My Love ‘n
My Lovely Dolphin
Author: Lucreazia
Fan-Fiction: TVXQ (Pairing: YuSoo)
Kind: Comedy (3 ตอนจบ)
Rate: PG-17
Author's Note: วะฮ่า ๆๆๆๆ สวัสดีค่าแฟนฟิคยูซูทุกท่าน >0<
หายไปเสียนานเลยทีเดียว... ก็เลยต้องขออภัยเอาไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ T^T
อา... ใช่ค่ะ มาคราวนี้เราไม่ได้มาคนเดียวนะคะ
พ่วงเอาเพื่อนสุดเลิฟ Coupleyoosu มาช่วยกันสร้างสรรค์เรื่องราวของยูซูออกมาเป็นโปรดักชั่น(?)ร่วมกันน่ะค่ะ
น้องฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องเบาสมองและผ่อนคลายมาก
นับว่าค่อนข้างจะแตกต่างจากฟิคเรื่องอื่น ๆ ของเราอะนะคะ
ถ้าอ่านแล้วรู้สึกแปลก ๆ ล่ะก็... ไม่ต้องแปลกใจไปค่ะ
เพราะนี่เราถือว่าเป็นฟิคร่วม(ด้วยช่วยกันแต่งและจิ้น)น่ะค่ะ^^
*ยิ้มกรุ้มกริ่ม*
เอาล่ะ แล้วเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นยังไงนั้น... ก็เชิญอ่านได้เลยค่า
ขอบคุณคนอ่านทุกคนทั้งที่เม้นท์และไม่เม้นท์เลยนะคะ
แฟนฟิคทุกคนคะ... ขอบคุณมาก ๆ จากใจเลยค่ะ
แล้วพบกันใหม่เมื่อพลังจิ้นของเราสองคนจะสามารถนะคะ...
อิยะฮ่า ๆๆๆๆๆๆ
*หัวเราะก้องแล้วจากไป*
**ฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จริงแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน... และถ้าอ่านแล้วไม่ชอบใจหรือรับไม่ได้ กรุณาปิดหน้าเวบเพจนี้ลงอย่างสันติ ขอความกรุณาอย่าก่อกวนโดยการเม้นท์ต่อว่านะคะ ขอบคุณค่ะ**
My Love ‘n My Lovely Dolphin
(Chapter: 01/03)
By: Lucreazia
.
.
.
ท่าทางและสัญญาณมือจากร่างในชุดดำน้ำที่ยืนอยู่ริมสระน้ำขนาดใหญ่นั้นเป็นสัญญาณให้เหล่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมแสนน่ารักที่กำลังแหวกว่ายอยู่ในน้ำทะเลจำลองสีฟ้าใสแจ๋วโผทะยานขึ้นสู่อากาศเหนือผิวน้ำเบื้องบนก่อนจะลอดห่วงอย่างพร้อมเพรียงกัน ในชั่วขณะที่สัญญาณมือถูกเปลี่ยนก็ทำให้พวกมันพลันหมุนตัวก่อนจะกระโดดขึ้นมาโบกครีบอีกครั้งแล้วค่อยหายลงไปในน้ำ
ร่างเล็กในเสื้อหนาวเนื้อนิ่มสองชั้นตบมือพลางเป่าปากเปี๊ยวป๊าวด้วยความชอบอกชอบใจเป็นอย่างยิ่ง คนตัวเล็กชยับตัวลุกขึ้นจากที่นั่งก่อนจะถอดหมวกแก๊ปใบเก่งออกเพื่อให้เห็นภาพตรงหน้าได้ชัดมากยิ่งขึ้น ริมฝีปากเชิด ๆ แสนน่ารักบิดโค้งขึ้นแย้มยิ้มออกมาเต็มที่เมื่อความสนุกและความประทับใจกำลังแล่นปราดไปทั่วร่าง
การแสดงน่ารัก ๆ จากโลมาปากขวดหลายสิบตัวสามารถเรียกรอยยิ้มและความชอบใจจากผู้ชมที่นั่งอยู่จนเต็มอัฒจันทร์ได้มากโข เสียงดนตรีซึ่งมีจังหวะสนุกสนาน เสียงปรบมือ และเสียงหัวเราะกำลังดังคลอเคล้ากันไปทั่วบรรยากาศชองบริเวณที่จัดแสดงโชว์
"ขอบคุณมากครับ แล้วมาใหม่นะครับ..."
