2008/Feb/26

 

The Gallery...

 

 

Author: Lucreazia

Fan-Fiction: TVXQ (Pairing: YunJae)

Kind: Short-Fiction

Rate: PG-17

Author's Note: ดีค่า คุณผู้อ่านที่รักทุกคนและแฟนฟิคทุกคน^^

ไม่ว่าจะกี่คราว... เราก็ยังหายหัวไปนานเหมือนเคย =w=

ขอโทษด้วยนะคะ เพราะช่วงนี้เราติดสอบน่ะค่ะเลยมาต่อช้า

กลับมาพูดเรื่องน้องฟิคนี้ตอนจบดีกว่าเนาะคะ...

ก็ตามสัญญาค่ะ มีฉากสวีทกิ๊บกิ้วอย่างที่ได้สปอยล์เอาไว้ในตอนทอล์คของพาร์ทที่แล้วอ่ะค่ะ^^

หวังว่าจะชอบกันนะคะ >x<

อ่า... ใช่ค่ะ เรื่องที่มีแฟนฟิคหลายท่านได้ถามเอาไว้ว่า...

"ทำไมยุนโฮถึงไม่ขายภาพปีกนางฟ้าให้แจจ๋า?"

คำตอบที่ทุกคนคาดเดานั่นแหละค่ะ มัน... มัน... ถูกต้องนะค้า!!!!

ยุนโฮแบบว่าอยากเจอแจแจค่ะ เลยไม่ขาย

ฮุวะฮ่า ๆๆๆๆ แผนสูงเข้าไปนะตาหมี (<<ได้ข่าวว่าแกแต่งเอง -"- )

เอาล่ะค่ะ น้องฟิคเรื่องนี้พาร์ทจบจะเป็นยังไงนั้น เชิญอ่านได้เลยค่ะ!!

ขอให้สนุกกับการอ่านเหมือนเคยนะคะ

ขอบคุณคนอ่านทุกคนทั้งที่เม้นท์และไม่เม้นท์เลยค่ะ^^

ขอบคุณมาก ๆ จริงค่ะ!

 

 

**ฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จริงแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน... และถ้าอ่านแล้วไม่ชอบใจหรือรับไม่ได้ กรุณาปิดหน้าเวบเพจนี้ลงอย่างสันติ ขอความกรุณาอย่าก่อกวนโดยการเม้นท์ต่อว่านะคะ ขอบคุณค่ะ**

 

 

The Gallery...

(Chapter: 02/02) --END--

By: Lucreazia

 

.

.

.

 

"สวัสดีครับ..."เสียงแหบนิด ๆ ลอยมาตามลมก่อนที่เจ้าของเสียงจะโผล่หน้าเข้ามาภายในตัวบ้านหรูหราที่ตั้งอยู่แถบย่านอับกูจองของกรุงโซล

 

เจ้าของร่างเล็กบางในเสื้อยืดเนื้อนิ่มพิมพ์ลายกราฟฟิคสดใสกับกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้มจัดสาวเท้าเข้ามายังบริเวณบันไดเตี้ย ๆ ตรงหน้ามุขพลางจัดแจงถอดรองเท้าผ้าใบคู่เก่งออก แจจุงวางถุงพลาสติกขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ที่ตนเองถือติดมือมาด้วยลงบนชั้นวางของซึ่งมีความสูงเท่าเอวอย่างระมัดระวังก่อนจะเอื้อมมือลงไปจัดรองเท้าที่เพิ่งจะถูกถอดออกเมื่อครู่ให้วางอยู่ในลักษณะที่เป็นระเบียบเรียบร้อยด้วยความเคยชินของนิสัย

 

"คุณยุนโฮ... คุณยุนโฮอยู่ไหมครับ?"ร่างเล็กบางร้องถามพลางก้าวเท้ายาว ๆ เพื่อตรงเข้าไปยังห้องครัวโดยไม่ลืมที่จะหยิบเอาเจ้าถุงที่ได้ไว้วางเอาไว้บนชั้นในตอนแรกติดมือไปด้วย

 

ข้อเท้าคู่เล็กพาเจ้าของของมันมาถึงบริเวณห้องครัวของบ้านหลังไม่เล็กไม่ใหญ่สไตล์โพสท์โมเดิร์น แม้ข้างในบ้านจะมีเฟอร์นิเจอร์อยู่น้อยชิ้น... หากเครื่องเรือนและของตกแต่งบ้านแต่ละชิ้นแต่ละอันที่มีอยู่กลับลงตัวเหมาะเจาะ สามารถใช้สอยประโยชน์ได้จริงและยังบ่งบอกถึงความมีรสนิยมของผู้เป็นเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดีทีเดียว

 

ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อพรูลมหายใจออกมาเป็นทางยาวเมื่อเจ้าตัวนั้นไม่พบร่างสูง ๆ ของคนที่อยากจะเจอมากที่สุดในขณะนี้แต่อย่างใด มือเรียวเล็กขาวจัดเอื้อมลงไปหยิบกล่องทัปเปอร์แวร์ทรงสี่เหลี่ยมซึ่งถูกปิดฝาจนสนิทออกมาจากถุงพลาสติกแล้วค่อย ๆ นำมันวางลงบนโต๊ะเตรียมอาหารที่ถูกสร้างขึ้นมาจากโครงไม้หยาบ ๆ ซึ่งตั้งอยู่ตรงกลางห้องครัวก่อนจะหมุนตัวหันหลังกลับแล้วเดินลากเท้าอย่างเอื่อยเฉื่อยไปตามระเบียงยาว ๆ โดยมีจุดหมายอยู่ที่ห้องนั่งเล่น

 

นัยน์ตาสีดำสนิทราวความมืดมิดของยามค่ำคืนจ้องมองผ่านกระจกบานใสขนาดใหญ่ติดกันหลายบานที่ถูกติดเอาไว้ตรงระเบียงทางเดิน แสงแดดสีส้มอมแดงในยามเย็นสาดส่องลากไล้เป็นแนวยาวลงบนที่นั่งทำจากไม้เนื้อแข็ง ๆ สีน้ำตาลแก่ของชิงช้าขนาดพอให้ผู้ใหญ่สองคนนั่งที่ถูกตั้งเอาไว้ในสวน ดอกไม้สีสันสดใสหลากพันธุ์ซึ่งกำลังผลิดอกชูช่อบานสะพรั่งราวกับจะอวดโฉมถูกปลูกเรียงรายผ่านเข้ามาในกรอบสายตาของแจจุง... ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้านั้นทำเอาคนตัวเล็กบางอดที่จะอมยิ้มออกมาไม่ได้

 

การตกแต่งทุกส่วนของบ้านด้วยความรักและเอาใจใส่...

