมากอบกุมมือเล็ก ๆ ทั้งคู่ของคนรับใช้หน้าตาน่ารักเอาไว้แน่นพลางพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย... หากกลับให้ความรูสึกหนักแน่นมั่นคงยิ่งกว่าสิ่งใด
"จุนซู... ชีวิตคนเราน่ะเกิดมา... มีรักแท้เพียงแค่ครั้งเดียว... คนบางคนใช้เวลาทั้งชีวิตตามหารักแท้ก็ยังไม่พบเลยด้วยซ้ำ แต่นี่เธอพบมันแล้วนะ จุนซู... เธอกล้าพอที่จะปล่อยให้มันหลุดลอยออกไปจากมือเธอตลอดกาลงั้นเหรอ?"
ร่างเล็กกว่าหยุดคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะพรูลมหายใจออกมาเป็นทางยาวพร้อมกับส่ายหน้าน้อย ๆ
"จุนซู... รวบรวมความกล้าไปบอกยูชอนซะนะ... ฉันไม่อยากให้อะไร ๆ มันสายจนเกินไป"
คำพูดท้ายประโยคซึ่งคล้ายกับจะพึมพำกับตัวเองเสียมากกว่าของคุณชายหน้าสวยหวานนั้นแฝงความหนักใจเอาไว้อย่างปิดไม่มิด... ความกังวลใจที่ฉายชัดในน้ำเสียงและแววตาของแจจุงทำเอาร่างบาง ๆ ในเครื่องแบบคนรับใช้ถึงกับต้องถามขึ้นด้วยความสงสัยใคร่รู้
"คำพูดเมื่อครู่นี้คุณหมายความว่าไงหรือครับ คุณชายใหญ่? "
แจจุงสั่นศีรษะเร็ว ๆ จนกลุ่มผมนุ่มนิ่มสีดำสนิทสะบัดไปตามแรงพร้อมกับตอบเสียงเบาหวิว
"ไม่มีอะไรหรอก... ฉันแค่คงคิดมากไปเองน่ะ"
.
.
.
ร่างเพรียวสมส่วนของชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตลำลองกับกางเกงแสล็คขายาวเนื้อดีสีควันบุหรี่กำลังนั่งเอกเขนกอยู่บนโซฟาตัวยาวในห้องทำงานส่วนตัวของคฤหาสน์ชั้นสอง สายตาคม ๆ กำลังไล่ไปตามข้อความและตัวเลขที่เรียงติดกันเป็นพรืดบนเอกสารการเงินของบริษัทด้วยอาการเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด
แกร๊ก...
เสียงประตูบานใหญ่หนาหนักสลักเสลาด้วยลวดลายเรียบ ๆ ถูกเปิดออกพร้อมกันกับการปรากฏกายของชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทแบบดับเบิ้ลลายทางสีเทาเข้มสลับดำ... มองเพียงปราดเดียวก็รู้ว่าเจ้าตัวนั้นมีรสนิยมที่ดีมากขนาดไหน
เจ้าของผมสั้นสีน้ำตาลเข้มจัดจนเกือบดำวางเอกสารในมือลงบนที่ว่างข้างกายก่อนจะขยับตัวให้อยู่ท่าที่สบายขึ้นแล้วส่งเสียงทักผู้มาใหม่ด้วยความคุ้นเคย
"มีอะไรหรือครับคุณยุนโฮ?"