เสียงของโฆษกที่ประกาศผ่านลำโพงทำให้ผู้ชมเริ่มทยอยลุกจากเก้าอี้และเคลื่อนย้ายตัวเองไปยังทางออก หลายนาทีต่อมาร่างบอบบางในเสื้อผ้าลำลองจึงค่อย ๆ เหลียวมองซ้ายขวาก่อนจะค่อย ๆ เดินลงจากขั้นบันไดที่ลาดเอียงลงไปสู่เบื้องล่างซึ่งติดกับขอบสระน้ำซึ่งมีเอาไว้เพื่อแสดงโชว์
ขาเรียวยาวภายใต้กางเกงยีนส์สีซีดก้าวขึ้นไปบนแท่นก่อนจะเจ้าของของมันจะทรุดตัวลงนั่งกับขอบสระด้วยความดีใจปนตื่นเต้นเหมือนเด็กตัวเล็ก ๆ ที่ได้ของเล่นถูกอกถูกใจเป็นอย่างยิ่ง นัยน์ตาสีน้ำตาลปนดำอ่อนจางทอดมองไปยังผิวหน้าของน้ำที่ตอนนี้กำลังไหวกระเพื่อมตามแรงลมที่พัดผ่านอย่างสบายอารมณ์
คิมจุนซูใช้มือข้างหนึ่งจุ่มในลงสระเพื่อวักน้ำเล่นก่อนจะเบิกตาโตมากขึ้นอีกเป็นสองเท่าเมื่อโลมาปากขวดตัวหนึ่งกลับโผล่ศีรษะขึ้นมาอยู่ตรงหน้า!!!
"อ๊ากกกกกกกกกกกกก!!! ₤₣℮rrposkoa#≠×€lfkdsΩda∆kh∞..."เสียงเล็ก ๆ หากแหบแห้งเล็กน้อยร้องออกมาเต็มเสียง... หากฟังแล้วกลับไม่เป็นภาษาอะไรเลยสักนิดในขณะที่เจ้าตัวใช้มือทั้งสองทาบอกด้วยความตกใจขั้นรุนแรง
โลมาปากขวดตัวเดิมจ้องมองกลับมาด้วยดวงตาใคร่รู้ก่อนจะดีดตัวนอนหงายแล้วโบกครีบให้เป็นทำนองว่ามาเล่นกันเถอะนะ... นะ... น้า...
คนตัวเล็กเห็นอาการขี้เล่นนั้นจึงคลายความตกใจลงไปได้บ้างเล็กน้อย เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายลงลำคออย่างยากเย็นก่อนจะค่อย ๆ ใช้นิ้วโป้งจิ้มลงตรงอกตัวเองแล้วถามเสียงสูง
"นาย... อยากจะเล่นกับฉันงั้นเหรอ?"
โลมาตัวไม่เล็กไม่ใหญ่สีเทาสวยส่งเสียงวี๊ดเบา ๆ ก่อนจะกลับตัวแล้วว่ายเข้ามาใกล้บริเวณที่ร่างเล็กนั่งอยู่ คิมจุนซูอดยิ้มออกไม่ได้เมื่อรับรู้ได้ถึงความฉลาดของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตรงหน้า คนตัวเล็กยื่นหน้าให้เข้าไปใกล้เจ้าโลมาตัวเดิมก่อนจะส่งเสียงร้องสั้น ๆ เลียนแบบมันด้วยความคึก(?)อยู่ไม่น้อย
"อ๊าาาาาาาา"
โลมาปากขวดสีเทากระพริบตาหนึ่งครั้งก่อนจะร้องตอบกลับมาด้วยเสียงที่คล้ายกันราวกับเด็กหนุ่มตรงหน้านั้นเป็นเพื่อนร่วมสายพันธุ์เดียวกันก็ไม่ปาน
คิมจุนซูถึงกับอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะอันเป็นเอกลักษณ์ออกมาด้วยความตกใจระคนดีใจอย่างไรก็บอกไม่ถูก
"อิยะฮ่า ๆๆๆๆๆๆๆ ... นี่นายเข้าใจฉันด้วยเหรอ? หือ?"ว่าพลางขยับเข้าไปให้ใกล้กับเจ้าโลมาแสนน่ารักตัวเดิมมากขึ้นไปอีกจนเกือบจะตกลงไปในน้ำอยู่แล้วเชียว
เจ้าโลมาสีเทาสวยส่งเสียงวิ๊ดสั้น ๆ ก่อนจะผงกศีรษะราวกับจะตอบคำถามนั้น เด็กหนุ่มยิ้มกว้างจนเห็นฟันเรียงเป็นระเบียบชัดเจนก่อนจะส่งเสียงร้องแหลมสูงอีกครั้ง... เพราะนึกสนุกขึ้นมายังไงก็อาจจะทราบได้
"อ๊าาาาาาาาาาาาาา"
แล้วเจ้าโลมาตัวเดิมก็ส่งเสียงตอบกลับมาเหมือนคราวแรก ร่างบอบบางในเสื้อกันหนาวเนื้อนิ่มยิ้มจนตาหยีก่อนจะหัวเราะสลับกับส่งเสียงเล่นกับมันต่อไปอย่างสนุกสนานคนเดียว...