 

ถือเป็นข้อดีอีกข้อหนึ่งของผู้ชายที่ชื่อชองยุนโฮ

 

ร่างบางละสายตาจากทัศนียภาพงดงามเบื้องหน้าก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเท้าให้พ้นขอบธรณีประตูของห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่เข้าไป

 

"คุณยุนโฮ... วันนี้ผมเอาแกงกิมจิทำเองมาฝากด้วยนะครับ... คุณยุนโฮอยู่ไหมครับ?"ป้องปากเรียกชื่อของชายหนุ่มพลางสอดส่ายสายตาไปทั่วห้องก็กลับไม่พบกับร่างของเจ้าของชื่อแต่อย่างใด

 

แจจุงขมวดคิ้วเข้าหากันจนมันแทบจะพันกันยุ่งพลางออกเดินตามหาเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำจนแทบจะทั่วบ้าน คนตัวเล็กบางจรดปลายเท้าลงบนพื้นที่ถูกปูด้วยหินอ่อนชั้นดีก่อนจะมาหยุดลงตรงข้างหน้าห้องล้างภาพห้องเล็ก ๆ ที่ถูกจัดเป็นสัดเป็นส่วนอยู่ในห้องทำงานทางทิศตะวันตกของบ้านเป็นที่สุดท้าย

 

ริมฝีปากอิ่มสวยสีชมพูระเรื่อพรูลมหายใจออกมาเป็นทางยาวก่อนเจ้าของของมันจะออกแรงลากเก้าอี้หวายแบบมีพนักพิงขนาดกะทัดรัดให้เลื่อนมาตั้งอยู่ตรงข้ามกับประตู แจจุงบิดขี้เกียจแก้เมื่อยเล็กน้อยพอเป็นพิธีก่อนจะฉวยเอาหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊คเล่มเล็กที่ถูกวางทิ้งเอาไว้บนพื้นขึ้นมาดูอยู่ครู่หนึ่ง มือเรียวเล็กขาวจัดพลิกหนังสือเล่มนั้นให้หงายขึ้นเพื่ออ่านข้อความตรงหลังปกพลางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้เพื่อคอยการออกมาของคนที่วัน ๆ เอาแต่หมกตัวทำงานอยู่ข้างในห้องมืด ๆ

 

เพียงไม่กี่อึดใจต่อมาประตูหนาหนักสีน้ำตาลเข้มก็ถูกเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงในเสื้อยืดสีชมพูอ่อนยับยู่กับกางเกงขาสามส่วน... ซึ่งดูเผิน ๆ แล้วเหมือนเจ้าตัวนั้นเพิ่งจะลุกออกมาจากที่นอนไม่มีผิดเพี้ยน แจจุงที่กำลังนั่งเอกเขนกอ่านหนังสือไปได้แค่สองสามหน้าพลันวางพ็อคเก็ตบุ๊คเล่มนั้นลงบนตักแทบในทันทีก่อนจะส่งยิ้มกว้างขวางให้ชายหนุ่มด้วยความยินดีอย่างที่สุด

 

"งานเสร็จแล้วเหรอครับ?"

 

"อืม... แล้วนี่มาตั้งแต่เมื่อไหร่?"ชองยุนโฮพยักหน้านิดหนึ่งก่อนจะถามกลับ

 

ใบหน้าหล่อเหลาในยามนี้กลับดูซูบลงไปเล็กน้อยเพราะเจ้าของของมันกำลังโหมเร่งถ่ายภาพคอลเลคชั่นใหม่ชนิดที่เรียกได้ว่าทำงานแทบทั้งวันทั้งคืนจนไม่ได้พักผ่อน แจจุงเหลือบมองแก้มเซียว ๆ และไรหนวดที่เริ่มขึ้นอยู่เหนือริมฝีปากบาง ๆ ได้รูปสวยของคนตัวโตตรงหน้าพลางลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูงก่อนจะพูด

 

"เพิ่งจะมาเมื่อกี๊เองครับ... วันนี้คุณยุนโฮทานข้าวแล้วหรือยังครับเนี่ย?"

 

"ยังเลย วันนี้ฉันยุ่งอยู่ในห้องล้างภาพตั้งแต่เช้า"ตอบพร้อมกับจ้องมองดวงหน้าหวาน ๆ ของร่างบางด้วยความสงสัยใคร่รู้

ชายหนุ่มหรี่ตาลงครึ่งหนึ่งด้วยความเคยชินของนิสัยก่อนจะอดรนทนไม่ได้ที่จะโพล่งถามคำถามที่อยากรู้ออกไปในที่สุด

 

"ทำไม? มีอะไรงั้นเหรอ?"

 

"เปล่าครับ"ร่างบอบบางสั่นศีรษะจนกลุ่มผมนุ่มนิ่มสีทองสว่างกระจายพลางหลบสายตาของชายหนุ่มลงไปมองพื้นหินอ่อนสีเทาจาง ๆ แทน

 

"คิมแจจุง"

 

เสียงทุ้มเน้นหนักแลดูคล้ายกับกำลังข่มขู่คุกคามอยู่กลาย ๆ น้ำเสียงที่แฝงแววแห่งคำสั่งนั้นดุมากเสียจนร่างบอบบางในเสื้อยืดพิมพ์ลายกราฟฟิคสดใสต้องเงยหน้าขึ้นมาสบตาสีน้ำตาลเข้มจัดแล้วบอกเสียงอ่อย

 

"ก็... ก็ผมแค่คิดว่า... คุณยุนโฮยังไม่ได้ทานข้าวเลยตั้งแต่เช้า แล้ว... คือ... พอดีว่าผมทำแกงกิมจิมาให้คุณน่ะครับ ผมก็เลยอยากให้คุณยุนโฮทานมันก็แค่นั้นเอง"

 

"จริงเหรอ?"ย้อนถามเสียงสูงพร้อมกับเบิกตาโตขึ้นด้วยความแปลกใจ เพราะนานแล้วที่ชายหนุ่มไม่มีใครคอยดูแลเอาใจใส่ในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างที่ร่างเล็กบางตรงหน้านี้กำลังทำอยู่ แจจุงสาวเท้าเข้ามาใกล้เสียจนร่างสูงกว่าได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัวที่ลอยละลิ่วมาตามลมจนกระทบฆานประสาท

 

"จริงสิครับ ผมน่ะเป็นคนทำเองกับมือเลยนะครับ"ยืนยันหนักแน่นพลางยิ้มจนตาหยีด้วยความภูมิอกภูมิใจในฝีมือทำกับข้าวของตัวเองอยู่ไม่น้อย

 

ชายหนุ่มร่างสูงเจ้าของผมทรงหางม้าไม่ตอบว่ากระไรหากเอื้อมมือออกไปขยี้กลุ่มผมนุ่มนิ่มสีทองสุกปลั่งราวเส้นไหมชั้นดีด้วยความเอ็นดูระคนกับความรู้สึกเป็นสุขในใจลึก ๆ ซึ่งไม่รู้ว่าก่อตัวขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่...

 

อาจจะตั้งแต่แวบแรกที่เดินสวนกันในประตูกระจกที่อาร์ทแกลลอรี่...

 

หรืออาจจะเป็นแวบแรกที่ได้สบตาโต ๆ แสนสวยคู่นั้นก็ไม่อาจจะทราบได้...

 

เพราะมีเพียงแค่คนสองคนเท่านั้นที่รู้ดีที่สุด...

 

ยุนโฮเลื่อนมือข้างขวาของตนจากศีรษะซึ่งปกคลุมไปด้วยกลุ่มผมนุ่มนิ่มสีทองสว่างลงไปเกาะกุมมือเล็ก ๆ ขาวจัดเอาไว้แนบแน่นแทนพร้อมกับทำท่าพยักเพยิดให้ร่างบอบบางเป็นฝ่ายออกเดินไปยังห้องทานอาหารก่อน ในขณะที่ริมฝีปากบางเฉียบนั้นกำลังยกยิ้มอ่อนโยนอย่างที่สุดเท่าที่จะทำได้ในชีวิตให้กับคนที่อุตส่าห์ลงทุนทำแกงกิมจิมาฝากตัวเขาให้ได้เห็นเพียงคนเดียว

 

แจจุงแอบหัวเราะออกมาเบา ๆ เมื่อสังเกตเห็นการกระทำแสนน่ารักและอ่อนโยนของคนตัวโตกว่าพลางออกแรงลากแขนของช่างภาพหนุ่มให้ออกเดินไปตามระเบียงยาว ๆ ที่จำเป็นต้องผ่านก่อนจะไปถึงห้องครัวด้วยกัน

 

.