เจ้าของชื่อนั้นก้าวเท้าให้พ้นขอบธรณีประตูห้องเข้ามาก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ
"ผมมาด้วยเรื่องเดิมครับ คุณยูชอน"
ชายหนุ่มถอนหายใจยาวก่อนจะหลับตาลง... ปล่อยให้ความเงียบแสนน่าอึดอัดโรยตัวลงครอบคลุมบรรยากาศระหว่างเขาทั้งสองคนอยู่ชั่วครู่ ไม่กี่วินาทีต่อมายูชอนก็ถอนหายใจแรง ๆ แล้วลุกขึ้นยืนขึ้นจนเต็มความสูงก่อนจะเดินลากขาไปยังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ทำจากไม้สักชั้นดีที่ถูกตั้งอยู่ชิดริมผนังด้านในสุดของห้อง มือเรียวแข็งแรงหยิบจับเอกสารที่กองเต็มโต๊ะมาเรียงให้เข้าที่เข้าทาง... ทำทีราวกับไม่รู้ถึงจุดประสงค์ของการมาของทนายความหนุ่มเสียอย่างนั้น
เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาในชุดสูทเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้วเคลื่อนกายของตนให้มาอยู่ตรงกลางห้องก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้แบบไม่มีพนักผิงตัวหนึ่ง ชองยุนโฮใช้ศอกเท้าลงบนหน้าขาของตัวเองพลางยกมือข้างหนึ่งขึ้นมานวดขมับเมื่อรู้สึกลำบากใจอย่างยิ่งกับท่าทีของอีกฝ่าย
และในขณะที่คุณชายคนรองของตระกูลกำลังทำสีหน้าเหนื่อยหน่ายให้เห็นอยู่นั้นยุนโฮก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นเพื่อทำลายความเงียบลง
"คุณยูชอนครับ คุณก็รู้ว่าผมเองไม่ได้อยากจะทำแบบนี้... แต่ในเมื่อพินัยกรรมของคุณท่านสั่งเสียเอาไว้แบบนี้... ผมก็จำเป็นที่จะต้องทำตามหน้าที่ของผมให้ดีที่สุด"
ปาร์คยูชอนหันหน้ากลับมามองคนพูดจนเต็มตาพลางใช้นิ้วโป้งและข้อนิ้วชี้นวดตรงระหว่างคิ้วและขมับด้วยความเครียดระคนเบื่อหน่ายถึงขีดสุดก่อนจะเป็นฝ่ายเปิดปากพูดขึ้นบ้าง
"ผมเข้าใจว่าคุณทำตามหน้าที่ทนายประจำตระกูลของเราให้ดีที่สุดครับคุณยุนโฮ ผมเข้าใจดี... เพียงแต่ว่าผมยังไม่พร้อม... ผมมีภาระและหน้าที่อื่นอีกมากที่ต้องรับผิดชอบ คุณเองก็รู้นี่ครับ"
"คุณไม่พร้อม หรือคุณไม่อยากจะพร้อมมากกว่ากันแน่ครับคุณยูชอน?"ย้อนถามเสียงสูงจนคู่สนทนาถึงกับต้องถามกลับทันควัน
"คุณหมายความว่าไง?"
"คุณเองรู้ดีอยู่แก่ใจนะครับ คุณยูชอน เรื่องการไปดูตัวเนี่ย... ถ้าคุณตกลงไป... มันจะทำให้‘ใครบางคน'... ใครคนนั้นที่มีความสำคัญต่อคุณจะต้องเจ็บปวดใช่ไหมล่ะครับ คุณถึงได้ปฏิเสธมาตลอด"ยุนโฮพูดช้า ๆ ชัด ๆ เพื่อเน้นให้เจ้าของร่างเพรียวตรงหน้านั้นเข้าใจในทุกรายละเอียดที่แฝงอยู่อย่างชัดเจน
"..."
เจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลสวยกลับปิดปากแน่นสนิทก่อนจะทำสีหน้าปั้นยาก ทนายความหนุ่มถอนหายใจยาวก่อนจะถามขึ้นอีกครั้ง
"เด็กคนนั้นน่ะ... เขามีความหมายต่อคุณมากขนาดนั้นเลยหรือครับ คุณยูชอน?"