คนเดียว...
อย่างนั้นเหรอ?
"เอ้อ... เพิ่งจะรู้นะเนี่ยว่ามีคนทำเสียงเหมือนโลมาได้ด้วย"
เสียงทุ้มนุ่มของใครคนหนึ่งที่เพิ่งจะดังขึ้นทางด้านหลังในระยะประชิดนั้นทำเอาร่างเล็กถึงกับสะดุ้งสุดตัวก่อนจะหันขวับกลับมามอง
ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือร่างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อสมส่วนในชุดแนบเนื้อของนักดำน้ำสีดำเดินด้ายสีแดงตรงขอบ มือเรียวแข็งแรงถูกเจ้าของของมันยกขึ้นเพื่อเสยกลุ่มผมเปียกหมาด ๆ ที่ตกลงมาระแก้มขึ้นไปให้หายรำคาญ คิมจุนซูได้แต่อ้าปากพะงาบ ๆ ราวกับเป็นโลมาขาดน้ำไปเสียแล้ว... เพราะเจ้าตัวนั้นพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียวเมื่อเห็นหน้าของคนที่เพิ่งปรากฏตัวเต็ม ๆ
และที่ทำให้คนตัวเล็กพูดอะไรออกมาไม่ได้แม้แต่พยางค์เดียวนั้นไม่ใช่แค่ใบหน้าหล่อเหลาเป็นสาเหตุ...
แต่เป็น ‘อะไร'...
‘อะไร' ที่เห็นชัดเจนมาก!
ก็ในเมื่อคนที่เพิ่งมาใหม่ใส่ชุดแนบเนื้อไปแทบทุกส่วนสัดแบบนี้!!!
"คุณครับ... อ้าว ทำไมอยู่ ๆ ก็เงียบไปอย่างนี้ล่ะครับ? หรือว่าตกใจกับความหล่อของผมกันนะ?"ชายหนุ่มถามขึ้นก่อนจะลงท้ายประโยคด้วยการหลงตัวเองตามแบบฉบับเมื่อเห็นว่าร่างในชุดลำลองตรงหน้านั้นยืนนิ่งแข็งราวกับได้กลายร่างเป็นก้อนหินไปเสียแล้ว
จุนซูกระพริบตาพริบ ๆ เมื่อสติสตังทั้งหมดที่เตลิดหนีหายไปไกลได้ถูกเรียกกลับเข้าร่างจนหมด ริมฝีปากเชิด ๆ แสนน่ารักขยับขึ้นลงเพื่อตอบในขณะที่เจ้าตัวนั้นก้มหน้าลงมองพื้นงุด ๆ ด้วยความเขิน... เขินแทนไอ้คนตรงหน้าที่มันไม่รู้จักคำว่าอายนี่แหละ!
"ผมแค่ตกใจที่อยู่ ๆ ก็มีคนเข้ามา... ก็แค่นั้นเองน่ะครับ"
ชายหนุ่มร้องอ๋อในลำคอก่อนจะถามคำถามที่เปรียบเสมือนกับหมัดฮุคที่ตรงเข้ากลางแสกหน้าของคนตัวเล็กบาง
"แล้วเมื่อกี๊คุณเหม่อมองอะไรอยู่ตั้งนานครับ?"