.

.

 

ขาเรียวยาวภายใต้กางเกงขาสั้นสีขาวสะอาดพาเจ้าของของมันมาหยุดลงตรงระเบียงซึ่งยื่นออกไปติดกับสวนของบ้าน คิมแจจุงจ้องมองแผ่นหลังกว้าง ๆ ของชายหนุ่มคนรักที่กำลังรัวนิ้วกดชัตเตอร์ของกล้องติด ๆ กันด้วยความชื่นชมหลงใหลที่ฉายชัดออกมาทางแววตาและสีหน้า คนตัวเล็กเดินลากเท้าให้เข้าไปใกล้ร่างสูง ๆ ของยุนโฮมากขึ้นกว่าเดิมก่อนจะแตะปลายนิ้วลงบนไหล่แข็งแรงข้างหนึ่งแล้วถามด้วยน้ำเสียงสนใจใคร่รู้

 

"ยุนโฮ... กำลังถ่ายภาพอะไรอยู่เหรอครับ?"

 

เจ้าของชื่อละมือจากการถ่ายภาพก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาสีดำสนิทคู่สวยพร้อมกับย้อนถาม

 

"หืม? อยากรู้เหรอ?"

 

"อื้ม..."พยักหน้าลงเร็ว ๆ สองสามครั้งก่อนจะยิ้มงดงามส่งให้เจ้าของผมทรงหางม้าทั้งปากและนัยน์ตา

 

"งั้นมานี่สิ"ชายหนุ่มขยับตัวให้อยู่ในที่สบายขึ้นก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งตบลงตรงที่ว่างตรงกลางระหว่างขาทั้งสองข้างของตนสองสามทีเป็นทำนองสั่งเล็กน้อย

 

แจจุงสาวเท้าให้เข้ามาใกล้คนตัวโตกว่าอีกนิดก่อนจะย่อเข่าแล้วทรุดตัวลงนั่งตรงที่ว่างนั้น ร่างบอบบางในชุดลำลองสบาย ๆ เอนศีรษะซึ่งปกคลุมไปด้วยกลุ่มผมสีทองสว่างให้เอนซบลงบนแนวไหล่แข็งแรงซึ่งกรุ่นไปด้วยกลิ่นไอแดดแสนคุ้นเคยของคนรักอย่างสบายอกสบายใจ

 

มือใหญ่ ๆ ประคองกล้องดีเอสแอลอาร์เอาไว้ด้วยมือข้างหนึ่งก่อนจะใช้มืออีกข้างที่ว่างกอบกุมมือเรียวเล็กขาวผ่องของคนที่ตกอยู่ในอ้อมกอดแบบกลาย ๆ ให้เลื่อนขึ้นมาจับตัวกล้องเอาไว้มั่น ชองยุนโฮประคองกล้องสุดรักสุดหวงให้เลื่อนขึ้นมาอยู่ในระดับสายตาของร่างเล็กบางเจ้าของใบหน้าหวานละมุนที่อยู่ในอ้อมแขนก่อนจะกระซิบเสียงต่ำชิดริมหู

 

"เอ้า... ทีนี้ลองมองผ่านเลนส์สิ จะได้รู้ว่าฉันถ่ายภาพอะไรอยู่"

 

ดวงตาโต ๆ คู่สวยจ้องมองผ่านเลนล์กล้องไปก็พบกับภาพของนกสองตัวที่กำลังไซ้ขนปีกให้กันและกันอยู่บนยอดไม้ที่สูงลิบลิ่ว... แม้แจจุงไม่อาจจะแยกแยะสายพันธุ์หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ของเจ้านกคู่รักตรงหน้านี้ได้ แต่ภาพของความน่ารักแสนน่าประทับใจที่ถูกสรรสร้างด้วยมือของธรรมชาตินั้นทำเอาคนตัวเล็กถึงกับเผลอเผยรอยยิ้มแสนอ่อนโยนออกมาเสียจนคนที่นั่งซ้อนอยู่ข้างหลังถึงกับอดยิ้มตามไปด้วยไม่ได้

 

"ชอบไหม?"เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นอยู่ข้างหูอีกครั้งก่อนเจ้าของเสียงน่าฟังนั้นจะเอาคางวางเกยลงบนไหล่เล็กลาดของแจจุงราวกับต้องการจะออดอ้อนอ่อนหวาน

 

"อื้อ... ชอบครับ"ร่างบางตอบรับเสียงอยู่แค่ในลำคอในขณะที่เอนศีรษะให้แนบแอบอิงไปกับดวงหน้าหล่อเหลาคมคายของชายหนุ่มคนรักซึ่งเกยคางอยู่บนไหล่

 

ชายหนุ่มกระชับมือทั้งสองที่ประสานกันแน่นอยู่ตรงเอวเล็ก ๆ ของแจจุงให้แน่นขึ้นก่อนจะประทับริมฝีปากลงตรงข้างขมับซึ่งกรุ่นไปด้วยกลิ่นหอมแสนคุ้นเคยของคนรักตัวเล็กอย่างทะนุถนอมอ่อนโยนอย่างที่สุด อีกไม่กี่นาทีต่อมาเจ้าของผมทรงหางม้าจึงค่อยเอ่ยกระซิบชิดริมหูเล็ก ๆ ของแจจุงอีกครั้งหนึ่ง

 

"แจจุง... ฉันมีอะไรอยากให้ดูน่ะ"

 

คนตัวเล็กบางในอ้อมแขนละสายตาจากการมองผ่านเลนส์กล้องก่อนจะหันหน้ากลับมาถามพร้อมกับเอียงคอน้อย ๆ ด้วยท่าทางที่คล้ายลูกแมวตัวน้อยขี้สงสัย

 

"อะไรเหรอครับ?"