"คุณยุนโฮ คุณไม่น่าจะเป็นฝ่ายถามผมนะ... คุณเองก็มีพี่แจจุงอยู่แล้ว คุณน่ะน่าจะเข้าใจผมดียิ่งกว่าใคร ๆ ไม่ใช่เหรอครับ?"โพล่งตอบออกมาพร้อมกับความท้อแท้ที่ปรากฏฉายชัดอยู่ในทั้งแววตาและสีหน้า
ชองยุนโฮทนายความหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาผู้เป็นคนรักของคุณชายคนโตของตระกูลลุกขึ้นยืนก่อนจะสั่นศีรษะอย่างแรงสองสามทีจนกลุ่มผมที่ตกแต่งมาอย่างดีถึงกับปลิวไปตามแรงพร้อมกับบอก
"มันไม่เหมือนกันนี่ครับ... ผมกับคุณแจจุงน่ะเป็นคนรักกัน แต่กรณีของคุณยูชอนน่ะ... นอกจากการที่คุณยูชอนเป็นคนเก็บจุนซูที่ต้องกำพร้ามาเลี้ยงแล้ว ก็ไม่มีอะไรมากเกินไปกว่าความสัมพันธ์ของเจ้านายกับคนรับใช้"
"คุณยุนโฮ... มันไม่ใช่แค่นั้นสักหน่อย... พี่แจจุงมีความหมายต่อคุณยังไง... จุนซูก็มีความหมายกับผมอย่างนั้นเหมือนกัน"ร่างเพรียวสมส่วนเจ้าของเสียงทุ้มนุ่มเป็นเอกลักษณ์กลืนน้ำลายลงลำคออย่างยากเย็นก่อนจะเถียงกลับด้วยอารมณ์ที่เริ่มกรุ่นโกรธ
ชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาลายทางยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะบอกด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ
"นั่นเป็นสิ่งที่คุณจะต้องไปบอกเจ้าตัวเขาเองครับ... ไม่ใช่มาบอกผม"
"..."
คำพูดตรง ๆ เหล่านั้นแทบทุกคำของชองยุนโฮนั้นเปรียบเสมือนกับคมมีดที่ได้กรีดลึกลงกลางใจของปาร์คยูชอนให้เจ็บร้าว...
ความจริงเป็นอย่างไร ตัวเขาเองนั้นก็รู้ดีแก่ใจตั้งแต่แรก...
เพียงแต่ว่า...
เขาไม่อยากปล่อยมือจากคิมจุนซูไป...
เขาแค่ไม่อยากจะยกจุนซูให้กับใคร ๆ ...
เขาแค่อยากให้จุนซูรักเขามากยิ่งกว่าใคร ๆ และอะไรก็ตามบนโลกใบนี้...
ยุนโฮล้วงมือทั้งสองข้างลงในกระเป๋ากางเกงก่อนจะบอกลาสั้น ๆ เมื่อสังเกตเห็นอาการครุ่นคิดของคนตรงหน้าได้อย่างชัดเจน
"ถ้าอย่างนั้นวันนี้ผมลานะครับ คุณยูชอน"
แววตาของคุณชายคนรองที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมทำให้เขารู้สึกวางใจได้ว่าการมาพูดคุยในวันนี้นั้นจะทำให้ความไม่สบายใจของคนอีกหลายคนคงเริ่มจะดีขึ้นบ้าง... อย่างน้อยก็ทำให้แจจุงและเขารู้สึกสบายใจขึ้นมานิดหน่อยล่ะนะ...
ถ้าจะอยากได้ความรักมาไว้ในกำมือ...
ก็ต้องรู้จักไขว่คว้าหาหนทางให้ได้ความรักนั้นมาด้วยสองมือของตัวเองนะครับ คุณยูชอน...
ร่างสูงใหญ่คิดพลางออกเดินจนเกือบจะถึงหน้าประตูบานเดิม... เท้าข้างซ้ายของยุนโฮที่กำลังจะก้าวต่อกลับต้องชะงักกะทันหันเมื่อเสียงทุ้มนุ่มเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าของห้องทำงานนี้กลับดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
"เอ่อ... คุณยุนโฮครับ พี่แจจุงอยู่ในห้องหนังสือชั้นสองตรงสุดทางเดินของตึกตะวันตกน่ะครับ..."
"ผมทราบแล้วครับ ขอบคุณที่บอกด้วยก็แล้วกันนะครับ"หันกลับมาบอกพร้อมส่งรอยยิ้มทำนองขอบคุณด้วยความจริงใจกลับไปให้ ชายหนุ่มโค้งศีรษะลงนิดหนึ่งเพื่อเป็นการลาอีกครั้งก่อนจะงับบานประตูหนาหนักสลักลวดลายเรียบ ๆ ให้ปิดสนิทลงอย่างแผ่วเบา
.
.
.
"สวัสดีครับ คุณหมอ"เสียงแหบหากแหลมสูงเล็กน้อยส่งเสียงทักทายขึ้นเมื่อเห็นวงหน้าของคนที่เพิ่งเดินผ่านแนวรั้วของคฤหาสน์เข้ามาได้อย่างชัด ๆ
คนเป็นหมอหยุดเดินก่อนจะหันหน้ามาตามทิศทางของต้นเสียงแล้วยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นร่างเล็ก ๆ เจ้าของเสียงนั้นเต็มสองตา
"จุนซู..."