ร่างบอบบางสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาโดยไม่ได้ตั้งใจ ในขณะที่แก้มใสทั้งสองข้างแดงก่ำราวกับเป็นผลของมะเขือเทศเวลาสุก ความร้อนทั้งหมดในร่างกายดูจะมารวมกันอยู่ตรงใบหน้าใส ๆ ซึ่งบัดนี้แดงเรื่อเริดจนตัวเจ้าตัวต้องยกมือไม้ขึ้นมาปัดเป็นพัลวันพลางพูดปฏิเสธรัวเร็ว
"ปะ... ปะ... ปะ... เปล่ามองอะไรอยู่สักหน่อยนี่ครับ"จุนซูโบกมือเล็ก ๆ ทั้งสองข้างไปมาราวกับจะไล่ความร้อนที่มารวมกันอยู่ตรงแก้มให้หมดไป
"งั้นเหรอครับ?"ลากเสียงยานคานราวกับจะแกล้งให้คนตัวเล็กกว่าเขินมากกว่าที่เป็นอยู่ยิ่งขึ้นไปอีก
ดวงตาเรียวเล็กสีน้ำตาลอ่อนจางซึ่งแฝงไปด้วยแววแห่งความซุกซนของร่างบางช้อนขึ้นมามองวงหน้าหล่อ ๆ ของครูฝึกโลมาอย่างเอียงอายก่อนจะขมุบขมิบปากพูดกับตัวเองเบา ๆ
"อีตานี่กวนก็จริง แต่... หุ่นดีชะมัดเลยแฮะ!"
"ว่าไงนะครับ?"เสียงทุ้มนุ่มเป็นเอกลักษณ์ถามขึ้นด้วยความสงสัยใคร่รู้ในขณะที่เจ้าของเสียงนั้นเอียงคอน้อย ๆ ประกอบการถามไปด้วย... ราวกับว่าท่าทางนั้นมันน่ารักเสียเต็มประดา
"เอ้อ... ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่พูดกับตัวเองเฉย ๆ น่ะครับ"ตอบพลางก้มหน้าลงต่ำด้วยความเขินอายที่เริ่มจะแล่นริ้วขึ้นมาอีกคราเมื่อถูกคนที่กล่าวถึงจับได้ลาง ๆ ก่อนจะถอนหายใจยาวด้วยความโล่งใจเมื่อได้ยินคำตอบจากอีกฝ่าย
"อ๋อ... งั้นเหรอครับ"
คนตัวเล็กส่งยิ้มกว้างเสียจนเห็นฟันขาวเรียงเป็นระเบียบชัดเจนให้ร่างสูงเพรียวอย่างยินดีก่อนจะหุบปากปิดสนิทลงดังฉับในทันทีที่ริมฝีปากของคนที่อยู่ในชุดสีดำแนบเนื้อขยับขึ้นลงเพื่อพูดขึ้นในวินาทีถัดมา
"ว่าแต่ว่า... คนปกติทั่วไปนี่เขาพูดกับตัวเองกันด้วยเหรอครับ?"
"..."