 

"ไม่บอก ต้องดูเอง"ตอบพลางยิ้มกว้างเสียจนคนฟังเห็นฟันขาวเรียงเป็นระเบียบชัดเจน ชองยุนโฮลุกยืนขึ้นจนเต็มความสูงก่อนจะจัดแจงฉุดมือของร่างบอบบางให้ลุกขึ้นตามไปด้วย

 

แจจุงถูกมือใหญ่ ๆ ของชายหนุ่มพาออกเดินไปยังหน้าห้องทำงานทางทิศตะวันตกของบ้าน คนตัวเล็กทำหน้าสงสัยก่อนจะเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ

 

"ยุนโฮ... อะไรเหรอครับที่คุณอยากให้ผมเห็น"

 

คนตัวสูงกว่าไม่ตอบว่ากระไรในขณะที่ชี้นิ้วไปที่ซองจดหมายเรียบ ๆ สีครีมสวยขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ที่ถูกติดสก็อตเทปแปะเอาไว้กับประตูไม้แทน ร่างเล็กบางเบิกตาโต ๆ คู่สวยมากขึ้นเป็นสองเท่าพลางทำหน้าเหรอหรามากยิ่งขึ้นไปอีก

 

ร่างสูงเจ้าของผมทรงหางม้ายกยิ้มอ่อนโยนกับท่าทางแสนบริสุทธิ์ไร้เดียงสาของคนรักตัวเล็กก่อนจะใช้มือขยี้ลงบนกลุ่มผมนุ่มนิ่มสีทองสว่างแล้วบอก

 

"เปิดดูเอาเองก็แล้วกันนะ..."พูดจบร่างสูงในเสื้อเชิ้ตยับย่นที่แขนเสื้อถูกพับขึ้นมาจนถึงข้อศอกก็รีบสาวเท้ายาว ๆ เดินลับหายไปจากสายตา

 

คิมแจจุงยืนนิ่งอยู่กับที่พร้อมกับทำหน้างงงวยกับสิ่งที่ชายหนุ่มพูดและกระทำอยู่ไม่น้อย ในวินาทีถัดมามือเรียวขาวผ่องจึงเอื้อมออกไปหยิบเจ้าซองจดหมายนั้นให้หลุดออกจากการถูกแปะอยู่บนฝาประตูห้อง เจ้าของใบหน้าหวานละมุนพลิกด้านหลังของซองกระดาษสีครีมเพื่อเปิด ข้างในนั้นปรากฏรูปถ่ายโพลารอยด์ใบหนึ่ง...

 

ซึ่งเป็นภาพถ่ายของตัวเองตอนเผลอนอนกลางวันอยู่บนโซฟาตัวยาวในห้องนั่งเล่นเมื่อไม่กี่วันก่อนนี้เอง!!!

 

แจจุงรู้สึกเขินขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ก่อนจะบ่นขมุบขมิบต่อว่าคนรักที่แอบถ่ายภาพของเขาตอนนอนหลับเอาไว้โดยไม่บอกไปตามเรื่องตามราว ใจหนึ่งก็แอบรู้สึกดีกับการหยอกล้อของคนรักอยู่ไม่น้อย หากอีกใจกลับเขินอายมากเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น แก้มเนียน ๆ ถูกเปลี่ยนเป็นสีชมพูจาง ๆ เพราะเลือดที่ถูกสูบฉีด คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันมุ่นในขณะที่สายตากลับไปพบกับข้อความบางอย่างที่ถูกเขียนด้วยลายมือหวัด ๆ หนักแน่นสมเป็นผู้ชายอยู่ตรงด้านล่างของภาพถ่าย

 

‘ลูกแมวน้อยขี้เซา!'

 

คนตัวเล็กไม่รู้ว่าจะสรรหาคำว่าอะไรออกมาบอกหรือบรรยายความรู้สึกในขณะนี้ได้ดีไปกว่าการมองหาเจ้าของลายมือที่ถูกเขียนอยู่บนรูปโพลารอยด์ใบนี้อย่างเอาเป็นเอาตาย เมื่อไม่พบร่างสูงแสนคุ้นตาแต่อย่างใด คนตัวเล็กในเสื้อยืดเนื้อนิ่มจึงค่อย ๆ ล้วงมือลงไปในซองจดหมายนั้นอีกครั้งหนึ่งเมื่อรู้สึกได้ถึงสัมผัสแข็ง ๆ ของอะไรบางอย่างที่ก้นซอง

 

เมื่อเจ้าของผมสีทองบลอนด์สวยหยิบเจ้าวัตถุนั้นออกมาได้จึงแบมือออกดู... ตรงกลางฝ่ามือเล็ก ๆ มีกุญแจทำจากโลหะผิวเรียบสีเงินสวยดอกหนึ่งปรากฏอยู่ แจจุงหรี่ตาลงครึ่งหนึ่งด้วยความประหลาดใจก่อนจะล้วงมือเข้าไปควานหากระดาษที่น่าจะมีอยู่ในซองจดหมายอีกครั้ง

 

ปลายนิ้วเรียวยาวแตะถูกมุมของกระดาษแผ่นเล็ก... แจจุงจึงรีบใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางคีบมันออกมาดูอย่างรวดเร็ว กระดาษโน้ตแผ่นเล็กมีลายมือแบบเดียวกันเขียนข้อความสั้น ๆ เอาไว้ว่า

 

‘กุญแจห้องทำงานอีกห้อง... ของอยู่ข้างในห้องนั้น'

 

นัยน์ตาสีดำสนิทคู่สวยส่องประกายล้อแสงไฟด้านบนวิบวับเมื่อเดาได้ถึงกระแสความรู้สึกบางอย่างที่ถูกซุกซ่อนอยู่ในข้อความและทุก ๆ อย่างที่ชองยุนโฮได้เตรียมเอาไว้ให้ตนเองได้อยู่ราง ๆ ริมฝีปากอิ่มชื้นสีสดคลี่ยิ้มงดงามตามแบบฉบับออกมาในขณะที่เจ้าของของมันเดินลากเท้าไปตามระเบียงยาว ๆ อีกครั้ง

 

.

.

.

 

ประตูไม้สีน้ำตาลเข้มจัดจนเกือบดำถูกเปิดออกได้อย่างง่ายดายเมื่อคนตัวเล็กใช้กุญแจดอกที่เพิ่งจะได้รับมาเมื่อครู่ไขเข้ามา ปลายเท้าของร่างบางแตะลงบนพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบสีชมพูอ่อนจางสวยงามราวกับถูกสะบัดแต่งแต้มด้วยพู่กันของจิตกรฝีมือเอก ร่างบอบบางเจ้าของนัยน์ตาสีดำสนิทเอื้อมมือออกไปกดสวิตช์ไฟภายในห้อง แสงไฟจากหลอดฟลูออลเรสเซ้นต์กระพริบติด ๆ กันสองสามครั้งก่อนจะส่องแสงไฟสีขาวนวลตาให้ความสว่างแก่ภายในห้อง

 

แจจุงเดินเข้าไปในห้องช้า ๆ ก่อนจะหยุดยืนนิ่งราวกับร่างกายนั้นไม่อาจจะขยับได้แม้เพียงปลายนิ้ว เมื่อสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าคือภาพถ่ายฝีมือของช่างภาพมากด้วยพรสวรรค์ชื่อชองยุนโฮ... ภาพถ่ายที่ตัวเขารู้สึกประทับใจมาตั้งแต่แวบแรกที่เห็นในอาร์ทแกลลอรี่ย่านชานเมือง...

 

ภาพ‘ปีกนางฟ้า'นั่นเอง...

 

ภาพถ่ายแสนงดงามภาพนั้นได้ถูกจัดวางเอาไว้บนโต๊ะตัวใหญ่กลางห้องราวกับมันกำลังรอคอยการมาของเขาอยู่ก่อนแล้วอย่างไรอย่างนั้น

 

แจจุงเม้มปากเข้าหากันแน่นในขณะที่พยายามกลั้นน้ำตาแห่งความดีใจเอาไว้ไม่ให้ไหลลงมาตามร่องแก้มเนียน ๆ อย่างสุดความสามารถ มือเรียวเล็กเกาะกุมลงตรงหน้าอกข้างซ้ายของตนแน่นเมื่อความรู้สึกว่าตัวเองนั้นเป็นที่รักมากขนาดไหนกำลังเอ่อล้นเสียจนแทบจะเก็บเอาไว้ไม่อยู่

 

ร่างเล็กบางเลื่อนไล้มือไปตามกรอบรูปขนาดใหญ่แผ่วเบาราวกับกลัวว่าหากสัมผัสแรงกว่านี้แม้เพียงนิด... จะทำให้รูปภาพข้างในนั้นถึงกับแตกสลายพังทลายลงได้...