"วันนี้คุณหมอมาทำอะไรเหรอครับ? หรือว่าคุณชายใหญ่ป่วยอีกแล้วครับ?"ถามด้วยความสนใจใคร่รู้พลางทำหน้ากังวลกับข้อสันนิษฐานของตัวเองไปด้วย
ชิมชางมินหัวเราะออกมาเบา ๆ เมื่อรู้สึกเอ็นดูกับความคิดแสนบริสุทธิ์ของเด็กหนุ่มร่างเล็กตรงหน้าอยู่ไม่น้อย ร่างสูงโย่งเอื้อมมือออกไปขยี้ศีรษะซึ่งปกคลุมไปด้วยกลุ่มผมนุ่มนิ่มสีน้ำตาลเข้มสวยอย่างหมั่นเขี้ยวก่อนจะบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"คุณชายใหญ่ไม่ได้ไม่สบายหรอก วันนี้หมอแค่แวะมาตรวจสุขภาพเท่านั้นแหละ"
"จริงเหรอครับ?"ถามย้ำเสียงสูงด้วยความคลางแคลงใจเป็นอย่างยิ่ง
"จริงสิ... หมอจะโกหกไปทำไมกันล่ะ หืม?"
ร่างบอบบางทำท่าโล่งอกก่อนจะส่งยิ้มกว้างมากเสียจนตาหยีให้คนที่เดินอยู่เคียงข้างแล้วพูด
"งั้นก็ดีจังเลยครับ ผมไม่ชอบให้คุณชายใหญ่ไม่สบายเลย... คุณชายใหญ่ตัวบางนิดเดียว ถ้ายิ่งไม่สบายแล้วจะยิ่งผอมไปกันใหญ่เดี๋ยวเกิดปลิวตามลมไปล่ะยุ่งแน่ ๆ เลยครับ"
คุณหมอร่างสูงยิ้มตามเมื่อคนตัวเล็กเล่นบรรยายเสียจนเห็นภาพขนาดนั้น... ชางมินเอียงคอน้อย ๆ เมื่อความคิดดี ๆ บางอย่างได้แล่นวาบเข้ามาในสมองอันมากด้วยรอยหยักอย่างกะทันหัน นัยน์ตาสีดำสนิทจ้องมองวงหน้าหวาน ๆ ที่ในขณะนี้กำลังชื้นไปด้วยเหงื่อที่เกิดจากการทำงานบ้านอย่างขยันขันแข็งอยู่ชั่วครู่แล้วจึงค่อยตัดสินใจถามออกไปในที่สุดว่า
"จุนซูไม่ชอบให้คุณชายใหญ่ไม่สบาย แล้วคุณชายรองล่ะ ไม่สบายได้งั้นเหรอ?"
"ไมได้ครับ!! อ๊ะ!! อะ... เอ่อ.. ผะ... ผมหมายความว่า... นายท่านน่ะไม่ค่อยป่วยง่าย ๆ น่ะครับคุณหมอ ก็เลยไม่..."ตอบปฏิเสธรัวเร็วเสียจนลิ้นแทบจะพันกันก่อนจะหลบสายตารู้ทันไปอีกทางเสียเฉย ๆ เพราะเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลปนดำอ่อนจางคู่สวยไม่รู้ว่าควรจะต้องทำตัวอย่างไรดีในเวลาแบบนี้
"อืม... ถ้างั้นหมายความว่าจุนซูไม่ชอบให้คุณชายรองป่วยใช่ไหม?"ชางมินยกยิ้มเจ้าเล่ห์พลางถามคำถามปลายปิดแบบสุดขีดเพื่อต้อนให้ร่างเล็ก ๆ ตรงหน้านี้จนมุม... แบบไร้ทางออกและหนทางบ่ายเบี่ยงใด ๆ
"คะ ครับ"พยักหน้าลงเร็ว ๆ ในขณะที่แก้มเนียน ๆ ทั้งสองข้างนั้นถูกเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อด้วยความเขินอาย
"แล้วจุนซูคิดยังไงกับ..."