ไร้เสียงตอบรับจากร่างเล็กบางในเสื้อกันหนาวนุ่มนิ่มแต่อย่างใด... มีเพียงแค่สายตาอาฆาตขุ่นคลั่กไปด้วยความแค้นปนกับความงอนค้อนปะหลับปะแหลือกกลับไปให้คนพูดแค่เพียงเท่านั้น ขาเรียวยาวพาเจ้าของร่างบอบบางในเสื้อกันหนาวสองชั้นหมุนตัวหันหลังกลับเพื่อจะตรงไปยังทางออกเพราะเจ้าตัวนั้นเริ่มจะทนกับความกวนอวัยวะเบื้องล่างของครูฝึกโลมารายนี้ไม่ค่อยจะไหวอีกต่อไป
แต่แล้วในขณะที่คิมจุนซูกำลังจะรีบสาวเท้ายาว ๆ เพื่อเดินหนีไปอยู่นั้นมือเรียวแข็งแรงของคนตัวโตกว่าที่ยืนอยู่ทางด้านหลังกลับคว้าเอาข้อมือเรียวเล็กขาวผ่องเอาไว้มั่นก่อนที่จะพูดต่อด้วยน้ำเสียงติดตลก
"แหม.... คุณ... เมื่อกี๊ผมก็แค่ล้อเล่นไปอย่างนั้นเองน่ะครับ อย่าจริงจังไปหน่อยเลย เครียดมากไปหน้าแก่เร็วนะจะบอกให้"
"..."คนถูกแซวไม่ตอบว่ากระไรทั้งสิ้นก่อนจะหันหน้ากลับมาแล้วค่อย ๆ บิดข้อมือให้หลุดพ้นจากการเกาะกุมของอีกฝ่ายด้วยความนุ่มนวล... หากใบหน้าน่ารักกลับแสดงออกถึงความหงุดหงิดให้คนมองได้เห็นอย่างชัดเจน
ร่างสูงเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลสวยฉลาดพอที่จะสังเกตเห็นอาการกรุ่นโกรธนั้นของคนตรงหน้าจึงค่อย ๆ บอกออกมาด้วยความระมัดระวัง
"เอ้อ... ผมขอโทษก็แล้วกันถ้าเมื่อกี๊พูดอะไรให้คุณไม่พอใจออกไป... ผมมันก็เป็นคนแบบนี้แหละครับ... พูดจาไม่ค่อยจะระวังปากอยู่เรื่อย ยังไงก็ต้องขอโทษอีกทีก็แล้วนะครับ"
เมื่อได้ยินคำขอโทษที่ออกมาจากปากคนตัวต้นเหตุอย่างนี้ร่างเล็กในชุดลำลองแสนสบายจึงตระหนักได้ในทันทีว่าจะโกรธต่อไปก็ไม่เกิดประโยชน์... ริมฝีปากเชิด ๆ แสนน่ารักจึงค่อย ๆ พรูลมหายใจออกมาเป็นทางยาวก่อนจะขยับขึ้นลงเพื่อเอ่ยในวินาทีถัดมา
"ไม่เป็นไรหรอกครับ... ผมเองก็ต้องขอโทษคุณด้วยเหมือนกันที่อยู่ ๆ ก็มาเล่นกับเจ้าตัวนี้โดยพละการ"
‘เจ้าตัวนี้'ในประโยคข้างต้นของเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลสวยนั้นคือเจ้าโลมาปากขวดสีเทาแสนขี้เล่นตัวเดิมซึ่งกำลังว่ายวนไปมาอยู่ตรงแถว ๆ ขอบสระน้ำอย่างร่าเริงอยู่นั่นเอง ครูฝึกโลมาร่างสูงเพรียวหันไปมองตามสายตาของคนตัวเล็กกว่าเมื่อเห็นชัด ๆ แล้วว่าสิ่งที่ดึงความสนใจจากร่างบอบบางเจ้าของเอสไลน์แสนโค้งสวยนั้นคืออะไรก็พลันยิ้มกว้างออกมาอย่างนึกภูมิอกภูมิใจอยู่ไม่น้อย
"ผมเป็นครูฝึกมันเองแหละครับ"
"งั้นเหรอครับ?"ย้อนถามเสียงสูงพลางเบิกตาโตขึ้นมากกว่าเดิมสองเท่าด้วยความประหลาดใจถึงขีดสุด นิ้วมือเล็ก ๆ ทั้งสิบนั้นถูกเกี่ยวกระหวัดพันกันเล่นไปมาเมื่อเจ้าของของมันไม่รู้ว่าจะทำอะไรที่ดีไปกว่านี้ได้ วินาทีถัดมาจุนซูถึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นพลางใช้หางตาเหลือบมองใบหน้าหล่อเหลาของคู่สนทนาด้วยอาการสังเกตสังกาก่อนที่เสียงแหบแห้งหากแหลมสูงเล็กน้อยจะเอ่ยขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ว่า
"ถ้าคุณเป็นครูฝึกเจ้าตัวนี้แล้ว... แล้ว.. ถ้างั้นผมจะขอแวะมาดูเจ้าตัวนี้แบบใกล้ ๆ อีก... จะได้รึเปล่าครับ?"
คนที่ถูกถามเอียงคอน้อย ๆ ด้วยความสงสัยเหลือกำลังพลางทำสีหน้าปั้นยากก่อนจะบอกด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงานสุดชีวิต
"ปกติแล้วคนทั่วไปน่ะ เข้ามาดูใกล้ ๆ แบบนี้ไม่ได้หรอกนะครับ..."
ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้นจบดวงหน้าใส ๆ ถึงกับม่อยลงด้วยความผิดหวังอย่างร้ายแรง ไหล่ลาดเล็กบางทั้งสองข้างกลับลู่ลงคล้ายกับเจ้าของของมันนั้นถึงกับหมดแรงไปเสียดื้อ ๆ อย่างไรอย่างนั้น และในขณะที่จุนซูกำลังจะอ้าปากเพื่อพูดคำขอร้องหรือข้อความอะไรบางอย่างออกมาอยู่นั้นเอง... เสียงทุ้มนุ่มเป็นเอกลักษณ์ของชายหนุ่มก็กลับดังขึ้นขัดจังหวะเสียจนคนตัวเล็กต้องอ้าปากพะงาบ ๆ ค้างเอาไว้อย่างนั้นไปอย่างช่วยไม่ได้
"แต่ว่าคุณน่ะ... เป็นพันธุ์เดียวกันไม่ใช่เหรอ?"
"เอ๊ะ?"อุทานด้วยความแปลกใจระคนกับสงสัยพลางขมวดคิ้วเข้าหากันมุ่นจนมันแทบจะพันกันยุ่ง
ชายหนุ่มร่างสูงเพรียวในชุดแนบเนื้อสีดำเดินด้ายแดงตรงขอบส่งยิ้มกว้างทั้งปากและนัยน์ตาให้เจ้าของดวงหน้าหวานละมุนก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้คนฟังถึงกับอยากจะปลิดชีวิตของเจ้าตัวคนพูดในวินาทีนั้นให้มันรู้แล้วรู้รอด!!
"ก็เห็นพูดภาษาเดียวกันกับโลมาได้ไม่ใช่เหรอไงครับ..."
"คุณ!!!"ว่าพลางใช้นิ้วชี้ที่สั่นระริกชี้ไปตรงใบหน้าหล่อเหลาแสนยียวนกวนประสาทอย่างต้องการจะคาดโทษ จุนซูเม้มปากแน่นพร้อมกับส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอด้วยความขัดใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อไอ้คนตรงหน้านี่ไม่ว่าเขาจะพูดจาดีด้วยยังไง... แต่ก็ยังคงความกวนพระบาทเอาไว้ได้อย่างคงเส้นคงวาไม่มีน้อยลงเลยสักนิด!
ครูฝึกโลมาร่างสูงเพรียวยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาเสยผมที่ตกลงมาปรกหน้าขึ้นไปอย่างลวก ๆ ด้วยท่าทางสบาย ๆ ราวกับเจ้าตัวนั้นไม่ได้รู้สึกรู้สาถึงความโกรธระคนไปกับความหงุดหงิดเหลือกำลังที่ร่างเล็กตรงหน้าได้ส่งผ่านมาทางสายตาร้อนแรง(?)อย่างไรอย่างนั้น ริมฝีปากอิ่มได้รูปสวยบิดโค้งขึ้นแย้มยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะถูกเจ้าของของมันขยับขึ้นลงเพื่อเอ่ย
"ไหน ๆ คุณก็พูดภาษาเดียวกันกับโลมาได้แล้ว... ผมเลยจะอนุญาตให้คุณเข้ามาดูได้เป็นกรณีพิเศษก็แล้วกันนะครับ"
"ห๊า!!! วะ... วะ... ว่าไงนะ!!?"เสียงแหลมเล็กตะโกนดังลั่นเมื่อได้ยินคำพูดที่ไม่น่าเชื่อหูลอยมากระทบโสตประสาท
"ว่าอย่างนั้นตามที่พูดทุกประการแหละครับ... ไม่ได้ยินก็ไม่เป็นไร... ถือเสียว่าผมไม่ได้พูดก็แล้วกัน"คนตัวสูงกว่าลอยหน้าลอยตาพูดพลางแกล้งสาวเท้าออกเดินไปอีกทางเพื่อดึงความสนใจทั้งหมดจากร่างบอบบางให้ไปรวมอยู่ที่ตัวเองเพียงคนเดียว
ข้อเท้าเล็ก ๆ ทั้งคู่พาเจ้าของร่างเดินตามหลังของร่างสูงไปอย่างรวดเร็วก่อนจะเอื้อมมือออกไปคว้าเอาต้นแขนล่ำไปด้วยกล้ามเนื้ออย่างคนออกกำลังกายเป็นประจำเอาไว้มั่นแล้วบอกด้วยความรวดเร็วเสียจนลิ้นแทบจะพันกัน
"เดี๋ยวสิ!! โอเค... โอเค... ผมได้ยิน ๆ"
เจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลปนดำอ่อนจางที่ข้างในมักมีประกายบางอย่างวิบวับวาววามอยู่เสมอนั้นเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แสนกลออกมาเพียงแค่เล็กน้อยก่อนจะรีบซ่อนรอยยิ้มร้ายกาจนั้นเข้าไปใต้สีหน้าเรียบเฉยอย่างรวดเร็วเสียจนคนตัวเล็กกว่าไม่ทันได้สังเกตเห็นแต่อย่างใด
.