 

เรียวปากอิ่มสวยบิดโค้งขึ้นแย้มยิ้มงดงามจับตาในขณะที่หยาดน้ำตาอุ่น ๆ กำลังไหลอาบแก้มนวลเปล่งปลั่งเนื่องจากความยินดีเป็นล้นพ้นกำลังแล่นปราดไปทั่วร่าง... ทั้งรู้สึกปลาบปลื้ม ทั้งรู้สึกดีใจมากเสียจนไม่อาจจะบรรยายความรู้สึกให้ออกมาเป็นคำพูดที่สวยหรูได้

 

เจ้าของนัยน์ตาสีดำสนิทราวความมืดมิดของยามค่ำคืนยกหลังมือข้างหนึ่งขึ้นมาปาดน้ำตาลวก ๆ ก่อนจะหมุนส้นเท้าหันหลังกลับเพื่อเดินออกจากห้องทำงานอีกห้องของช่างภาพหนุ่มด้วยความรวดเร็ว ขาเรียวยาวภายใต้กางเกงขาสั้นพาเจ้าของของมันออกตามร่างของชายหนุ่มคนรักไปจนแทบจะทั่วบ้าน พลันสายตาของคนตัวเล็กก็พบกับร่างสูงใหญ่ของยุนโฮที่กำลังนั่งอ่านนิตยสารเล่มหนึ่งอยู่บนชิงช้าในสวนด้วยท่าทางสบาย ๆ ราวกับเจ้าตัวนั้นกำลังมีความสุขนักหนา

 

เจ้าของใบหน้าสวยถลาลงจากริมระเบียงที่ยื่นออกไปติดกับสวนแทบจะในทันที เท้าเปล่าเปลือยเหยียบย่ำลงบนพื้นหญ้าเขียวชอุ่มก่อนเจ้าของของมันจะโถมร่างเข้าไปหาคนตัวโตกว่าด้วยความรวดเร็ว ร่างเล็ก ๆ กลั้นอาการสะอึกสะอื้นพลางกอดคอของช่างภาพหนุ่มแน่นราวกับกลัวว่าคนตรงหน้าจะหนีหายไปไกลสุดขอบฟ้า...

 

ชองยุนโฮยกมือขึ้นมาขยับแว่นตากรอบดำให้เข้าที่ก่อนจะเลื่อนปลายนิ้วไล้ไปตามความยาวของแผ่นหลังบอบบางพลางถามขึ้นด้วยเสียงทุ้มนุ่มข้างหูเล็ก ๆ

 

"แจจุง... เป็นอะไรไป หือ?"

 

"..."

 

ไร้ซึ่งการตอบรับจากร่างบางเจ้าของกลิ่นหอมกรุ่นกำจายอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแต่อย่างใด แจจุงซบหน้าลงกับอกแข็งแรงกรุ่นกลิ่นไอแดดแสนคุ้นเคยของชายหนุ่มให้แนบแน่นมากยิ่งขึ้นไปอีกพลางใช้หลังมือข้างหนึ่งปาดน้ำตาที่กำลังเอ่อล้นออกมาจากขอบตาร้อนผ่าวไปด้วย

 

ชองยุนโฮเลื่อนปลายนิ้วแข็ง ๆ ของตนขึ้นไปซับรอยน้ำตาอุ่น ๆ ที่เปรอะแก้มขาวนวลให้ด้วยความอ่อนโยน เรียวปากบางสวยได้รูปแนบประทับลงกลางกระหม่อมบอบบางของคนตัวเล็กที่บัดนี้ตกอยู่ในอ้อมกอดแบบกลาย ๆ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงอีกครั้ง

 

"ร้องไห้อย่างนี้... ไม่ชอบของหรอกเหรอ?"

 

"เปล่าครับ... ไม่ใช่อย่างนั้น"เจ้าของผมสีทองบลอนด์สวยเป็นประกายยามต้องแสงสั่นศีรษะก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมามองวงหน้าคมคายของชายหนุ่มจนเต็มตา

 

"ถ้าไม่ใช่... แล้วร้องไห้ทำไม?"

 

"ก็... ก็... ก็ไหนยุนโฮเคยบอกผมว่าจะไม่ขาย แล้วอยู่ ๆ ก็มาขาย..."เสียงแหบนิด ๆ ขาดกระท่อนกระแท่นก่อนจะเงียบหายไปทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวยังพูดไม่ทันจะจบประโยคดีด้วยซ้ำ เพราะเจ้าของอ้อมแขนแข็งแรงเป็นฝ่ายชิงพูดขึ้นมาเสียก่อนว่า

 

"นี่ก็ไม่ได้ขายสักหน่อยนี่..."

 

"!!?"คนฟังทำหน้าตาตื่นด้วยความแปลกใจอย่างที่สุด ดวงตาโต ๆ คู่สวยเบิกกว้างมากขึ้นเกือบเท่าตัวก่อนเจ้าของของมันจะเอียงคอน้อย ๆ ซึ่งเป็นท่าประจำยามคนตัวเล็กบางกำลังนึกสงสัยอะไรบางอย่าง

 

มือเรียวแข็งแรงของยุนโฮเอื้อมออกไปแตะแนวแก้มนวลเนียนของคนในอ้อมกอดก่อนเจ้าตัวจะใช้ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยร่องลึกเหนือคางใต้ริมฝีปากอิ่มชื้นสีสดของแจจุงอย่างอดใจเอาไว้ไม่อยู่ ชายหนุ่มจ้องมองเสี้ยวหน้างดงามโดยไม่อาจจะละสายตาได้แม้เสี้ยววินาที... ในขณะที่ความรักและความหลงใหลนั้นถูกฉายชัดผ่านนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจัดจนเกือบดำของชายหนุ่มออกมาจนหมดสิ้น

 

"ภาพนั้นน่ะฉันให้แจจุง... ให้คิมแจจุงคนเดียวเท่านั้น เข้าใจไหม?"

 

"..."

 

เจ้าของชื่อเม้มปากเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรงก่อนปล่อยให้ทำนบน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่คิดจะเหนี่ยวรั้งใด ๆ อีกต่อไป น้ำตาอุ่น ๆ ซึ่งไหลจากร่องแก้มเนียน ๆ นั้นหยดเผาะลงบนหลังมือขาวผ่องราวกับเม็ดฝนร่วงหล่นลงจากฟากฟ้า ไหล่เล็กบางไหวสะท้านไปตามแรงสะอื้นลึกในขณะที่เจ้าของของมันกำลังซุกหน้าลงกับอ้อมอกแสนอบอุ่นคุ้นเคย... อ้อมกอดซึ่งเป็นที่พิเศษสำหรับเขาแต่เพียงผู้เดียว...