"อ้าว!! สวัสดีครับคุณหมอ"
เสียงทุ้ม ๆ ของบุคลที่สามซึ่งกำลังถูกกล่าวพาดพิงถึงดังขึ้นขัดจังหวะการถามคำถามแสนสำคัญของชิมชางมินไปเสียอย่างนั้น!
"สวัสดีครับคุณชายรอง"ชางมินหันไปโค้งศีรษะให้คนที่เพิ่งมาใหม่ครั้งหนึ่งพลางแอบบ่นในใจอย่างแสนเสียดายเพราะเกือบจะได้รู้อะไรดี ๆ เข้าให้เสียแล้ว ร่างสูงก้าวเท้าขึ้นไปยังบันไดหินอ่อนเตี้ย ๆ สองสามขั้นของประตูด้านหน้าของคฤหาสน์พลางส่งยิ้มกว้างให้ตามแบบฉบับ
ปาร์คยูชอนยิ้มตอบก่อนจะหันหน้ามาหาคนตัวเล็กที่กำลังยืนหันรีหันขวางอยู่แล้วบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"จุนซู... ช่วยไปเอาน้ำมาให้คุณหมอทีสิ"
"ครับนายท่าน... ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลยครับ"คนตัวเล็กโค้งกายรับคำสั่งก่อนจะวิ่งปรูดออกไปทางห้องครัวอย่างรวดเร็ว ท่าทางกระฉับกระเฉง คล่องแคล่ว น่ารักและน่าหลงใหลของเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลปนดำอ่อนจางสวยทำเอาชายหนุ่มร่างสูงเพรียวถึงกับอดยิ้มด้วยความรู้สึกเป็นสุขในใจลึก ๆ ออกมาไม่ได้
.
.
.
ประตูบานใหญ่ของห้องนอนห้องใหญ่ในทิศตะวันออกของคฤหาสน์ถูกเปิดออกหลังจากที่ชิมชางมินได้ใช้ข้อนิ้วเคาะเป็นจังหวะสั้น ๆ ไปแล้วสองสามครั้ง คุณหมอในเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีครีมแบบเรียบ ๆ ก้าวเท้าเข้ามาในห้องนอนที่อวลไปด้วยกลิ่นหอมอวลติดปลายจมูกอันเป็นเอกลักษณ์ของคุณชายใหญ่ของตระกูล สายตาคมสอดส่ายไปทั่วห้องหากกลับไม่พบร่างของเจ้าของห้องแม้เพียงแต่เงา
ร่างสูงก้าวเท้าออกเดินพลางส่งเสียงเรียกไปด้วย
"คุณแจจุงครับ? คุณแจจุง... คุณแจจุงอยู่ไหมครับ?"
ม่านเนื้อดีสีฟ้าโปร่งบางเบาถูกแง้มเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างบอบบางอ้อนแอ้นในอ้อมแขนของชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังก้าวเท้าให้พ้นขอบธรณีประตูแบบบานเลื่อนเพื่อกลับเข้ามายังภายในห้องนอน แจจุงที่กำลังถูกอุ้มจนตัวลอยอยู่ส่งเสียงทักผู้มาใหม่ที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี
"สวัสดีครับคุณหมอ"
"สวัสดีครับ คุณแจจุง... คุณยุนโฮด้วย"ฝ่ายถูกทักตอบกลับด้วยความสุภาพแล้วส่งยิ้มน้อย ๆ ให้เป็นการประกอบ
"สวัสดีครับคุณหมอ เดือนนี้นี่ถึงเวลาตรวจของแจจุงแล้วหรือครับ?"เจ้าของอ้อมแขนแข็งแรงถามพลางวางร่างบอบบางเบาหวิวราวดับไร้ซึ่งน้ำหนักของคนรักลงกับเตียงนอนนุ่มนิ่มขนาดควีนไซส์ให้อย่างเบามือ
ชางมินส่ายหน้าเป็นทำนองปฏิเสธพลางตอบ
"เปล่าครับ"
"อ้าว! แล้วทำไม..."หรี่ตาลงครึ่งหนึ่งด้วยความเคยชินของนิสัยพลางถาม
"ฉันเป็นคนขอร้องคุณหมอให้มาเองน่ะ ยุนโฮ"เสียงหวานติดจะแหบแห้งเล็กน้อยดังขึ้นในขณะที่เจ้าของเสียงนั้นแตะลงบนแนวไหล่แข็งแกร่งของคนที่นั่งอยู่ข้างกายด้วยอาการอ่อนหวาน
"คุณเรียกคุณหมอมา?"ย้อนเสียงสูงพลางขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจอย่างรุนแรง
"ใช่ครับ คุณแจจุงน่ะ ขอร้องให้ผมเอายาบางอย่างมาให้"
พอคุณหมอชิมชางมินพูดถึงตรงนี้ชายหนุ่มร่างสูงก็หันไปสบตากับคนตัวเล็กบางในชุดนอนสีขาวบริสุทธิ์แทบจะในทันที ทนายความหนุ่มประจำตระกูลเบิกตากว้างขึ้นเป็นสองเท่าก่อนจะถามราวกับจะย้ำขอความมั่นใจ
"จริงเหรอ? นี่คุณเอาจริงเหรอครับ แจจุง?"