.
.
To Be Continued...
อา... จบไปแล้วเรียบร้อยหนึ่งตอนสินะคะ
*ยิ้มแห้ง ๆ *
เป็นยังไงกันบ้างคะ?
เราว่าฟิคเราเรื่องนี้ค่อนข้างจะแตกต่างจากฟิคเรื่องอื่น ๆ ของเราไปสักหน่อยอะนะคะ
ก็อย่างที่แจ้งให้ทราบแล้วล่ะค่ะ
ว่าฟิคสามตอนจบเรื่องนี้นั้นเป็นฟิคที่เรา feat.กับ Coupleyoosu น่ะคะ^^
ยังไงก็ต้องขอฝากผลงานน้อย ๆ ที่เราสองคนร่วมกันสรรสร้างที่เพิ่งจะลืมตาออกมาดูโลกกว้างเอาไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ
*โค้ง*
อีกเรื่องที่เราจะขอแจ้งคุณผู้อ่านและแฟนฟิคแสนน่ารักทุกท่านเอาไว้ตรงนี้อ่ะค่ะ...
คือ... เราอาจจะมาต่อฟิคช้าสักหน่อยน่ะค่ะ
เพราะเทอมนี้นอกจากเราจะเรียนหนักมากแล้ว...
เรายังมีโครงการจะรวมเล่มช็อทฟิคบางเรื่องทั้งของยุนแจและยูซูน่ะค่ะ
(จริง ๆ แล้วเราน่ะอยากรวมเล่มมากเลยล่ะค่ะ
ไม่ได้คิดว่าจะเอากำไรจากงานเขียนหรือจากคนอ่านอะไรเลยนะคะ
คือ... เราคิดว่ามันให้ความรู้สึกในทำนองแบบว่าในชีวิตนี้เราได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันกับเขาสักทีน่ะค่ะ แหะๆ ^^)
เพราะฉะนั้นชีวิตของเราตอนนี้ก็เลยออกจะยุ่ง ๆ ไปสักเล็กน้อยน่ะค่ะ ==
และรายละเอียดทั้งหลายของการรวมเล่มนั้นยังไม่ลงตัวเลยล่ะค่ะ T^T
เอาเป็นว่ามีข่าวคราวคืบหน้ายังไงจะแจ้งให้ทราบโดยเร็วและโดยทั่วกัน(?)แน่นอนค่ะ!
สุดท้าย... เราต้องขอขอบคุณคนอ่านทุกคนทั้งที่เม้นท์และไม่เม้นท์มาก ๆ เลยนะคะ
แฟนฟิคทุกท่านคะ... ยังไงเราก็ยังยืนยันคำเดิมค่ะว่าเรารักพวกคุณมากจริง ๆ ค่ะ
และพวกคุณเป็นกำลังใจแสนสำคัญของเราเสมอนะคะ^^
ช่วงนี้ฝนตกบ่อย ๆ ก็ระวังจะเป็นหวัดกันด้วยนะคะ...
อย่าลืมนอนห่มผ้าและดื่มน้ำอุ่นกันเยอะ ๆ นะค้า
*กอดแนบแน่น*
ปล. มีใครไปงาน KFC#2 ที่จะกำลังจะมาถึงนี้บ้างไหมคะ?
แบบว่า... ไม่แน่เราอาจจะเจอกันข้างในงานน่ะค่ะ แหะ ๆ ^_______________________^
อย่าลืมรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ
บ๋ายบายค่ะ^^bb