 

"อ้าว! แล้วนี่เป็นอะไรไปอีกล่ะเนี่ย หือ?"ยุนโฮถามพางหัวเราะลงคอด้วยความเอ็นดูอยู่ไม่น้อย นิ้วชี้เรียวยาวเอื้อมไปเกี่ยวเอาปอยผมนุ่มนิ่มบางส่วนที่ตกลงมาระแก้มเนียน ๆ ของร่างเล็กให้ขึ้นไปทัดหลังใบหูนิ่มให้อย่างอ่อนโยน

 

คนที่กำลังตกอยู่ในปราการอ้อมกอดสูดลมหายใจเป็นจังหวะสั้น ๆ ก่อนจะพึมพำด้วยเสียงขึ้นจมูกออกมาเบา ๆ ราวกับเสียงกระซิบของสายลม

 

"ขอบคุณครับ... ขอบคุณ..."

 

เสียงแหบนิด  ๆ ที่หากตั้งใจฟังให้ดี ๆ แล้วกลับให้ความไพเราะหวานหูอยู่ไม่น้อยซึ่งดังขึ้นอู้อี้อยู่ตรงอกนั้นสามารถเรียกรอยยิ้มกว้างขวางจากคนตัวโตกว่าได้เป็นอย่างดี ชายหนุ่มเจ้าของผมทรงหางม้าเลื่อนมือข้างหนึ่งขึ้นมาขยี้ลงบนกลุ่มผมสีบลอนด์นุ่มนิ่มราวเส้นไหมชั้นดีอย่างต้องการจะหยอกเย้าก่อนจะแนบประทับริมฝีปากอุ่น ๆ ลงบนหน้าผากเนียน ๆ ของคนที่กำลังร้องไห้ด้วยความตื้นตันอย่างต้องการจะปลอบโยน

 

.

.

.

 

ลำแสงสีทองสว่างจ้าส่องทะลุผ่านผ้าม่านเนื้อดีสีครีมโปร่งบางที่ถูกปิดหมิ่นเหม่เอาไว้ทั้งสองข้างของหน้าต่างทรงกลมซึ่งติดกับระเบียงเล็ก ๆ ที่ยืนออกไปจากตัวห้องนอนเข้ามา... ความอบอุ่นที่ถูกถ่ายทอดจากแสงแห่งผู้ให้ส่องผ่านเข้ามาจนถึงส่วนกลางของเตียงนอนหลังกว้างที่ในขณะนี้มีร่างเปล่าเปลือยของใครคนหนึ่งกำลังนอนหลับอยู่อย่างอ่อนเพลีย

 

ชายหนุ่มร่างสูงที่เพิ่งจะเดินออกมาจากห้องน้ำหลังจากได้ชำระร่างกายของตนจนเสร็จเรียบร้อยแล้วถึงกับต้องยืนนิ่งอยู่กับที่ราวกับตนเองนั้นได้ถูกสาปให้กลายเป็นก้อนหินไปเสียแล้ว... เพราะเจ้าตัวนั้นไม่อาจจะขยับได้แม้เพียงปลายนิ้ว ชองยุนโฮหยุดการกระทำทุกอย่างทั้งสิ้นพลางกลั้นลมหายใจเอาไว้ด้วยความรู้สึกบางอย่างซึ่งกำลังแล่นโลดขึ้นมาอย่างไม่อาจจะต้านทานเอาไว้ได้ไหว...

 

ข้างในอก... มันกำลังอุ่นซ่านอย่างน่าประหลาด

 

เพราะภาพที่ปรากฏสู่สายตาของชายหนุ่มร่างสูงคือ... ภาพร่างบอบบางของคนรักที่กำลังนอนหันหลังอยู่ในผ้าห่มอุ่น ๆ สีขาวบริสุทธิ์ กลุ่มผมสีทองสว่างนุ่มนิ่มราวเส้นไหมชั้นดีแผ่สลายเต็มหมอนหนุนในขณะที่เจ้าของของมันกำลังหลับตาพริ้มจนเห็นแผงขนตายาวงอนที่ทาทาบลงกับแก้มขาวนวลเปล่งปลั่ง... แจจุงของเขาช่างงดงามราวกับภาพฝันที่ไม่มีตัวตนอยู่จริง

 

เสียงแหบนิด ๆ ครางเครือแสนหวานหูกับอุณหภูมิอบอุ่นของร่างกายยามได้กกกอด...

 

ชองยุนโฮยังคงจดจำมันได้ดี...

 

และจดจำได้แม่นทุกลมหายใจเข้าออก...

 

แสงแดดยามอรุณรุ่งสาดส่องเข้ามาแรงขึ้นเสียจนชายหนุ่มต้องหรี่ตาลงมองภาพแผ่นหลังบอบบางขาวนวลเนียนกระจ่างตาไร้ร่องรอยตำหนิใด ๆ ของคนรักที่ยามนี้ดูราวกับจะเปล่งแสงเรืองรองได้ ผ้าห่มเนื้อดีสีขาวผืนโตกำลังถูกคนตัวเล็กกอดก่ายไปมาเสียจนมันพันกันยุ่งเหยิง... หากกลับสามารถปกปิดร่างเปล่าเปลือยแสนงดงามได้ตั้งแต่บั้นเอวบอบบางลงไปได้เป็นอย่างดี

 

ชองยุนโฮกรอกตาไปมาราวกับต้องการจะชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจกระทำการบางอย่างได้ในวินาทีถัดมา...

 

.

.

.

 

ร่างสองร่างที่กำลังเดินเคียงจับจูงมือคู่กันมาตลอดทางได้มาหยุดลงตรงหน้ารูปภาพรูปหนึ่งซึ่งถูกอัดใส่กรอบกระจกขนาดใหญ่ที่แขวนแสดงโชว์อยู่ตรงฝาผนังยาว ๆ ราวกับไม่มีที่สิ้นสุดของอาร์ทแกลลอรี่แห่งหนึ่งย่านชานเมือง นัยน์ตาสีดำสนิทราวนิลชั้นดีของคนตัวเล็กกว่ากำลังจดจ้องอยู่บนรูปถ่ายรูปนั้นโดยไม่อาจจะละสายตาไปไหนเลยแม้แต่วินาทีเดียว

 

ไม่กี่วินาทีต่อมา... แผ่นหลังบอบบางของร่างเล็กในเสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อน ๆ ก็ไหวสะท้านไปตามแรงสะอื้นลึกที่เจ้าตัวกำลังพยายามสะกดกลั้นมันเอาไว้สุดความสามารถ นิ้วมือเรียวสวยทั้งสิบกำลังถูกเจ้าของของมันยกขึ้นมาเพื่อปิดปากแน่นเพื่อกั้นเสียงที่จะเล็ดรอดริมฝีปากอิ่มชื้นสีสดออกมาด้วยความตื้นตันใจอย่างที่สุด

 

มือเรียวแข็งแรงข้างหนึ่งถูกเจ้าของของมันเลื่อนขึ้นมาประคองศีรษะซึ่งปกคลุมไปด้วยเส้นผมสีบลอนด์นุ่มนิ่มให้ซบลงตรงแนวไหล่ของตนอย่างอ่อนโยน ชายหนุ่มร่างสูงกระซิบเสียงเบาข้างหูเล็ก ๆ ของคนข้างกายอย่างนึกเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย

 

"ไม่เอาน่า อย่าร้องไห้เลยนะ แจจุง..."