ร่างบอบบางเจ้าของใบหน้าหวานละมุนไร้เครื่องแต่งแต้มใด ๆ พยักหน้าลงนิดหนึ่งเป็นการตอบรับก่อนจะเอนศีรษะลงซบกับแนวไหล่กว้างกรุ่นกลิ่นไอแดดแสนคุ้นเคย
นัยน์ตาสามคู่ประสานกันกลางอากาศว่าง ๆ ก่อนจะไม่มีเสียงสำเนียงใด ๆ เล็ดรอดออกมาจากปากใครสักคนที่นั่งอยู่ในห้องนอนของแจจุงอีกเลย
.
.
.
To Be Continued...
อ่า... เป็นยังไงกันบ้างคะ?
อ่านแล้วรู้สึกว่าเรื่องนี้คาร์แรคเตอร์ของปาร์คกับน้องแตกต่างจากเรื่องก่อนอย่างสุดขั้วเลยใช่มั้ยคะ^^
*หัวเราะปิดปาก*
ส่วนตัวแล้วเราชอบเรื่องนี้นะคะ เพราะนอกจากจะเป็นฟิคชั่นแบบไร้พล็อต (PWP) เรื่องแรกของเราแล้ว...
ปาร์คเรื่องนี้มันคุณชายได้ใจค่ะ!!
น้องก็เป็นคนรับใช้ที่น่าร้ากกกกกกกก เสียจนอยากจะลากกลับบ้าน (เฮ้ย! ไม่ใช่แล้ว)
ส่วนยุนแจนั้นก็ยังคงสวีทเหมือนเคยค่ะ เอิ๊ก ๆ
น้องมินก็เป็นตัวละครที่มาพร้อมความลับและการไขปริศนาเหมือนเคยเลยนะคะ
(แหม... เราทำยังกะน้องมินเป็นคินดะอิจิหรือโคนันอย่างงั้นแหละค่ะ ^o^)
แล้วเรื่องราวระหว่างนายท่านและคนรับใช้แสนน่ารักจะเป็นอย่างไรต่อไป...
ติดตามได้ในพาร์ทหน้าซึ่งเป็นพาร์ทจบนะค้า
สุดท้ายเราต้องขอขอบคุณคนอ่านทุกคนทั้งที่เม้นท์และไม่เม้นท์เลยค่ะ
ขอบคุณแฟนฟิคทุกคนด้วยนะคะ
เรารักพวกคุณมากที่สุดเลยค่ะ!!
ปล. อย่างที่บอกไปในโน้ตข้างบนอ่ะค่ะ
ว่าอีกสองวันเราจะไม่อยู่เมืองไทยแล้ว เพราะฉะนั้นตอนหน้าอาจจะลงช้าหน่อยนะคะ...
เพราะเราต้องดูความสามารถของเน็ตฯในที่พักของเราที่เกาหลีด้วยค่ะว่ามันจะโอเคมั้ยอ่ะค่ะ
แต่ขอสัญญานะคะว่าเสร็จเมื่อไรจะรีบมาลงให้ทันทีเลยค่ะ!
แล้วพบกันใหม่เร็ว ๆ นี้ค่ะ
อย่าลืมรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ^^
บ๋ายบาย^^bb
(ยังไงของมัน กร๊าก กร๊ากกกกกกกก)
(อิน ฮ่ะ อินไปนี้ดส์)