 

เจ้าของชื่อนั้นเลื่อนมือทั้งสองข้างมาโอบรอบเอวหนาของคนรักอย่างต้องการจะออดอ้อนอ่อนหวานพลางซุกซบศีรษะลงกับช่วงไหล่แข็งแรงของชายหนุ่มก่อนจะแนบแก้มเนียน ๆ ของตนกับหน้าอกเพื่อฟังเสียงหัวใจที่เต้นระรัวเป็นจังหวะอยู่ภายในด้วยความอิ่มเอมใจอย่างไรก็บอกไม่ถูก... ริมฝีปากอิ่มชื้นวาดรอยยิ้มเป็นแนวโค้งสวยพลางขมุบขมิบพึมพำอะไรบางอย่างออกมาให้ได้ยินกันเพียงแค่สองคน

 

"ยุนโฮ... ขอบคุณมากนะครับ... ขอบคุณจริง ๆ ... ขอบคุณที่รักผม...."

 

คนฟังเผยรอยยิ้มกว้างขวางเสียจนเห็นแนวฟันขาวเรียงเป็นระเบียบชัดเจนก่อนจะโน้มตัวลงมาหาเจ้าของใบหน้าหวานละมุนแล้วจึงกดจูบแรง ๆ ที่แก้มขาวนวลเนียนหอมกรุ่นติดปลายจมูกด้วยอาการที่ออกจะหมั่นเขี้ยวอยู่ไม่น้อย ชายหนุ่มกระชับมือที่เกาะเกี่ยวอยู่ตรงเอวเล็กบางให้แน่นขึ้นก่อนจะจ้องลึกลงในดวงตาโต ๆ คู่สวยของคนรักอย่างต้องการจะสื่อความหมายลึกซึ้งบางอย่างพลางบอก

 

"ฉันก็ต้องขอบคุณเหมือนกัน... ขอบคุณอะไรก็ตามที่ทำให้เราได้พบกัน... แล้วก็รักกัน"

 

แจจุงยิ้มยินดีพลางพยักหน้าลงนิดหนึ่งเป็นทำนองว่าเห็นด้วยก่อนจะผละออกจากอ้อมกอดอบอุ่นอย่างนุ่มนวลแล้วค่อย ๆ เกี่ยวนิ้วชี้เรียวเล็กของตนเข้ากับนิ้วก้อยของอีกฝ่ายเอาไว้หลวม ๆ แทน ร่างสูงกว่าเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งด้วยความแปลกใจพร้อมกับใช้สายตาถามแทนการเอ่ยปากพูด

 

ความรักและความหลงใหลฉายชัดผ่านทางนัยน์ตาสีดำสนิทคู่สวยในขณะที่เจ้าของของมันขยับริมฝีปากสีชมพูระเรื่อให้ขยับขึ้นลงเพื่อพูด

 

"จากนี้ไป... เราจะเดินไปด้วยกันแบบนี้... นะครับ?"

 

ชองยุนโฮเผยรอยยิ้มกว้างด้วยความสุขใจออกมาเป็นครั้งที่เท่าไหร่ของวันก็ไม่อาจจะทราบได้ คนตัวโตเจ้าของผลงานภาพถ่ายแสนงดงามเบื้องหน้าประสานนิ้วทั้งห้าข้างขวาของตนเข้ากับนิ้วเล็ก ๆ ขาวจัดของคนรักให้กระชับแนบแน่นพลางบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

 

"อื้ม... จากนี้ไปเราจะเดินไปด้วยกันแบบนี้"

 

.

.

.

 

"เอ๊ะ? ภาพนี้แปลกจัง"เสียงใส ๆ ของหญิงสาวผมยาวประบ่าคนหนึ่งดังขึ้นในขณะที่เจ้าของเสียงนั้นเดินมาหยุดอยู่ตรงภาพภ่ายที่ถูกอัดและขยายใส่กรอบรูปขนาดใหญ่ซึ่งถูกแขวนโชว์อยู่ในห้องภาพชื่อดังที่ตั้งอยู่แถบชานเมืองของกรุงโซล

 

"แปลกเหรอ? แปลกตรงไหนน่ะ ฉันว่าสวยดีออกนะ"ผู้หญิงอีกคนที่มาด้วยกันแย้งขึ้นพลางทำหน้าประหลาดใจกับสิ่งที่เพื่อนของตนเองพูดเป็นอย่างมาก

 

เจ้าของผมสีน้ำตาลยาวประบ่าหันหน้ามามองหน้าของคนที่อยู่ในชุดลำลองสบาย ๆ จนเต็มตาก่อนจะบอก

 

"ไม่ใช่ว่าแปลกเพราะไม่สวย... แต่มันแปลกที่ว่าภาพนี้เป็นภาพคนต่างหาก"

 

"คน?"

 

"อื้ม... ใช่ภาพคน ฉันน่ะเป็นแฟนผลงานของช่างภาพคนนี้มานานแล้วนะ เขาไม่เคยถ่ายภาพคนเลยสักครั้งเดียว แต่ทำไมครั้งนี้ถึงถ่ายนะ? นี่... เธอว่ามันแปลกใช่มั้ยล่ะ?"อธิบายเสียยืดยาวก่อนจะลงท้ายประโยคด้วยการถามความเห็นของคู่สนทนา

 

ร่างผอมบางในเสื้อยืดเนื้อนิ่มกับกางเกงยีนส์ขายาวสีซีดเอียงคอน้อย ๆ ราวกับต้องการครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะบอก

 

"อืม...ถ้างั้นก็แปลกจริง ๆ ด้วยสิ งั้นฉันว่านะ... ภาพนี้ต้องเป็นภาพคนรักของเขาแน่เลย"

 

"ใช่มั้ยล่ะ! ฉันก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน พอดูภาพนี้แล้วรู้สึกว่ามันอบอุ่นเข้าไปถึงข้างในใจยังไงก็ไม่รู้เนอะ?"คำตอบนั้นของเพื่อนสาวทำเอาคนที่ยืนรอฟังอยู่ถึงกับจะตบเข่าฉาดด้วยความถูกอกถูกใจเป็นอย่างยิ่ง

 

"ใช่ ๆ ถ้าเป็นงั้นจริงนะ คนในภาพนี้ก็ต้องเป็นที่รักมาก ๆแน่เลย"

 

"อืม... ไหน ขอดูชื่อภาพหน่อยสิ..."เจ้าของผมสีน้ำตาลว่าพลางก้มตัวลงเพื่อดูชื่อภาพที่ถูกพิมพ์ลงบนกระดาษสีครีมสวยซึ่งถูกใส่ไว้ในกรอบสีเงินมันวาวที่ติดอยู่ตรงด้านล่างของภาพถ่ายภาพนั้นอีกทีอย่างสนใจใคร่รู้อยู่ไม่น้อย

 

"เอ๊ะ?"

 

"ทำไมเหรอ?"คนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถามขึ้นด้วยความแปลกใจเมื่อแทนที่จะได้ยินชื่อของภาพ... แต่กลับได้ยินเพียงเสียงอุทานสั้น ๆ ของเพื่อนสาวแทนเสียอย่างนั้น

 

คนที่เพิ่งจะได้รับรู้ความหมายและชื่อภาพขนาดใหญ่ซึ่งถูกจัดแสดงโชว์อยู่ตรงหน้าเงยหน้าขึ้นมาสบตากับร่างผอมบางของเพื่อนสาวก่อนจะเอ่ย

 

"เธออ่านเอาเองดีกว่า... แล้วจะรู้ว่าที่ฉันบอกว่าช่างภาพคนนี้ไม่ถ่ายภาพคนน่ะเป็นเรื่องจริง... ไมได้โกหก"

 

"ไหน ๆ อะไรของเธอ... เขยิบไปนิดนึงสิ"หญิงสาวในเสื้อยืดเนื้อนิ่มโบกมือไล่เพื่อนสนิทของตนเป็นทำนองให้ถอยห่างออกมาจากป้ายชื่อของภาพก่อนจะเป็นฝ่ายก้มตัวลงไปเพื่ออ่านตัวอักษรเพียงไม่กี่ตัวที่ปรากฏอยู่บนกระดาษเนื้อแข็งสีครีมบ้าง

 

เมื่อสายตาของหญิงสาวไล่ไปตามอักษรสีดำสนิทที่ถูกพิมพ์เป็นวลีสั้น ๆ เพื่อบอกคำจำกัดความของภาพด้านบนจนจบ... เธอก็ต้องเบิกตากว้างขึ้นเป็นสองเท่าพลางขมุบขมิบปากพึมพำทวนชื่อของภาพนั้นออกมาเบา ๆ ราวเสียงกระซิบของสายลม

 

"นางฟ้า..."

 

.

.

.

 

******************************************

-Fin-

 

อา... จบลงด้วยดีสินะคะ(?)

ภาพนางฟ้าที่ยุนโฮถ่าย... คงจะเดากันได้สินะคะว่าคือภาพของใครเอ่ย?

*หัวเราะมีเลศนัย*

อืม... น้องฟิคเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่เรารักมาก ๆ เลยล่ะค่ะ ตอนแต่งนี่แทบจะเพ้อเป็นช่างภาพยุนกะแจจ๋าทั้งวัน

ก็เลยหวังว่าคนอ่านจะชอบนะคะ... อ่านแล้วยิ้มได้แม้สักนิดก็เราก็ดีใจแล้วค่ะ^^

ส่วนตัวแล้วชอบยุนโฮในลุคนี้และนิสัยแบบนี้มากค่ะ เพราะดูเป็นคนมีอารมณ์ศิลป์ดีจังน้อ

ส่วนแจจ๋านั้น... เราว่าคงไม่ต้องบรรยายอะไรมากมั้งคะ... เพราะเรารู้ ๆ กันอยู่ค่ะว่าคนแต่งมันลำเอียง!!

ฮุวะฮ่า ๆๆๆๆ

*หัวเราะก้อง*

อ๊ะ! ใช่ค่ะ เกือบลืมไปเลยนะคะเนี่ย...

ไม่รู้ว่าคุณผู้อ่านจะสังเกตกันไหมนะคะ...

คือสรรพนามที่แจจ๋าใช้เรียกยุนยุนเนี่ยค่ะ... เราจงใจให้มันแตกต่างตามเวลา ตามแต่ละฉากอะนะคะ

ตอนพาร์ทแรกเนี่ย แจจ๋าเรียกพ่อหมีว่าคุณชอง

ส่วนพาร์ทสองจะมีเรียกว่าคุณยุนโฮ แล้วสุดท้ายตามมาด้วยเรียกว่ายุนโฮเฉย ๆ

เหมือนกับว่าสองคนเขาค่อย ๆ คุ้นเคยและทำความรู้จักกันไปด้วยเวลาที่เจอแต่ละครั้งอะไรทำนองนั้นอะนะคะ

นี่ล่ะค่ะ... ถือเป็นความตั้งใจเล็ก ๆ ของเราเลยล่ะค่ะ^^

สุดท้ายที่จะลืมไปไม่ได้เลย... นั่นก็คือ...

คุณผู้อ่านทุกคนทั้งที่เม้นท์และไม่เม้นท์เลยนะคะ... ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ

แฟนฟิคทุกคนคะ... ยืนยันคำเดิมค่ะ เรารักพวกคุณมากจริง ๆ นะคะ!!!

*โผเข้ากอดแนบแน่น*

แล้วพบกันใหม่ในเร็ว ๆ นี้นะคะ^^

บ๋ายบายค่ะ ^^bb

 

ปล.เรายังสอบไม่เสร็จเลยนะคะเนี่ย...

แต่เอาอีกแล้วค่ะ... แอบหนีความจริงมาแต่งฟิค  >o<

ตั้งใจอ่านหนังสือแล้วก็อย่าลืมรักษาสุขภาพด้วยนะคะทุกคน!

เรายังเป็นห่วงอยู่เสมอเลยนะค้า...

เอาล่ะค่ะ ตอนนี้เราไปแล้วนะคะ หนังสือกองเท่าบ้านกำลังรอเราอยู่ค่ะ

*ยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตา*

T__________________________T

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
แต่งฟิค แก้เครียด ระหว่างอ่านหนังสือก็ดีนะ
ช่วยให้ผ่อนคลายได้เยอะเลย

คนอ่านได้กำไรด้วย55555 ไม่ต้องอ่านหนังสือสอบแล้ว แต่ต้องทำงานกองเท่าบ้านเหมือนกัน
#1  by  jinni (222.123.108.58) At 2008-02-26 22:23, 
น่ารักกกกกกกกกก
ในที่สุดก็มาต่อแล้ว ดีใจๆbig smile

พรุ่งนี้เราสอบ sad smile แต่ก็ยังมีอารมณ์หาฟิคอ่าน
แล้วพรุ่งนี้แกจะทำข้อสอบได้ไหมเนี่ย!!!!!

ช่างเหอะ อ่านนี่แล้วเรามีความสุขก็พอแล้วล่ะ
รอเรื่องต่อๆไปอยู่นะคะ ขอให้สอบได้คะแนนเยอะๆเน้อวววว
#2  by  ※Min*Jee※ At 2008-02-26 22:37, 
หวา..ชักอยากเห็นภาพของ "นางฟ้า" แล้วล่ะสิ

ความจริงเราก้พอจะนึกภาพออก ตอนที่ยุนโฮเห็นแจจุงนอนอยู่บนเตียง
ความรู้สึกตอนนั้นมันเหมือน อากาศบางเบา มีแสงสว่างโอบล้อม มองเห็นแต่แผ่นหลังเนียนบนเตียง

โอ้..เหมือนภาพความในเลยค่ะ

#3  by  ::Aozora:: At 2008-02-27 13:20, 
จบได้น่ารักมากเลยค่ะ


ขอบคุนค่ะ^^
#4  by  ^ M • M ^ At 2008-03-05 21:25, 
ง่า...ชอบง่า...

วุ๊ย..อารมณ์ศิลป์กำเริบ

อั๊ย..น่ารักอ่ะ งุงิ


เป็นอารายที่ดูอ่อนหวาน อ่ะ

แบบบว่าเรื่องดำเนินเรื่อยๆ แต่รู้สึกว่าสวยงามและอบอ่น

รู้สึกดีจังเลยน๊า..

ภาษาสวยดีแหละ

และที่สำคัญ เราชอบนางฟ้าอ่ะ

แจอ่ะ เหมือนนางฟ้าเลย
รอยยิ้มนางฟ้าชัดๆ

อิยะฮะฮะ
#5  by  white_valentineของยุนโฮ (161.200.255.162) At 2008-03-30 20:55, 
แจจ๋าก้อต้องเป็นางฟ้าของมะหมีสิ อิอิ
#6  by   (61.7.147.17) At 2008-05-16 14:58, 

<< Home